ศุภชัย แจงขั้นตอนเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ หลัง ส.ส. 2 รายพ้นสภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓

ศุภชัย โพธิ์สุ แจ้งที่ประชุมเกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองรายอันเกิดจากการลาออกและคำพิพากษาศาล ยืนยันองค์ประกอบที่ประชุมก่อนเปิดการประชุมตามระเบียบ พร้อมชี้แจงการพิจารณาเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเติมตำแหน่งกรรมการข้าราชการรัฐสภาที่ว่างลง หลังครบวาระ โดยเสนอรายชื่อผู้สมัครสองคนพร้อมประวัติประกอบการพิจารณา และชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนลับอย่างละเอียดตั้งแต่การแจกซองบัตร การลงคะแนน จนถึงการตรวจสอบความโปร่งใสโดยคณะกรรมการก่อนเสนอผลต่อประธานเพื่อประกาศมติ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านเศรษฐพงค์ ความจริงประธานก็คิดว่าจะแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบอยู่แล้ว พอท่านเศรษฐพงค์ได้หารือได้แจ้งในที่ประชุมอย่างนี้ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบนะครับ กรรมาธิการยังเป็นคนเดิมเพียงแต่ว่าเขาเปลี่ยนชื่อ คนที่เสนอชื่อมาไม่รู้ว่าท่านเปลี่ยนชื่อ ก็เลยเสนอชื่อเดิม ที่ประชุมได้รับทราบ ฝ่ายเลขานุการได้ดำเนินการแก้ไขด้วยครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๑ ท่าน

ท่านสมาชิก ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระ จำนวน ๒ เรื่อง

รับทราบเรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของนายกรณ์ จาติกวณิช สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ

รับทราบเรื่องสมาชิกภาพ ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ สิ้นสุดลง ด้วยศาลจังหวัดพัทยาได้อ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาให้ลงโทษ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จำคุก ๔ ปี และปรับ ๒๐๐ บาท ฝ่ายเลขาธิการเขียนมาผิดไหม ปรับ ถูกนะครับ ปรับ ๒๐๐ บาทโดยไม่รอลงอาญา เป็นเหตุให้ สมาชิกภาพของ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๑๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้จำนวน ๔๙๗ ท่าน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งก็ไม่น้อยกว่า ๒๔๙ คน เหมือนเดิมนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

เรื่องด่วน ไม่มี

ท่านสมาชิก สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวานนี้ ท่านประธานในที่ประชุมคือ ท่านชวน หลีกภัย ได้แจ้งและปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๖ มาพิจารณา เรื่องเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ดังนั้นผมขอดำเนินการตามที่ท่านชวน หลีกภัย ได้หารือไว้เลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ

๗.๖ เลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการ รัฐสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง ตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔

เนื่องจาก นายนนทิกร กาญจนะจิตรา กรรมการ ก.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ครบวาระ การดำรงตำแหน่งในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ทำให้ตำแหน่งกรรมการข้าราชการรัฐสภา ว่างลง ๑ ตำแหน่ง สภาผู้แทนราษฎรต้องดำเนินการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน ตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ในการเลือกตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้แจ้งให้สมาชิก ทราบล่วงหน้าแล้ว และได้มีสมาชิกเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ ก่อนกำหนดวันเลือกเจ็ดวัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการเลือก ของประกาศรัฐสภา ข้อ ๓ รวมทั้งสิ้น ๒ ท่าน ๑. นางบุษกร อัมพรประภา ๒. นางพรรณิภา เสริมศรี ประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ประจำที่นั่งของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ คิดว่าท่านคงได้เปิดดู

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๘ บัญญัติว่า การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญเป็นกรรมการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานรัฐสภากำหนด ซึ่งได้มีประกาศรัฐสภา ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๕ ข้อ ๖ กำหนดให้นำข้อบังคับว่าด้วยการเลือกคณะกรรมาธิการสามัญ มาใช้บังคับแก่การเลือกตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม ซึ่งข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๑ วรรคท้าย กำหนดว่าการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง คณะกรรมาธิการ ถ้ามีการเสนอชื่อกรรมาธิการเท่ากับจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดให้ถือว่า ผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอชื่อมากกว่าจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ เนื่องจากได้มีสมาชิกเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามจำนวน ๒ ท่าน ซึ่งเกินจำนวนตำแหน่งที่ว่าง จึงต้องออกเสียง ลงคะแนนเป็นการลับนะครับ

ในการออกเสียงลงคะแนนลับผมจะขอใช้วิธีการตามข้อบังคับ ข้อ ๘๔ (๒) คือใช้บัตรออกเสียงลงคะแนนโดยการเขียนเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมาย ตามประเด็นที่จะออกเสียง วิธีการปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับจะดำเนินการ ดังนี้

๑. ผมจะตั้งกรรมการจำนวน ๖ ท่าน เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการหย่อนบัตร ลงคะแนนของสมาชิกและตรวจนับคะแนนด้วยนะครับ

๒. ผมจะให้กรรมการตรวจนับซองลงคะแนนเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหานะครับ จะให้กรรมการตรวจนับซองลงคะแนนก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่แจกซองบัตรลงคะแนน หลังจากสมาชิกลงคะแนนเสร็จแล้วผมจะให้กรรมการตรวจนับซองลงคะแนนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสนะครับ

๓. เจ้าหน้าที่จะมอบซองลงคะแนนให้กับท่านสมาชิกท่านละ ๑ ซองนะครับ ซึ่งในซองจะมีบัตรลงคะแนนเพื่อใช้เลือกผู้ทรงคุณวุฒิโดยมีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ จำนวน ๒ ท่าน

๔. ให้ท่านสมาชิกเขียนเครื่องหมายกากบาทในช่องสี่เหลี่ยมหน้ารายชื่อ ที่ท่านสมาชิกประสงค์จะเลือกเพียง ๑ ท่านเท่านั้น หากเกินกว่านี้จะถือว่าเป็นบัตรเสีย

๕. เมื่อสมาชิกลงคะแนนเสียงเสร็จแล้วให้นำบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ตามเดิม โดยผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขประจำตัวสมาชิก เมื่อเลขาธิการเรียกชื่อ สมาชิกท่านใดให้สมาชิกท่านนั้นนำซองลงคะแนนมาใส่กล่องรับคะแนนที่จัดไว้ต่อคณะกรรมการ ตรวจนับคะแนน

๖. เมื่อประธานได้ประกาศปิดการลงคะแนนลับแล้วท่านสมาชิกจะใช้สิทธิ ลงคะแนนอีกไม่ได้ และให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนและรวบรวมผลคะแนนต่อไป

๗. เมื่อกรรมการตรวจนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เสนอต่อประธาน และประธานประกาศมติต่อที่ประชุม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญครับ คุณหมอจาตุรงค์