สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการโกหก การทุจริต และการล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ที่สําคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ที่กระผมไม่พูดไม่ได้ครับ เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม นายกรัฐมนตรีสัญญาไว้กับคนไทย ทั้งประเทศว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่า เรื่องนิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยคงไม่ยอมให้ดิฉัน ทําอะไรเพื่อคน ๆ เดียวหรอกค่ะ คําถามหรือข้อเท็จจริงก็คือ ๒ ปี ๓ เดือนที่ผ่านมา มันพิสูจน์แล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีโกหกครับ เรื่องบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประชาชน นายกรัฐมนตรีล้มเหลว ทุจริต ผิดกฎหมาย แต่เรื่องเพื่อคนคนเดียวก้าวหน้าตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีจําเรื่องคืนพาสปอร์ตได้ใช่ไหมครับ ทําเพื่อใครครับวันนั้นถ้าไม่ใช่ คนคนเดียว ไม่ถอดยศ ไม่ถอดยศใครครับ ถ้าไม่ใช่คนคนเดียว ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ออกเพื่อใครครับ สุดท้ายการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ว่าท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะท่าน นายกรัฐมนตรีตระบัดสัตย์ต่อประชาชน นายกรัฐมนตรีอาจแก้ตัวว่าเป็นเรื่องสภาเหมือนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ตัวมาตลอดครับ แต่กราบเรียนกับท่านประธานว่าไม่มีใครเชื่อ นายกรัฐมนตรีแล้วครับ ที่บอกว่าไม่มีใครเชื่อเพราะว่ารู้กันทั้งหมดว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือตัวการ รับงาน รับตําแหน่งมาดําเนินการเรื่องนี้เพื่อล้างผิดการทุจริต หลักฐานครับ เริ่มต้นตั้งแต่ตอนเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านประธานจําได้ไหมครับ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษที่เป็นที่มาของคําว่า สับขาหลอก ครับ วันนั้นนายกรัฐมนตรีไปสิงห์บุรี ยอมลงทุนค้างคืน กองทัพบกเอา ฮ. ไปรับก็ไม่ยอมกลับ จะค้างคืนให้ได้ ทําไมต้องค้างคืน ให้ได้ เพราะวันรุ่งขึ้นวันอังคารมีการประชุม ครม. เขาจะพิจารณาพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ให้คนคนเดียวอย่างไรครับ นายกรัฐมนตรีถึงหนีความรับผิดชอบ ลอยตัว จะได้อ้างว่าไม่รู้ แล้วให้คนอื่นเป็นประธานแทน และสุดท้ายความแตก ก็เลยต้องระงับเรื่องนี้ไป ไม่จบเท่านั้นครับ ความพยายามของท่านนายกรัฐมนตรียังมีต่อมาอีกครับ พระราชบัญญัติปรองดองครับ เสนอเข้าสภา ๕ ฉบับ เนื้อหาล้างผิด คืนเงิน คืนสิทธิคนทุจริต เหมือน พ.ร.บ นิรโทษกรรมนี่ ทุกประการครับ ก่อนเสนอสภาพิจารณากฎหมายปรองดอง ก่อนที่จะมีการเสนอกฎหมาย ฉบับนี้มีการพิจารณาของกรรมาธิการปรองดองแห่งชาติในสภา แล้วก็มีมติให้ส่งรัฐบาลว่า ถ้าหากจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะต้องมีการจัดทําสานเสวนาก่อน ตรงนี้อย่างไรครับ จึงเป็นที่มาที่มีการออกมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้งให้จัดเวทีประชาเสวนาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยชี้แจงเมื่อสักครู่ ๑๐๘ เวทีนั่นละครับ แล้วก็ไปใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน งบฉุกเฉิน ๙๐.