สุพิศาล เสนอตัดโอกาสพบกัน ป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือแนวทางป้องกันอาชญากรรมโดยเสนอการตัดโอกาสที่ผู้กระทำและเหยื่อจะพบกัน พร้อมเน้นบทบาทของสังคมและครอบครัวในการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง และเสนอมาตรการติดตามผู้พ้นโทษด้วยเทคโนโลยีเช่นกำไล EM การรายงานตัว และการดูแลจากชุมชน เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ พร้อมผลักดันให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาและสร้างระบบสังคมที่เข้มแข็งต่อเนื่องเพื่อป้องกันอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กราบขอบคุณที่ให้โอกาสแค่ ๑๐ นาที ที่จริงแล้ว สามารถพูดถึง ๓ ชั่วโมงได้ ผมกราบขอบคุณ ส.ส. ทุกท่านที่ได้ยื่นญัตตินี้เป็นญัตติที่ดี แล้วเป็นญัตติที่ผมให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางและมาตรการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ ผมอยากจะนำเรียนท่านทั้งหลายนะครับ ผมจะไม่ได้ อธิบายซ้ำเหมือนกับหลาย ๆ ท่าน เพราะ ส.ส. ทุกท่าน ผู้ยื่นญัตติทั้ง ๕ ท่านก็ได้พูดถึงสถิติ คดีต่าง ๆ ตลอดจนสาเหตุที่เกิดขึ้น ผมจะเข้าไปสู่การสร้างแนวทางการป้องกันและมาตรการว่า หลักคิดใช้อะไร แล้วควรจะคิดอย่างไร ฝากบรรดาท่านที่จะต้องไปเป็นกรรมาธิการในที่นี้ สิ่งที่อยากจะทบทวนวรรณกรรมให้ฟังว่ามันมี ๒ ทฤษฎีหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อ อาชญากรรมคือทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม ทฤษฎีนี้พูดถึงเรื่องของปัจจัย ๓ ตัว คือเหยื่อ อาชญากร และโอกาส ๓ สิ่งนี้มาบรรจบอยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่ง ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง นั่นคือการเกิดขึ้นของอาชญากรรม นี่คือสำคัญครับ ฉะนั้นวิธีการป้องกันอาชญากรรมนั้น สาระสำคัญคือตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกจากการรวมตัวของสามเหลี่ยมนี้ จะตัดเหยื่อออก ก็ไม่มีการเกิดอาชญากรรม จะตัดอาชญากรออกก็ไม่เกิดอาชญากรรม ตัดโอกาสเพื่อไม่ให้เกิด ก็จะไม่เกิดอาชญากรรมเพราะว่าเหยื่อกับอาชญากรไม่ได้มาเจอกันแน่ ฉะนั้นสาระสำคัญ ของแนวคิดทฤษฎีนี้คือการป้องกันไม่ให้คนร้ายและเหยื่อได้พบกัน ประเด็นก็คือต้องตัด โอกาสทุกมิติไม่ให้เหยื่อและอาชญากรได้เจอกัน จะทำอย่างไรเดี๋ยวว่ากัน อีกแนวคิดหนึ่ง คือการกระทำของบุคคลเมื่อลงมือมักจะต้องมีพื้นที่หรือสถานที่เหมาะสม มนุษย์ครับ มีจิตใจ ที่แฝงเร้นหรือซ่อนเร้นอยู่ในตัวบวกกับสถานที่ที่จะลงมือ ถ้ามนุษย์ที่มีจิตใจที่ดี สถานที่ที่ดี