สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการทุจริตและไม่ได้ใช้เงินเพื่อป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ที่ไม่สมบูรณ์และไม่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่จะให้โอกาสผมในการ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในญัตติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพฤติกรรมที่มีการฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและ ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน กรณีที่จะได้มีการอภิปรายในวันนี้จะเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการน้ํา โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการออกพระราชกําหนดเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุการณ์อุทกภัยในปี ๒๕๕๔ ซึ่งพวกเราทราบกันดี และเรียกกันว่าเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทยนั้น เป็นวิกฤติของประเทศครับ แต่ด้วยวิกฤติของประเทศและประชาชนในครั้งนั้นรัฐบาลได้พลิก มาเป็นโอกาสของนักการเมืองในการหาช่องทางในการทุจริตคอร์รัปชันโดยเฉพาะกับเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมย้อนความจําท่านประธานนิดหนึ่งครับ เหตุการณ์น้ําท่วม ในปี ๒๕๕๔ ซึ่งขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพิ่งเข้ามารับตําแหน่งประมาณเดือน สิงหาคม หลายคนพูดครับบอกว่าน้ําท่วมครั้งนั้นเกิดจากรัฐบาลชุดที่แล้วไปกลั่นแกล้ง ตั้งใจจะเก็บน้ําเหมือนกับว่ารู้ว่าจะแพ้เลือกตั้งจะโทษคุณยิ่งลักษณ์เมื่อเกิดน้ําท่วม ผมจะนํากราฟ (Grape) เพื่อเตือนความจํานิดหนึ่งครับ น้ําในเขื่อนภูมิพลในปี ๒๕๕๔ ซึ่งถ้าท่านประธานจะเห็นบนจอนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

วันที่ ๘ วันที่ ๙ สิงหาคม ซึ่งมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี น้ําในเขื่อนอยู่ประมาณ ร้อยละ ๗๐ เท่านั้น นั่นหมายความว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมาดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าท่านจะได้ลงมาดูแลแก้ไขและป้องกันโดยการระบายน้ําออกจากเขื่อนก่อนที่จะมีพายุ อีก ๓ ลูกเข้ามาหลังจากนั้น ก็คือพายุไห่ถางในวันที่ ๒๘ กันยายน พายุเนสาดในวันที่ ๒๘ กันยายน และนาลแกวันที่ ๖ ตุลาคม แต่เพราะท่านไม่ได้ปล่อยน้ําครับ จึงเป็นเหตุให้น้ํา ในเขื่อนใหญ่ทั้ง ๒ เขื่อน คือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์นั้นเกินความจุหรือปริมาตรสูงสุด ที่จะรับได้ หลายคนก็ยังถกเถียงครับว่าตกลงเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือความจงใจ ของรัฐบาลผมก็จึงไปค้นข่าวในขณะนั้น เพราะมีคนพูดครับว่ารัฐบาลเองก็รู้ว่าน้ํามันจะ เต็มเขื่อนถ้ามีพายุอีก ๓ ลูกเข้ามา แต่ปรากฏว่าขณะนั้นโครงการจํานําข้าว ซึ่งเป็นโครงการ ที่รัฐบาลให้ความสําคัญเป็นอันดับ ๑ ท่านจึงจําเป็นที่จะต้องให้ชาวนานั้นเก็บเกี่ยวข้าว ได้มากที่สุด จึงเป็นเหตุครับที่มีข่าวว่าหนังสือพิมพ์บ้านเมืองวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ ผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยาในขณะนั้นให้สัมภาษณ์ว่าข้อร้องให้กรมชลประทานอย่าปล่อยน้ํา ไม่อย่างนั้นจังหวัดพระนครศรีอยุธยานาจะล่มทั้งหมด