๒๖ ล้านบาท เพื่อจะเอาผลการเสวนาที่ว่ามาเป็นเครื่องมือออกกฎหมาย นิรโทษกรรมตามเป้าหมายท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านบอกว่าเป็นเรื่องสภาท่านไม่เกี่ยว นี่ละครับมติครม. คือใบเสร็จตรง ๆ ว่าท่านมีความพยายามจะผลักดันการนิรโทษกรรม แต่สุดท้ายผลการเสวนามันออกมาชัด คนเขาเห็นด้วยกับการปรองดองเหมือน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดเมื่อกี้จริงครับ แต่เขาเห็นด้วยแค่ควรปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน แต่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีปรองดองโดยการออกกฎหมายล้างผิดครับ สุดท้ายเรื่องนี้มันก็เลยต่อไม่ได้ครับ จึงเป็นที่มาที่นายกรัฐมนตรีต้องไปมองโกเลีย ท่านไปมองโกเลียทําไมครับ ลงทุนเอาเงินภาษีอากรประชาชนคนไทยทั้งประเทศไปปูทาง เตรียมออกกฎหมายล้างผิดคนโกงอย่างไรครับ ไปลงทุนกล่าวหาทําร้ายประเทศไทย ด้วยตัวของผู้นําประเทศไทยเอง กล่าวหาว่าประเทศไทยไม่เป็นนิติรัฐ ประเทศไทย ไม่มีระบบนิติธรรม ไม่มีหลักนิติธรรม ประเทศไทยยังไม่ได้ประชาธิปไตยคืนมา ทั้งที่ตัวเอง เป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่สร้างเสริมประชาธิปไตย ทําไมไม่เอาประชาธิปไตยคืนมาครับ แต่ขณะที่ทําร้ายประเทศไทยก็ไปแก้ต่างให้คนในครอบครัว บอกว่าพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรี ชนะเลือกตั้ง ๒ สมัย แต่ถูกรัฐประหาร ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่กลับไม่บอกว่าทําไมถึงถูก รัฐประหาร ครอบครัวนายกรัฐมนตรีต้องอยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน แต่ไม่บอกว่าทุกข์ทรมาน อยู่บนกองเงินกองทอง นี่คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดที่มองโกเลียเพื่อปูทางให้โลก เห็นด้วยถ้าจะมีการออกกฎหมายล้างผิดการทุจริต ข้อสังเกตก็คือว่านายกรัฐมนตรีไม่เคย ห้ามปรามคนในพรรค และคนในรัฐบาลที่ร่วมคณะรัฐมนตรีด้วย ไม่ให้ออกมาสนับสนุน พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เพราะอะไรครับ เพราะนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยแต่ไม่พูดเพราะเรื่องนี้ถ้าออกกฎหมายล้างผิดคืนเงิน คือสิทธิ สําเร็จ ผู้รับประโยชน์รายใหญ่ มี ๒ คนคนที่ ๑ พี่ชายท่านนายกรัฐมนตรี ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท คนที่ ๒ คือตัวนายกรัฐมนตรีเองมีอยู่ในจํานวน ๔๖,๙๘๒,๓๖๕,๑๒๕ ล้านบาท ทําไมพวกผม ต้องย้ําเรื่องนี้อีก เพราะนายกรัฐมนตรีเคยไปให้การคัดค้านไว้ในฐานะผู้คัดค้านที่ ๔ ตอนพิจารณาคดียึดทรัพย์ว่า ๙๘๒ ล้านบาทนี้ เป็นของนายกรัฐมนตรี หลักฐานอีกอันหนึ่ง ที่บอกว่านายกรัฐมนตรีคือตัวการในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็คือว่าปรับ ครม. ครั้งล่าสุดถึงขั้นนายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลฯ เพื่อแต่งตั้งตัวเองเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม เป็นเพื่ออะไรครับ อ้างว่าเพื่อไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จนวันนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ลงไปเลยครับ ที่ต้องการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะต้องการไปเป็นประธานสภากลาโหม กับเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่แล้ว ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็จะใช้ทั้งสภากลาโหมและสภาความมั่นคงผลักดันพระราชกําหนด