สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านโกวิทย์ พวงงาม ซึ่งท่านได้ตั้งประเด็นด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในส่วนของภัยต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้อง ประชาชนก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ว่า โครงสร้างในการบริหารจัดการภัยสาธารณะนั้นก็ได้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วก็แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี ๒๕๕๘ ซึ่งภายใต้ทั้ง ๒ แผนงานนี้ก็ได้เตรียมรับมือกับภัยพิบัติในทุกระดับซึ่งเริ่มจาก

ภัยลำดับที่ ๑ ก็คือลำดับพื้นที่ ซึ่งมีทั้งท้องถิ่นและนายอำเภอเป็นคนที่จะ ดูแลเป็นเบื้องต้นก่อนนะครับ

ภัยลำดับที่ ๒ ก็จะเป็นระดับที่เรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้อำนวยการศูนย์ ที่จะดูแลระดับจังหวัด

ภัยลำดับที่ ๓ เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องเป็น คนดูแล

ภัยลำดับที่ ๔ ถือว่าเป็นภัยสูงสุดก็ต้องเป็นระดับนายกรัฐมนตรีซึ่งก็เป็นไปตาม กลไกของกฎหมายซึ่งได้มีการเตรียมพร้อม มีการสั่งการในการที่จะเผชิญเหตุต่าง ๆ รวมไปถึง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการที่จะทำหน้าที่ในการอำนวยการนะครับ ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนว่าในการแก้ปัญหาเรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ สิ่งสำคัญก็คือคนที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ก็คือท้องถิ่นที่จะเป็น กลไกหลักในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในเริ่มแรกที่ภัยเกิดขึ้น แต่ว่าก่อนที่ภัยเกิดขึ้น กระทรวงมหาดไทยก็จะต้องมีการวางแผนทั้งหมดในการที่จะให้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องแจ้งเตือนล่วงหน้า เช่น ถ้าภัยแล้งก็กรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องน้ำทั้งระบบ ซึ่งในส่วนกรณีนี้ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานว่าในส่วนของภัยหนาวเองในขณะนี้ก็ต้องยอมรับว่า กรมอุตุนิยมได้นิยามคำว่า หนาว ไว้คืออุณหภูมิต้องต่ำกว่า ๑๕ องศา แล้วถ้าจะเป็น ภัยหนาวต้องต่ำกว่า ๑๕ องศาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันจึงจะเป็นภัยหนาว แต่ว่าถ้าจะ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติภัยหนาวจะต้องมีอุณหภูมิของอากาศต่ำกว่า ๘ องศาติดต่อกัน เกินกว่า ๓ วัน นี่คือสิ่งที่จะเรียนได้ว่ารัฐบาลเองก็ได้แจ้งเตือนในขณะนี้ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้ากรณีที่ยังไม่มีอากาศหรืออุณหภูมิต่ำกว่า ๘ องศาติดต่อกันเกิน ๓ วันเมื่อประกาศภัย ไม่ได้ แต่ว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถที่จะเข้าไป ช่วยเหลือได้เป็นกรณีแรกเลยก็คือช่วยเหลือผู้ประสบความยากไร้ในพื้นที่ได้เลยไม่ต้องรอ ประกาศภัยหนาว

ประการต่อมาองค์การการกุศล เช่น มูลนิธิต่าง ๆ หรือว่าบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็จะมีการเตรียมผ้าห่มหรือสิ่งของที่จำเป็นไปแจกจ่ายกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าเป็นเขตภัยหนาว เพราะฉะนั้นในส่วนนี้รัฐบาลก็ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าสิ่งหนึ่งในขณะนี้ ก็คือแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะให้ดูแลคนกลุ่มผู้อ่อนแอทั้งหลาย ผู้สูงอายุก็ดี หรือว่าเด็กก็ดี คนพิการหรือว่าสตรีมีครรภ์ หรือว่าประชาชนผู้มีรายได้น้อย อย่างนี้เป็นบุคคล ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษก็ให้การดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนอกจากในสภาวะ ที่มีอากาศแห้งหรือหน้าหนาวอย่างนี้เสี่ยงต่อการที่จะเกิดไฟไหม้ ก็ได้แจ้งเตือนไปให้เตรียม ในส่วนของรถดับเพลิงในจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่ที่ประสบเหตุอยู่ในภัยหนาว อันนี้รัฐบาลได้ ดูแลได้สั่งการทั้งหมดแล้วในขณะนี้

ประการต่อมาที่ท่านได้ถามก็คือว่าอุทกภัยซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นภัยที่ถ้าหากว่า ทางเหนือหนาว ทางใต้จะมีอุทกภัย มีน้ำท่วม เพราะฉะนั้นในขณะนี้บางพื้นที่ในภาคใต้ เริ่มมีน้ำท่วม สิ่งที่กระทบมากที่สุดก็คือจังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้านเราก็คือประเทศมาเลเซีย แล้วก็มีแม่น้ำโก-ลกเป็นเขตแดนแล้วก็มีบางพื้นที่ ของแม่น้ำโกลกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แล้วเมื่อน้ำเอ่อไหลลงมาจากภูเขาก็จะท่วมในบางพื้นที่ ของอำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งทางกระทรวงเองก็ได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้ว แล้วก็ได้ ซักซ้อมความเข้าใจได้ย้ำให้ปฏิบัติตามแผนที่ได้วางแล้วก็ได้กำหนดกันเอาไว้แล้ว ผมเอง ก็ได้ประสานกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสตั้งแต่คืนวันที่ ๓๐ แล้วก็ได้สื่อสารกับ ท่านนายกเทศมนตรีของเทศบาลสุไหงโก-ลก ตั้งแต่คืนวันที่ ๓๐ ซึ่งเมื่อสอบถามแล้วได้รับ การยืนยันว่าพื้นที่ยังสามารถดูแลได้ก็ถือว่าเป็นด่านแรกที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น เรื่องอุทกภัยรัฐบาลก็เตรียมความพร้อมในการที่จะให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หากเกิน ความสามารถของทางองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่แล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเอง ก็สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่