แล้วมากไปกว่านั้นครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นเช่นเดียวกัน ให้สัมภาษณ์ ลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในวันที่ ๖ กันยายน พูดชัดว่า ขอให้ กฟผ. ชะลอน้ําจาก ๒ เขื่อน เพื่อให้ชาวนาเกี่ยวข้าวทัน กรณีนี้ละครับ เป็นเหตุให้มีการไปอั้นน้ําไว้ในเขื่อน แล้วเมื่อ มันไม่สามารถจะเก็บกักได้ต่อไป มันจึงเป็นการลักษณะของเขื่อนแตก และไม่มีความสามารถ ในการที่จะไปดูแลแก้ไขได้ทันท่วงที นั่นประการที่ ๑ ครับ ที่ผมจะเตือนความจํา แต่เมื่อ ประเทศเกิดวิกฤติจากเหตุการณ์น้ําท่วมแล้ว ท่านประธานคงจําได้ สิ่งที่รัฐบาลออกมากระทํา อย่างแรกหลังจากน้ําลด คือท่านบอกว่าจําเป็นต้องหาเงินเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ น้ําท่วมจะไม่เกิดขึ้นอีก เป็นที่มาขอการออกพระราชกําหนดเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นครับ พวกกระผมเองก็ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยว่าไม่ควรจะป้องกันหรือสร้าง โครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันอุทกภัย แต่เราบอกว่ามันมีความจําเป็นเร่งด่วนถึงขนาดต้อง ออกเป็นพระราชกําหนด ไม่ผ่านการตรวจสอบของรัฐสภาหรือ วันนั้นถกเถียงกันครับ สุดท้ายพวกผมก็ไปยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมไปถามศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ แล้วก็ยืนยันครับ การป้องกันน้ําท่วม การสร้างเขื่อน สร้างทางน้ําหลาก ฟลัดเวย์ (Floodway) ต่าง ๆ ท่านไม่สามารถสร้างได้ภายใน ๓ เดือน ๖ เดือน แต่เอาละครับ วันนั้น ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเป็นคุณกับพวกท่าน ศาลพิพากษาในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ บอกว่า เป็นความจําเป็นและรัฐบาลมีสิทธิที่จะออกเป็นพระราชกําหนด พวกผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ แต่ผมก็เคารพคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พวกผมไม่เคยออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าจะไม่ รับอํานาจศาล หลังจากนั้นเมื่อท่านมีเงินแล้ว ท่านก็มีอํานาจมีเงินแล้วก็อ้างว่าจะเอาเงินนี้ ไปเร่งรีบแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พวกผมก็ตั้งความหวังครับว่า ปี ๒๕๕๕ น่าจะเห็นอะไรใหม่ ๆ ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ําของประเทศไทย และปี ๒๕๕๖ ประเทศไทยก็คงไม่ต้องประสบกับภาวะน้ําท่วมอีก แต่ปรากฏว่าท่านได้เงินไป ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๕ ครับ จนถึงบัดนี้ยังไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นในแผ่นดิน นี้ ซึ่งเป็นโครงสร้าง ใหม่ ๆจากเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านได้อํานาจจากประชาชนไป เพราะอะไรครับ ท่านประธาน เพราะท่านมัวแต่วุ่นวายกับการหาผู้ที่จะมาดําเนินโครงการ ประมูลโครงการ พูดง่าย ๆ ว่า ผู้ที่จะมารับเหมา แล้วก็ใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา หลายชุดครับ กนย. กบอ. สุดท้ายประเด็นสําคัญก็คือว่าเมื่อจะมีการออกระเบียบในการที่จะ จัดซื้อจัดจ้างผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้รับเหมาทําโครงการต่าง ๆ ซึ่งท่านจะกําหนดไว้ อ่างเก็บน้ําเอย เขื่อนเอย ทางน้ําไหล ทางน้ําหลากปรากฏว่าท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องใหม่ มีความจําเป็นต้อง ยกเว้นระเบียบพัสดุของสํานักนายกรัฐมนตรี ระเบียบพัสดุของสํานักนายกรัฐมนตรีคืออะไร ก็คือกฎเกณฑ์ วิธีการละครับ ที่เวลาพวกท่านจะเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้ ท่านจะต้อง เปิดให้มีการประมูลโครงการ ต้องทําให้เกิดความโปร่งใส ต้องมีการกําหนดราคากลาง แล้วก็ มีขั้นตอนมากมายครับที่ข้าราชการหรือฝ่ายประจําเขากําหนดไว้ว่าถ้าฝ่ายการเมืองจะเข้ามา ใช้เงินของพี่น้องประชาชนจะต้องทําอย่างไรเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่นี่อะไรครับ ท่านได้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไป ขอออกเป็น พ.ร.ก. อ้างความจําเป็นเร่งด่วน สุดท้ายมาทลายกําแพงป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านออกระเบียบเองเลยครับ บอกเลยครับว่ายกเว้นระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ แล้วกําหนดระเบียบ ขึ้นมาใหม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ เรื่องด่วน ท่านอ้างอยู่อย่างนี้ละครับ แล้วระเบียบ ที่ท่านไปยกขึ้นมาใหม่ท่านกําหนดให้โครงการเหล่านี้ให้ผู้รับเหมามีอํานาจในการประมูล โครงการในลักษณะดีไซน์แอนด์บิลด์ (Design and Build) ดีไซน์แอนด์บิลด์คืออะไรครับ ถ้าภาษาไทยก็แปลว่าออกแบบและสร้าง กรณีอย่างนี้ท่านยกอํานาจจ้างเหมาเบ็ดเสร็จให้กับ ผู้ดําเนินการ หมายความว่าถ้าท่านเลือกใคร ไม่ต้องผ่านการประมูล ไม่ต้องมีราคากลาง แล้วกําหนดไปเลยว่าจะเอานาย ก นาย ข บริษัท เอ บริษัท บี แล้วให้เขาไปกําหนดมาว่า เขาจะสร้างอะไร ที่ไหน บริษัทผู้รับเหมามีหน้าที่ทั้งศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสุขภาพ ผู้รับเหมามีหน้าที่ไปประเมินความคุ้มค่า ด้านเศรษฐกิจและการเงิน ออกแบบรายละเอียด จัดหาที่ดินก่อสร้าง และทํากระบวนการ มีส่วนร่วมของประชาชน หมายความว่าเขาทําเองหมดเลยครับ ผมถามท่านประธานว่า แล้วท่านคิดว่าโครงการที่เราได้มันจะเหมือนโครงการที่เวลาเราเปิดประมูลไหมครับ ในเมื่อ ท่านยกอํานาจให้เขาเบ็ดเสร็จเลยครับ ทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเอง จัดหาที่ดินเอง มีส่วนร่วมกับประชาชนเอง นี่คือวิธีการอย่างไรครับ ซึ่งท่านไปยกเว้นระเบียบทุกอย่าง แล้วก็ โยนอํานาจให้กับคนที่ท่านคิดว่าจะจ้างเขา มากไปกว่านั้นท่านยังกําหนดวิธีการประมูลที่เขา เรียกว่าเป็นการการันตี แมกซิมัม ไพรซ์ (Guarantee Maximum Price) คือหมายความว่า ท่านกําหนดวงเงินไว้สูงสุด แล้วให้ผู้รับเหมาไปออกแบบไปทําอย่างไรก็ได้ แต่สุดท้ายท่านจะ ไม่เกินราคานี้ ฟังดูเหมือนดีครับ แต่ว่ามันแปลว่าท่านเปิดเผยให้เขาเห็นว่าท่านมีหน้าตัก มีทุนอยู่เท่านี้ คุณไปออกแบบมาอย่างไรไม่ให้เกินราคานี้ ก็หวานหมูเขาสิครับ เขาออกแบบ ได้ครับ ออกแบบคํานวณได้เลยครับว่าลงทุนเท่าไร ใช้เงินเท่าไร กําไรเท่าไรบอกได้เลยครับ และวิธีอย่างนี้ ป.ป.ช. เขาก็เตือนท่านแล้ว ไม่ใช่ผมเตือนครับ และรายละเอียดที่ผมจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปเป็นความเห็นของ ป.ป.