สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ หารือเรื่องการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของตำแหน่งนี้และความจำเป็นในการมีเลขาธิการที่มีความรอบรู้ในเรื่องนิติศาสตร์และการบริหาร
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายเกี่ยวกับการให้การรับรองในตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในวันนี้ กระผมกราบเรียนว่าตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นประเภทบริหาร ระดับสูง เป็นตําแหน่งที่มีความสําคัญ เพราะว่าเราต้องมองในแง่ ๑. ต้องเป็นนักบริหาร เพราะว่าตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่งหัวหน้าหน่วยงานที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นก็เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือมีภารกิจในเรื่อง ของการร่างกฎหมายให้กับหน่วยราชการต่าง ๆ ร่างกฎหมายให้กับส่วนราชการ เมื่อส่วนราชการต่าง ๆ มีสิ่งที่จําเป็นจะต้องร่างกฎหมายหรือตรากฎหมายขึ้นก็จะต้องอาศัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การร่างกฎหมายนั้นในหน่วยงานนั้นอาจจะมี ความเกี่ยวข้อง เกี่ยวโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน สํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาจําเป็นจะต้องรอบรู้ด้วยว่าหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้เคียงกันนั้น มีกฎหมายที่ใช้อยู่แล้วอย่างไรบ้าง จะบูรณาการกันได้อย่างไรจึงจะไม่เกิดความซ้ําซ้อน สามารถใช้กฎหมายของหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจใกล้เคียงกันได้หรือไม่ นั่นก็คือต้องรอบรู้ เกี่ยวกับกฎหมายต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานที่จะร่างกฎหมายและหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน เพื่อให้กฎหมายต่าง ๆ นั้นสามารถนําออกใช้ และกฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะต้องไม่เป็น อุปสรรคในการพัฒนาในการบริหารประเทศชาติด้วย กฎหมายต่าง ๆ จะเป็นในแง่ของการ ส่งเสริมหรือในแง่ของการบังคับต่าง ๆ นั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็จะต้องมี ความรอบรู้ในเรื่องดังกล่าว รวมถึงกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ใช้อยู่แล้ว ฉบับใดบ้างที่จะต้องมีการ ปรับปรุง แก้ไข ฉบับใดบ้างที่ต้องยกเลิก เหล่านี้ถือว่าเป็นภารกิจที่มีความสําคัญอย่างยิ่งของสํานักคณะกรรมการข้าราชการกฤษฎีกา ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายที่ร่างออกมานั้น ถือว่าเป็นเครื่องมือของหน่วยงาน เป็นเครื่องมือของส่วนราชการต่าง ๆ และสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ถือว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับรัฐบาล เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ ส่วนราชการต่าง ๆ เวลามีปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย ก็จําเป็นจะต้องอาศัยความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังจะเห็นจากหลายครั้งที่ผ่านมาในอดีต คําแนะนําบางอย่างก็ยังไม่สามารถครอบคลุม ยังมีข้อผิดพลาดบกพร่องให้เห็นในอดีต เพราะฉะนั้นการพิจารณาในวันนี้เราจําเป็นจะต้อง เลือกคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องของนิติศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ทางด้าน นิติศาสตร์ นอกจากด้านนิติศาสตร์แล้ว ก็คือด้านการเป็นผู้บริหารหรือนักปกครอง เพราะว่า เฉพาะเลขาธิการคนเดียวเก่งคงไม่ได้ ก็จําเป็นจะต้องใช้นักกฎหมายที่มีอยู่เพื่อที่จะทําให้ ภารกิจต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรของเรามีการร่างกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ คณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร เราจะเห็นได้ว่าส่วนหนึ่งจําเป็น ก็คือต้องมีตัวแทน ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามา และจะเป็นคนสําคัญที่ประธาน คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ จะต้องสอบถาม หรือเวลามีปัญหาเกิดขึ้นจะเป็นผู้ที่จะให้ คําแนะนํากับคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการ ในการตอบในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อกฎหมายเข้าสู่ภาผู้แทนราษฎรหรือในรัฐสภาก็ตามตัวแทนของสํานักงานกฤษฎีกา เรียกว่าจะต้องประจําอยู่ตลอดเวลานะครับ เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้ศึกษาดูแล้วว่าที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ ได้เสนอ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เข้ามาเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ในฐานะที่ผม ช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้รับมอบหมายให้กํากับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ ผมได้มีโอกาสทํางานอย่างใกล้ชิดกับท่านชูเกียรติ รัตนชัยชาญ ซึ่งปัจจุบัน ท่านเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ดูแลรับผิดชอบ ในเรื่องต่างประเทศ ในเรื่องเศรษฐกิจ ท่านเป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นนักปกครองที่ผมชมเชย มาโดยตลอด เป็นนักกฎหมายที่รอบรู้ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ และสามารถทํางาน ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือทํางานร่วมกับเพื่อน ข้าราชการระดับเดียวกัน หรือทํางานร่วมกับผู้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่า การที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เพื่อให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งในครั้งนี้ จึงเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน อาวุโส ในหน่วยงานนี้ท่านชูเกียรติ รัตนชัยชาญ ก็ถือว่าเป็นรองเลขาธิการ อันดับ ๑ อยู่ เพราะฉะนั้นจึงมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง จึงกราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