ประการต่อมา จังหวัดเองก็มีความพร้อมในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อเกินขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วสามารถที่จะมีงบประมาณ ในการเข้าไปดูแลได้ มีเงินสำรองจ่ายทั้งก่อนเกิดเหตุแล้วก็ขณะเกิดเหตุแล้ว ซึ่งเป็นไปตาม ระเบียบที่กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดไว้ ก่อนเกิดเหตุก็สามารถใช้ได้ ๑๐ ล้านบาท แล้วขณะเกิดเหตุก็ใช้ได้ ๒๐ ล้านบาท หากภัยยังคงมีอยู่แล้วจำเป็นจะต้อง เพิ่มประการใดก็สามารถเพิ่มได้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ ได้เตรียมความพร้อมไว้ในการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วก็กระทรวงมหาดไทยเอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเองได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ประการต่อมาก็คือเรื่องภัยแล้งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์โกวิทย์ ได้มีความห่วงใยก็ต้องยอมรับว่าปีนี้น้ำต้นทุน หรือว่าน้ำที่เก็บไว้ในเขื่อนต่าง ๆ นั้นหรือว่า ในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ นั้นเรามีน้อยกว่าปกติอันนี้ต้องยอมรับครับ เพราะฉะนั้นสิ่งแรก ที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมก็คือว่าสิ่งที่ต้อง ไม่ขาดแคลนก็คือน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค อันนี้ก็ได้สั่งการชัดเจน แล้วเมื่อช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในการที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งโดยเฉลี่ยจังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งนั่นคือ มุ่งที่จะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งให้พี่น้องประชาชนไปก่อนแล้ว โดยใช้งบกลางเมื่อปี ๒๕๖๒ แต่ว่าในขณะนี้ได้สั่งให้มีการสำรวจแหล่งน้ำทั้งหมดเพื่อที่จะเป็นหลักประกันได้ว่าน้ำอุปโภค กับบริโภคต้องไม่ขาดแคลนในฤดูแล้งนี้จนกว่าจะไปถึงเดือนพฤษภาคมในปีหน้า เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านอาจารย์ว่ารัฐบาลได้เตรียมในส่วนนี้เอาไว้

ประการต่อมา เป็นเรื่องที่หลายท่านมีความห่วงใยนั่นก็คือความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งก็ต้องกราบเรียนว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่รุนแรง แล้วก็ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เรามีคนเสียชีวิต ปีหนึ่งร่วม ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ประมาณ ๒๒,๐๐๐ คนต่อปี ในการที่เสียชีวิตบนท้องถนน หรือว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลต่าง ๆ การเสียชีวิต จะสูงมาก ๓ ปีย้อนหลังโดยเฉลี่ยจากปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ เรามีการเสียชีวิต บนท้องถนนไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ คน ต่อช่วง ๗ วันอันตราย ปีนี้จึงได้มีมาตรการ ผมคิดว่า ทุกท่านเห็นพ้องต้องกันครับว่าจากตัวเลขถนนที่มีอยู่ในประเทศไทยที่อยู่ในการดูแลของ กรมทางหลวงประมาณ ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตรเศษ ๆ อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท ประมาณ ๔๘,๐๐๐ กิโลเมตร หรือ ๔๙,๐๐๐ กิโลเมตร แต่อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้งหมดประมาณ ๕๙๖,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร คิดเป็น ๘๖ เปอร์เซ็นต์อยู่ใน การดูแลของท้องถิ่น และอุบัติเหตุก็เกิดในอุบัติเหตุของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นปีนี้จึงมุ่งไปที่ ตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยในท้องถิ่นนั้นได้แก้กฎหมายแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สนช. เขาได้แก้ภารกิจของท้องถิ่นให้ชัดเจนขึ้นในเรื่องการให้มีอำนาจในเรื่องการจัดการ จราจรและความเรียบร้อย ซึ่งเดิมท้องถิ่นไม่มีหน้าที่นี้ก็เกี่ยงกันว่าทำไม่ได้ ตั้งงบประมาณ ก็ไม่ได้ ตอนนี้ท้องถิ่นทำได้ กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ นี้ ก็หวังว่า กลไกท้องถิ่นจะเข้ามาเป็นส่วนช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องการจราจรในพื้นที่ เพราะถนนทั้งหมด เกือบ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่ในการดูแลของท้องถิ่น และเหตุร้ายต่าง ๆ การสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นประมาณ ๘๒ เปอร์เซ็นต์อยู่ในถนนขององค์กรปกครองท้องถิ่น ปีนี้จึงมุ่งไปให้ท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเสียชีวิตบนท้องถนนในการที่จะร่วมกันลดอุบัติเหตุ แล้วก็ใช้กลไกชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นด่านครอบครัว ด่านชุมชน หรือว่า ด่านโรงเรียน เข้ามาให้ความสำคัญกับการเกิดอุบัติเหตุ การเคารพวินัยจราจรมากขึ้น นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมการอยู่ในขณะนี้ครับ