จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ แถลงว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุจริต ใช้อำนาจที่มีอำนาจมากเกินไป และขอเสนอชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พิจารณาไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีพฤติกรรมทุจริตและบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่อง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตท่านประธานได้ทําหน้าที่เป็นผู้เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง ๒ ญัตติ พร้อมกันไปในเวลาเดียวกันครับ ขอเริ่มต้นด้วยญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พวกกระผมผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๔๖ รายชื่อ ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ โดยได้แนบหลักฐานการยื่นคําร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตําแหน่ง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ มาด้วยแล้ว
ทั้งนี้เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการ แผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นํา ไร้สํานึก ไร้ความรับผิดชอบ ทั้งต่อสภาและต่อประชาชน ลอยตัว หนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทําอย่าง ปากว่าตาขยิบ ชอบแอบอ้างประชาธิปไตย กระทํา การอันไม่บังควร สมรู้ร่วมคิดกับพวกพ้อง ทําลายข่มขู่ ก้าวก่ายสถาบันหลักในระบอบ ประชาธิปไตย ทั้งสถาบันนิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระ มุ่งแก้ปัญหาบุคคล ในครอบครัวมากกว่าปัญหาประชาชน
อีกทั้งมีพฤติกรรมฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิด ข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งเสริม ปกป้อง การฉ้อราษฎร์บังหลวงและการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง ความร่ํารวย ของครอบครัวและวงศ์วานว่านเครือ ขณะที่ประชาชนกลับจนลง ได้รับความเดือดร้อน แสนสาหัส นโยบายรณรงค์ต่อต้านการทุจริตเป็นแค่เพียง “ละครปาหี่” ไม่มีผลปฏิบัติจริง จนยุคนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลายเป็นยุคที่การคอร์รัปชัน (Corruption) เบ่งบานที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้แยแสใส่ใจจัดการตามอํานาจ หน้าที่แต่อย่างใด
อีกทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังกระทําผิดกฎหมายซ้ําซาก วางแผน ใช้อํานาจออกกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์โดยมิชอบ อันเป็นการทุจริตรูปแบบใหม่ ที่ซับซ้อน แยบยล ตลอดจนการใช้อํานาจรัฐบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบเพื่อทําลาย ฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง ปล่อยให้บุคคลให้ครอบครัว “กดปุ่ม” สั่งการตามอําเภอใจ ในทุกรูปแบบ จนประเทศไทยเสมือนมีนายกรัฐมนตรีหลายคนวนเวียนหาประโยชน์ ทั้งในทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา
ภายใต้การปกครองของระบอบการใช้อํานาจบาตรใหญ่ที่อาศัยแต่ ความมีเสียงข้างมากจากวันเลือกตั้งเป็นข้ออ้างกลบเสียงฝ่ายอื่น และเสียงประชาชน เพื่อใช้อํานาจนั้นตามใจตนแต่เพียงฝ่ายเดียว การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ส่งผลให้สังคมไทยเกิดความร้าวฉาน แตกแยกครั้งใหญ่ อย่างไม่เคยปรากฏ นายกรัฐมนตรีและครอบครัวกลายเป็นผู้สร้างปัญหาและเป็นตัวปัญหา ของประเทศ การทุจริตแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า กระทบทั้งระบบคุณธรรม จริยธรรม หลักนิติธรรม ค่านิยมแห่งความถูกต้องดีงามของสังคมไทย การเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ความไร้ประสิทธิภาพและความบกพร่องล้มเหลว ผิดพลาดของนโยบาย และการบริหารราชการแผ่นดินได้ทําประเทศเสียหายตกต่ําอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นําความทุกข์ยาก เดือดร้อนมาสู่คนไทยทั้งแผ่นดิน หากปล่อยให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีมีแต่จะพาประเทศไปสู่ความวิบัติ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่สมควร ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๘ พวกกระผมขอเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป
ญัตติถัดมาครับ เป็นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล พวกข้าพเจ้าผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๔๖ รายชื่อ ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๙ โดยมีรัฐมนตรีที่ถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย โดยพวกข้าพเจ้าได้แนบหลักฐานการยื่นคําร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภามีมติถอดถอนรัฐมนตรีออกจากตําแหน่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ มาด้วยแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากรัฐมนตรีดังกล่าวได้มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ลุแก่อํานาจ ขาดคุณธรรม จริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ มุ่งสนองผลประโยชน์ส่วนตนพวกพ้อง และผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า ผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริงของประชาชน มีพฤติกรรมการทุจริตจงใจกระทําผิดกฎหมาย หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ และประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดํารงตําแหน่งต่อไป รายละเอียดทั้งหมด ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและพวกกระผมก็จะได้ดําเนินการอภิปรายลึกลงไป ในรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐานข้อมูลต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