โกวิทย์ พวงงาม หารือญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้พิจารณาประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่น เพื่อลดอำนาจภาครัฐและเพิ่มอำนาจท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานและขอขอบคุณที่เปดดโอกาสให้ ท่านสมาชิกได้อภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่า ผมเห็นด้วยในการที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอยู่ ๖ ญัตติ ด้วยกันในวันนี้ แต่ญัตติที่ผมคิดว่าน่าสนใจแล้วก็อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธานก็คือ เรื่องของท่านเทพไท เสนพงศ์ ในการพูดถึงให้ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีบางญัตติที่พูดถึงให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการเปดด ช่องทางหลาย ๆ ช่องทางที่จะฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นของสภาได้นำไปพิจารณา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมต้องตั้งคณะกรรมาธิการ เพราะว่าส่วนหนึ่งเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญคงมีปัญหาตามที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวได้อภิปรายในสภานี้หลาย ๆ ประเด็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าสู่ อำนาจรัฐของ ส.ส. ส.ว. แล้วก็มีวิธีการเลือกตั้งที่ยังมีปัญหาหลายเรื่อง สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด คิดว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปหลายประเด็นแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดเพิ่มเติมในประเด็น ที่เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก นั่นก็คือในเรื่องของการที่เราเคยพูด เสมอว่าเราจะลดอำนาจภาครัฐได้อย่างไร ผมคิดว่าคำนี้หลายพรรคการเมืองนำไปหาเสียง แล้วสิ่งหนึ่งที่จะสะท้อนเรื่องการลดอำนาจภาครัฐ ผมเข้าใจว่าต้องไปพูดถึงความสัมพันธ์ ระหว่างภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่น ซึ่งในรัฐธรรมนูญหลายฉบับก็ได้เขียนเรื่องนี้ ยกตัวอย่าง ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งจริง ๆ แล้วมาจากการรัฐประหารเหมือนกัน แต่ได้เขียนกำหนด อำนาจหน้าที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกหลักในการจัดบริการสาธารณะ ซึ่งประเด็นแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างอำนาจรัฐต่อนี้ไปเราคิดว่าจะต้องให้ท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการในการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งอันนี้นำไปสู่ความ ซ้ำซ้อนในการจัดภารกิจระหว่างรัฐกับท้องถิ่นอยู่มากมาย แล้วนำไปสู่ปัญหา เพราะฉะนั้น การลดอำนาจภาครัฐต้องไปเพิ่มอำนาจท้องถิ่น ไปเพิ่มอำนาจของภาคประชาชนและพลเมือง ให้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ได้พิจารณาเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นว่าในรัฐธรรมนูญหลายฉบับไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ดีได้เขียนอยู่เรื่องหนึ่งในแนวนโยบายแห่งรัฐ แล้วผมคิดว่า อาจจะเขียนในหมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นก็ได้ นั่นก็คือการทำให้พูดถึงการจัดการ ตนเอง หรือกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและชุมชนพึ่งตนเองและตัดสินใจในการดำเนินการ กิจกรรมของท้องถิ่น เป็นต้น การเขียนแบบนี้เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจรัฐส่วนหนึ่ง ที่ไปกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขออนุญาตอ้างถึงสักนิดหนึ่งในมาตรา ๗๘ (๓) เขียนไว้น่าสนใจ แล้วผมคิดว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ยังมีจุดอ่อนในประเด็นที่ผมพูดถึงอยู่มากพอสมควร