อาชญากรกรรมนั้นจะไม่เกิดในสถานที่นั้น ถ้ามนุษย์มีจิตใจที่ดีแต่สถานที่มันเปิดโอกาส มันมีอาชญากรแฝงอยู่พร้อมที่จะลงมือ ถ้ามนุษย์จิตใจไม่ดีแต่สถานที่นั้นแข็งแรงก็เป็นแค่แฝง พร้อมที่จะเกิด แต่ถ้ามนุษย์จิตใจไม่ดี สถานที่หรือโอกาสนั้นเปิดอาชญากรเกิด อาชญากรรมเกิดแน่นอน นี่ครับ ผมทบทวนวรรณกรรมให้แค่นี้นะครับว่าเราจะทำอย่างไรในการป้องกันหรือกำหนดแนวทาง หรือมาตรการในการป้องกันการก่อเหตุหรือการเกิดอาชญากรรมเกี่ยวกับการข่มขืน และกระทำชำเรานะครับ การล่วงละเมิดทางเพศดังกล่าวนี้ให้ได้ จะเห็นว่าการตัดสิ่งหนึ่ง สิ่งใดออกโดยเฉพาะเรื่องของเหยื่อ ขณะนี้เหยื่อมิใช่มีเฉพาะเพศหญิง เพศอื่น ๆ ก็มีนะครับ อาชญากรมิใช่อาชญากรที่จะกระทำความผิดซ้ำอีกต่อไป มันเกิดจากบริบทของสังคม มันเกิดจากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดจากสิ่งที่เรียนรู้จาก เทคโนโลยี เกิดสิ่งที่เกิดจากสภาพแวดล้อม หรือเกิดจากการมีโอกาสมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการที่จะทำให้เหยื่อไม่ตกอยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวได้ สังคมทั้งสังคมครับ ไม่ใช่ผู้ใดผู้หนึ่งที่จะต้องมารับผิดชอบ แม้กระทั่งรัฐบาลก็ดี แม้กระทั่งนักกฎหมายก็ดี ตำรวจ ก็ดีนะครับ หรือพนักงานสอบสวนที่จะต้องรับผิดชอบ นั่นคือห้วงของหลังการเกิดเหตุทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก่อนเกิดเหตุนั้นเป็นห้วงเวลาสำคัญที่ดีที่สุดที่เราจะสร้างแนวทางป้องกัน และการป้องกันหรือกำหนดมาตรการ กำหนดอย่างไรครับ เราสามารถดูแลเหยื่อได้ เราสามารถเข้าถึงเหยื่อได้เร็ว เราสามารถคุ้มครองเหยื่อได้ แต่อาชญากรนั้นแน่นอนครับ ในสภาพที่เห็นอยู่ อาชญากรไม่บอกหรอกครับว่าจะลงมือ แต่ถ้าสิ่งสำคัญคือเอาเหยื่อออกจาก ที่เกิดเหตุก่อนให้ได้ โดยการคุ้มครอง ดูแลปกป้อง ให้ความรู้และเรียนรู้สิ่งที่เกิด เปิดเผย ข้อมูลหรือความเป็นจริงต่าง ๆ ที่ควรจะป้องกันให้กับตั้งแต่รากหญ้าคือสังคม ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้องที่อยู่ใกล้ตัว อย่าปล่อยให้เหยื่อหรือคนที่เป็นเป้าหมายของคนในสังคม ที่จะถูกข่มขืนตั้งแต่เด็ก เด็กชายตัวเล็ก ๆ ก็อาจจะโดนนะครับ เด็กสาวที่อยู่ในวัยเล็ก ๆ อาจจะอยู่กับคุณตา ไปมากับคุณตาตลอดเวลา ไปมากับบุพการีตลอดเวลา มันก็เป็นการเปิด โอกาส โดยเฉพาะบุพการีบางคนใช้โอกาสหรือห้วงเวลานั้นลงมือกระทำ นั่นคือสิ่งที่สังคม จะต้องไม่ปล่อย เพราะฉะนั้นตั้งแต่ในสังคมครอบครัว ชุมชน และบริบทถึงประเทศชาติเรา ควรจะต้องให้ความสนใจในเรื่องนี้นะครับ โดยเฉพาะเรื่องเหยื่อ ต้องกำหนดมาตรการ หรือวิธีการที่จะไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่อ เป็นผู้คนทั่วไปอยู่แล้ว แต่อย่าให้กลายเป็นเหยื่อ เพราะฉะนั้นกันเขาออกไปด้วยวิธีการต่าง ๆ คณะกรรมาธิการทุกท่านต้องหาวิธีการ และโอกาสครับ โอกาสหรือห้วงเวลาที่เหมาะสมของอาชญากรจะลงมือ นั่นคือห่วงโซ่ของ เวลาที่สำคัญ ถ้าอย่างนั้นการตัดโอกาสจะต้องเป็นสิ่งหนึ่ง เป็นปัจจัยที่ ๒ ที่อะไร ที่สังคม จะต้องเข้าไปฟื้นฟู อย่าปล่อยให้คนในสังคมเดินหิ้วปีกกันมาโดยไม่มองหรือไม่สนใจว่า ทำอะไร พากันขึ้นไปนะครับ ต้องเฝ้ามองและตั้งข้อสงสัยว่ามีข้อพิรุธอะไร จะแจ้งส่วนกลาง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือคนที่เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจเข้าไปตรวจดูเวลาพิสูจน์ ต้องร่วมมือกันครับ นั่นคือสิ่งที่เราจะตัดโอกาสไม่ให้คนร้ายซึ่งแฝงตัวในจิตที่เราไม่ทราบว่า จะลงมือเมื่อไร แต่รอเวลาให้เหมาะสมเท่านั้นเอง นั่นคือประเด็นสำคัญของประเด็นที่ ๒ ปัจจัยที่ ๒

สุดท้ายคือประเด็นของอาชญากร มันเป็นประเด็นปลายเหตุหลังจากที่คน หรือบุคคลที่ลงมือกระทำความผิดแล้วเราจะเรียกว่าอาชญากร แน่นอน เพราะด้วยความผิด ในห้วงเวลามีเหยื่อเกิดขึ้นนะครับ และถูกติดตามจับกุมดำเนินคดี ใช่ครับ ในนั้นเป็นส่วนหนึ่ง สำคัญที่เราจะต้องเฝ้ามองเขาเพราะเขาคือกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรก ที่จะกระทำความผิดซ้ำอีก การควบคุมในห้องขังการควบคุมในที่ขังหรือการดำเนินคดีก็เป็น มาตรการส่วนหนึ่งที่จะควบคุมเขาได้ แต่สิ่งสำคัญคือการที่เขาออกจากเรือนจำ ออกจาก สถานที่ต่าง ๆ มันจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือหรือสิ่งที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาควบคุมเขา มีการรายงานตัวต่อชุมชน มีการติดกำไลอีเอ็ม (EM) มีการบอกตำแหน่งพิกัด มีการบอกเขาว่า เขาจะอยู่คนเดียวไม่ได้ เขาจะต้องมีคนอยู่มีคนดูแล นั่นคือส่วนสำคัญ ผมมีเวลาน้อย ที่จริงต้องพูดมากกว่านี้ เหลืออีก ๕๐ วินาที ก็สรุปว่าสิ่งสำคัญคือสามเหลี่ยมอาชญากรรมนั้น ท่านต้องดูแลเหยื่อ ป้องกันเหยื่อ กำหนดมาตรการให้ชัดเจน แล้วสำคัญที่สุดก็คือการตัด โอกาสของการลงมือการกระทำความผิดจากคนที่ซ่อนตัวการเป็นอาชญากรสำคัญ ๆ ไว้ ถ้าท่านตัดโอกาสนี้ได้ด้วยการสร้างกระบวนการหรือมาตรการจากสังคมที่แข็งแรงทุกมิติ อย่างต่อเนื่องแล้วจะเกิดความยั่งยืนอย่างจริงจัง อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องโทษใครครับ โทษสังคมเราที่กำลังปล่อยโอกาสพวกนี้ไป เทคโนโลยีมีมากมายที่จะช่วยท่านได้ ขอสนับสนุน ในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา ขอบคุณครับ