นิรโทษกรรมอย่างไรครับ โดยใช้กองทัพเป็นเครื่องมือ ผมไม่ได้ใส่ร้ายแต่คลิปถั่งเช่าที่ท่าน นิพิฏฐ์เอามาเปิด ชัดเจนระบุ ความพยายามที่จะร่วมมือกันระหว่างนายกรัฐมนตรีเมืองนอก นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แต่สุดท้ายพระสยามเทวาธิราช มีจริงครับ คลิปแตก ความแตก เรื่องนี้จึงต้องระงับไป แล้วก็เป็นที่มาของพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับที่คนออกมาเต็มถนนอยู่ทุกวันนี้ครับ เริ่มต้นจากนิรโทษกรรมคดีปล้น คดีฆ่า คดีเผา คดีหมิ่น ที่เรียกว่านิรโทษกรรมครึ่งเข่งสุดท้ายกลายพันธุ์ไปเป็นนิรโทษกรรม คดีปล้น คดีฆ่า คดีเผา แล้วก็ไปถึงคดีโกง แล้วก็ถึงคืนทรัพย์ กลายเป็นฉบับสุดซอยเหมาเข่ง ที่ถูกคนออกมาต่อต้านทั่วประเทศนี้ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลหลักฐานที่พิสูจน์ว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มีส่วนสมรู้ร่วมคิดผลักดันและได้รับประโยชน์จากการออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมมาโดยตลอด เมื่อคนออกมาเต็มท้องถนน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาแถลง ๓ รอบ ถึงไม่มีใครเชื่ออย่างไรครับ แล้วก็ไม่มีใครฟัง เพราะนายกรัฐมนตรีโกหกหลายเรื่อง มาตลอดจนกลายเป็นโกหกสะสม และหมดความน่าเชื่อถือล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ มาจนถึงวันนี้ แม้ประกาศว่าจะถอน ๖ ร่างออกไปก็ไม่มีคนไว้วางใจว่าแม้จะถอน ๖ ร่างออกไป แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลมาลงสัตยาบันว่าถ้าพ้น ๑๘๐ วัน ร่างที่วุฒิสภาได้คว่ําไปแล้วนั้น จะไม่หยิบยกขึ้นมายืนยันอีกก็ไม่มีใครเชื่อ ที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงยืนยันว่า เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ทําเนียบรัฐบาล ด้วยข้อความว่าอยากยืนยันเพื่อให้พี่น้องประชาชน ทุกท่านได้สบายใจว่า วันนี้ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนั้นจบลงแล้วนะคะ ทุกอย่าง ได้ถอนแล้ว อยากกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่าเรื่องทั้งหมดนั้น น่าจะเรียกว่าจบสิ้นจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีตรงนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันคําพูดนี้อยู่ไหมครับว่าถอนออกทั้งหมดแล้ว จบสิ้นแล้วจริง ๆ เพราะผมยังเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีโกหกครับ ถอนไป ๖ ร่างมันยังไม่จบสิ้นหรอกครับ มันยังมีอยู่อีกร่างหนึ่ง ค้างอยู่ที่สภา รอบรรจุระเบียบวาระ อาจจะอ้างว่าเป็นร่างประชาชน แต่คนเสนอคนแรกก็คือ สมาชิกร่วมรัฐบาลกับนายกรัฐมนตรีนั่นละครับ มีตําแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองด้วย เลิกโกหกประชาชนเถอะครับ ผมถึงบอกว่าทั้งหมดมันสะท้อนชัดว่านายกรัฐมนตรีพูดอย่าง ทําอย่าง เห็นประโยชน์ตัวเองและคนในครอบครัวเหนือความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สมควรไม่ไว้วางใจอย่างไรครับ ผมไม่อยากหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เอกสารมันอยู่ในมือผมนี่ครับ ท่านประธานก็คงรู้อยู่เต็มอกมันมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งรอบรรจุระเบียบวาระ ตรวจสอบ รายชื่อเสร็จแล้วส่งกลับไปยังต่างจังหวัด