นั่นก็คือกระจายอำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจกรรมของท้องถิ่นเองได้ แล้วก็ พัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด นี่คือการส่งเสริม ให้จังหวัดที่มีศักยภาพมีความพร้อมที่จะเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ระดับจังหวัด ซึ่งผมคิดว่า ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ทำให้อำนาจของท้องถิ่น อำนาจของประชาชนที่เราจะต้อง ออกแบบในรัฐธรรมนูญให้มีอำนาจแล้วก็ดำเนินการในการตัดสินใจในการจัดบริการสาธารณะ และดำเนินกิจกรรมของท้องถิ่นได้ นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะ ตั้งขึ้นได้พิจารณาในประเด็นเหล่านี้
ในประเด็นต่อมาก็คือว่า มีท่านสมาชิกพูดหลายท่านแล้วเรื่องของการกำหนด รูปแบบพิเศษของการจัดการท้องถิ่น ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมคิดว่ายังมีจุดอ่อนที่ยัง เปดดโอกาสหลายเรื่องว่าในโครงสร้างท้องถิ่น ปกติโครงสร้างท้องถิ่นเขาจะเขียนในรัฐธรรมนูญ เกือบทุกฉบับบอกว่าผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรือว่ามาจาก ความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น นั่นก็หมายความว่าในการที่จะไปดำเนินการให้มีผู้บริหาร ท้องถิ่นนั้นจะต้องมีได้ทั้ง ๒ วิธีที่ผมเอ่ยในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่อย่างไรก็ตามในการปกครองรูปแบบพิเศษก็เปดดว่าให้ใช้รูปแบบวิธีอื่นได้ ในการมีผู้บริหารท้องถิ่น ประเด็นนี้จะเป็นการเปดดช่องและเปดดประเด็นให้ผู้มีอำนาจที่จะไป ดำเนินการในเชิงกฎหมายลูกนี่อาจจะผิดเพี้ยนไปจากเจตนารมณ์ที่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจาก การเลือกตั้งได้
ประเด็นสุดท้าย อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้น ผมคิดว่าการรับรองสิทธิของคนท้องถิ่น ผมเรียนตรง ๆ ว่าอยากจะบอกผ่าน ท่านประธานไปยังผู้ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ และอยากจะเป็นปากเสียงให้กับคนท้องถิ่นว่า หลักประกัน ๒ เรื่องที่จะต้องทำก็คือ สิ่งหนึ่งที่จะต้องพูดกันก็คือหลักประกันเรื่องรายได้ ท้องถิ่น ศักยภาพของท้องถิ่น การเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บภาษีก็ดี ในการจัดการ เรื่องการหารายได้ของท้องถิ่นก็ดี ผมคิดว่าจะต้องบัญญัติไว้แล้วก็มีการศึกษาว่าจะทำอย่างไร
ประเด็นต่อมาก็คือหลักประกันข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่าในรัฐธรรมนูญ บางฉบับได้บัญญัติให้พนักงานท้องถิ่นเป็นข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือการทำให้ สถานะของพนักงานท้องถิ่นมีสถานะเทียบเท่าข้าราชการ เพราะมีเสียงบ่นจากคนท้องถิ่นว่า ศักดิ์ศรีและตำแหน่งเขาในการเทียบตำแหน่งระหว่างข้าราชการพลเรือนและพนักงานท้องถิ่น ยังมีสิทธิที่ไม่ใกล้เคียงกัน
อันนี้เป็นประเด็นที่อยากฝากเป็นประเด็นสุดท้ายว่าในการศึกษารัฐธรรมนูญ ก็ลองไปดูว่าในการกำหนดตำแหน่งหรือสถานะของคนท้องถิ่นซึ่งเป็นพนักงานท้องถิ่นอยู่ แล้วก็มีความลักลั่นในการกำหนดตำแหน่ง เช่น ใน อบต. อาจจะเรียกว่า พนักงานท้องถิ่น ในเทศบาลก็พนักงานท้องถิ่น ใน อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัดเรียกว่า ข้าราชการส่วนจังหวัด ใน กทม. เรียกว่า ข้าราชการ กทม. ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องที่ผมนำเสนอสถานะ ของคนท้องถิ่น ในประเภทองค์กรท้องถิ่นทั้ง ๔-๕ ประเภทอย่างที่ผมพูดถึงมันมีความต่าง เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานให้ผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาหรือหาแนวทาง ทั้งปัญหาที่เพื่อนสมาชิกพูดแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ในประเด็นที่ผมพูดถึงทั้งหมดให้กรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นได้ไปพิจารณาดำเนินการด้วย ขอขอบคุณครับ