อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือปัญหาข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ก่อให้เกิดความสับสนทางการเมืองในหลายมิติ ทั้งกระบวนการเลือกตั้ง การตีความกฎหมาย และการมีส่วนร่วมของ ส.ว. พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทบทวนและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นแบบเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพและเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมได้ลุกขึ้นมาขอท่านประธานอภิปรายสนับสนุนญัตติ ของเพื่อนสมาชิกในการขอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งญัตตินี้ ก็มีเพื่อนสมาชิกเป็นเจ้าของญัตติในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มีนโยบายในการที่จะให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งปัจจุบันนี้หลายปัญหา หลายเรื่องอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายให้ท่านประธานรับทราบ ซึ่งท่านประธานก็ได้มีดำริว่าในประเด็นไหน ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็ไม่อยากให้อภิปรายซ้ำ ซึ่งหลาย ๆ ประเด็นเพื่อนสมาชิกก็ได้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้ แต่การอภิปรายในวันนี้ผมก็คงจะไม่อภิปรายเฉพาะจุด ที่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่จะอภิปรายถึงข้อดีในบางจุดที่รัฐธรรมนูญนี้มีแล้ว ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประเทศได้ แต่ส่วนที่เป็นปัญหา ก็มีท่านประธาน ก็จะนำเรียนชี้แจงกับพี่น้องประชาชนในการที่จะได้อภิปราย ดังต่อไปนี้
ผมมีความเชื่อมั่นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศแล้วก็เป็น กฎหมายที่มีความสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขของพี่น้องประชาชนและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เป็นตัวกำหนดชี้วัดทิศทางทางการเมือง และการเมืองก็จะมีอิทธิพลในการชี้วัดความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจและสังคม พี่น้องประชาชนจึงอยากมีความเชื่อมโยงในการ ที่จะมีรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นความเชื่อมโยงในการร่างรัฐธรรมนูญของเรากับพี่น้อง ประชาชนผ่านมาหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉบับปี ๒๔๙๒ ฉบับปี ๒๕๑๗ และฉบับปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะปี ๒๕๔๐ ที่เรามีการตั้ง สสร. ซึ่งได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน และกระบวนการจัดทำนั้นมีความเป็นอิสระ ซึ่งต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้อยู่ขณะนี้ ที่มีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ขาดความเชื่อมโยง กับพี่น้องประชาชน แต่ถึงกระนั้น ก็มีข้อดีแล้วก็มีปัญหาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็จะชี้ให้เห็นในการอภิปรายของผมว่าข้อดี แล้วก็ข้อที่ต้องปรับปรุงนั้นมีอะไร ทั้งนี้ทั้งนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการอภิปรายของผมนั้น ส่วนที่ ๑ และส่วนที่ ๒ ผมยังยืนยันว่าเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องดำรงไว้ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อันนี้เป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่เรา มุ่งเน้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหากับประเทศชาติแล้วก็พี่น้องประชาชน และจะไม่นำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อย ฉะนั้นการได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา หลักเกณฑ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นจึงเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้นได้มีความเห็นร่วมกันในการที่จะช่วยกันศึกษาเพื่อหาหลักเกณฑ์ ในการแก้ไขในจุดที่เป็นปัญหา เพื่อที่จะให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ท่านประธานครับ การที่เรามีเพื่อนสมาชิกได้มีการยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นมีลักษณะพิเศษ ๓ ลักษณะครับ ๑. กระบวนการจัดทำพิเศษ ๒. มีเนื้อหาพิเศษแล้วก็พิสดารด้วย ๓. กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติม พิสดาร ผมจะขอพูดเฉพาะ ๒ หัวข้อแรกก็คือ ๑. กระบวนการจัดทำพิเศษ ๒. เนื้อหาพิเศษ แล้วก็พิสดารนะครับ ส่วนกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมที่พิสดารนั้นก็จะไม่ขอพูดถึง เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พูดให้ท่านประธานฟังแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากฝั่งรัฐบาลแล้วก็ฝั่งฝ่ายค้าน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาที่จะต้องมีความเห็นในสัดส่วน ที่ถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดปัญหาในความยุ่งยาก หรือความลำบากในการที่จะเข้า ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปหลากหลายแล้ว ผมขออภิปราย
๑. กระบวนการการจัดทำพิเศษ เรามีรัฐธรรมนูญมาถึง ๒๐ ฉบับ มีฉบับนี้ ที่ไม่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชนอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานครับ เรามีรัฐธรรมนูญ ที่จัดทำโดยอิสระมา ๓ ฉบับ ก็คือ ปี ๒๔๙๒ ปี ๒๕๑๗ แล้วก็ปี ๒๕๔๐ เป็นไปได้ไหม ในการที่จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เราจะนำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาเป็นต้นแบบ ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อที่จะได้เป็นส่วนในการยึดโยงกับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอของผมผ่านไปทางท่านประธานเพื่อไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น ในเร็ว ๆ นี้ในการที่จะศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ
๒. เนื้อหาพิเศษแล้วก็พิสดาร ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย เช่น การเลือกตั้งที่ไม่สามารถสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งซึ่งหลังจากการเลือกตั้งก็ทำให้เกิดความสับสนจนนำไปสู่การ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความในหลาย ๆ เรื่อง ท่านประธานก็จะเห็นว่าวันนี้มีหลายเรื่องที่นำไปสู่ ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลาออกจากบัญชีรายชื่อและย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ ความชัดเจนในเรื่องของรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กำหนดจึงนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ในการที่จะตีความ ให้เกิดความชัดเจน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากการที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดแล้วก็เป็น ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมอยากจะให้มีการนำไปสู่การศึกษาแล้วก็แก้ไขรัฐธรรมนูญ และในส่วนของการปรับองค์กรทางการเมือง เนื่องจากมีคำปรารภ ผมนำมาบางส่วน คำปรารภ ที่มีถึงการร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มีการวางกลไกป้องกันการตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวดเด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ จากคำปรารภนี้เราจึงเห็นว่าทำให้มีการปรับองค์กรทางการเมือง มีการกำหนดลักษณะ ต้องห้ามของ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีที่เข้มขึ้นจนนำมาสู่ความสับสนและปัญหาทางการเมือง เช่น กรณีผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นสื่อโดยไม่สามารถ สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีเพื่อนสมาชิกถูกร้องค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญถึง ๖๐ กว่าท่าน อันนี้ก็เป็น เครื่องบ่งชี้ถึงความไม่ชัดเจนหรือข้อบกพร่องตามรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องมีการศึกษาและ แก้ไข การเพิ่มใบส้ม ใบดำ ซึ่งแต่เดิมนั้นมีเฉพาะใบเหลืองและใบแดง ซึ่งปัจจุบันนี้การ เลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นตัวชี้วัดว่าการที่เพิ่มใบต่าง ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นใบส้มและใบดำนั้น ประสิทธิภาพการใช้นั้นเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม แก้ไขปัญหาการทุจริต การเลือกตั้งนั้นเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นตัวชี้วัดว่าในส่วนตรงนี้ คงจะต้องมีการแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งนั้นนำไปสู่การมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม นำมาซึ่งการตั้งรัฐบาลที่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วก็อยู่บนธรรมาภิบาลและจริยธรรม ในการที่จะบริหารประเทศเพื่อนำความเจริญและความสงบสุขมาถึงพี่น้องประชาชนและระบบ เลือกตั้งที่มีที่เดียวในโลกครับ รายละเอียดเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่าของเรานั้นใช้ระบบ จัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งในโลกของเราท่านประธานก็ทราบ เรามีระบบเลือกตั้ง ๒ ระบบใหญ่ ก็คือระบบเสียงข้างมากหรือที่เราเรียกว่า เมเจอร์ริตี ซิสเตม (Majority system) แล้วก็ระบบ สัดส่วนก็คือโปรเฟสชันนัล ซิสเตม (Professional system) ซึ่งของเรานั้นก็เป็นที่เดียวในโลก ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้นำกราบเรียนท่านประธานแล้ว ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีปัญหาในระบบ การเลือกตั้งซึ่งทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดให้มีบัตรใบเดียว นับคะแนนทั้ง ส.ส. เขต และนำไปคำนวณเป็นบัญชีรายชื่อ ไม่มีการกำหนดจำนวน ส.ส. ที่อาจจะเกินไว้ก็คือโอเวอร์ แฮงก์ (Overhang) ไม่มีคะแนนขั้นต่ำ และเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ต้องคิดจำนวนสัดส่วน ส.ส. ใหม่ เป็นเช่นนี้ไปถึง ๑ ปีหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งท่านประธานสามารถดูได้ในมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา ๑๓๑ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่กระผมนั้นอยากจะให้มีการศึกษา แล้วก็แก้ไขรัฐธรรมนูญ และส่วนที่ ๒ มีการปรับกระบวนการนิติบัญญัติซึ่งก็จะมีทั้งข้อดี แล้วก็ยังมีจุดที่จะต้องแก้ไข ส่วนที่จะต้องมีการแก้ไขคือการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่มีการ กำหนดเวลาตามมาตรา ๑๕๙ ซึ่งจะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง
๒. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ย้อนยุคไปก่อน ปี ๒๕๔๐ ซึ่งตรงนี้ถูกกำหนดในมาตรา ๑๕๑ ส่วนข้อดีก็มีครับ การเพิ่มให้ ส.ว. นั้นได้เข้าชื่อ ขอเปดดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาตามมาตรา ๑๕๓ การให้ผู้นำฝ่ายค้านขอเปดดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมรัฐสภาเป็นการลับก็ได้ตามมาตรา ๑๕๕ อีกนิดเดียวท่านประธานครับ
๓. มีการปรับกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินในการเพิ่มยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตามมาตรา ๖๕ แผนปฏิรูปประเทศ หมวด ๑๖ ตามมาตรา ๒๕๗-๒๖๑ ซึ่งคณะรัฐมนตรี ต้องแถลงนโยบายให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งข้อนี้ก็มีทั้งข้อดีแล้วก็มีทั้งข้อเสีย เพราะว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้นขาดการยึดโยง กับภาคประชาชน ตรงนี้ก็อยากให้มีการศึกษาผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากที่ผมได้อภิปรายมาครับท่านประธาน ผมจึงขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศ เพื่อให้ประเทศมีความสงบสุข ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