ช. เขาบอกครับ วิธีการดีไซน์ แอนด์บิลด์ท่านจะไม่ได้โครงการที่มีเทคนิคและราคาที่ดีที่สุด เพราะผู้รับเหมาจะเป็นคน ออกแบบกําหนดสเปค (Spec) ถ้าเขาทํางานไปเกิดปัญหาไป เพราะเขาต้องไปจัดหาที่ดินเอง ไปเวนคืนที่ดิน หรือไปทํากระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชน ถ้าต้นทุนเขาเพิ่มมากขึ้น เพิ่มมากขึ้น ตามเวลา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเขาก็ลดสเปคโครงการครับ ผมทราบว่า ท่านประธานก็คงทราบดีว่าถ้าเราปล่อยโอกาสให้มีการประมูลงานหรือทํางานในลักษณะนี้ สุดท้ายโครงการก็จะเล็กลง ๆ พนังเขื่อนประมูลวันแรกอาจจะหนาเป็นเมตร เสนอไปวันแรก แต่พอเข้าไปรับงานจริงแล้วเขาเป็นผู้รับเหมาเบ็ดเสร็จ มีต้นทุนของเขาเพิ่มสูงขึ้น ๆ เขาสามารถที่จะไปลดสเปค โครงการได้ตลอดเวลา ได้เงินเท่าเดิมครับ กําไรเท่าเดิม แต่คนที่ เสียหายมีคนเดียวคือประเทศไทยและประชาชน นี่เป็นสิ่งที่ผมถึงกราบเรียนว่าทําไมท่านต้อง ไปยกเว้นระเบียบ ท่านอ้างอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าท่านอยากไปชอปปิ้ง ไอเดีย (Shopping Idea) ของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ท่านอยากรู้ว่าเขามีความคิดดี ๆ อย่างไรกับประเทศไทย ที่จะป้องกันน้ําท่วม เลยไปประมูลอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไม่อยากจะไปกําหนดให้มันชัดเจน ตายตัว ที่ผมถามท่านประธานละครับ วันนี้ที่มีข่าวจะใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็น การรวบรวมโครงการเก่า ๆ ของกรมชลประทานทั้งนั้นนะครับ เขื่อนแม่วงก์นี่อย่างไรครับ ที่เดินกันมาจากพื้นที่มาที่กรุงเทพฯ นี้นะครับ เกาหลีคิด ญี่ปุ่นคิดหรือครับ ไม่ใช่ครับ สุดท้ายท่านเพียงต้องการจะมีเงินกู้ที่ไม่มีการตรวจสอบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้างความ เร่งด่วน อ้างความจําเป็น แล้วก็จัดหีบห่อโครงการที่อยู่ในสต็อก (Stock) ของรัฐบาลมาทํา ป.ป.ช. เขาเตือนแล้วครับ แล้วเขาก็บอกว่าโครงการแบบนี้ใช้เงินมากขนาดนี้ แต่ท่านกลับ ไม่มีราคากลาง ปรากฏเขาทําอย่างไรทราบไหมครับท่านประธาน รัฐบาลคงกลัวจะมีปัญหาก่อนจะมีการ เสนอราคา ท่านไปกําหนดราคากลางครับ วันเดียวครับ แต่ราคากลางที่ท่านกําหนดเท่ากับ จํานวนเงินงบประมาณในแต่ละแผนงานของท่าน อ่างเก็บน้ํา ท่านจะใช้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เปิดเผยราคากลางว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดอื่น ท่านทําเพราะ ท่านจําเป็น ท่านทําเพราะท่านกลัวว่าสุดท้ายท่านจะไม่ได้ใช้เงิน แล้วมันก็อาจจะเป็น อย่างนั้นละครับ เบื้องต้นครับ มี ๖ กลุ่มบริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาร่วมในแต่ละโมดูล (Module) หรือแผนงานของท่านตั้งแต่ เอ ๑-เอ ๕ (A1-A5) บี ๑-บี ๔ (B1-B4) บริษัทที่ได้ เค วอเตอร์ (K-Water) ร่วมค้าไทยญี่ปุ่น อิตาเลียน-ไทย ล็อกซเล่ย์ ทีมไทยแลนด์ ซัมมิท เอสยูที วงเงินที่ท่านประธานเห็นอยู่บนหน้าจอครับ คือวงเงินในแต่ละแผนงาน อ่างเก็บน้ํา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผังเมืองพื้นที่ปิดล้อม ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท แก้มลิง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรับปรุงลําน้ํา ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท จัดทําทางน้ําหลาก ๑๕๓,๐๐๐ ล้านบาท อ่างเก็บน้ํา ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไล่ลงมาครับ อันนี้คือสิ่งที่ท่านอ้างว่าเป็นราคากลาง แล้วท่านก็เปิดโอกาส ให้แต่ละบริษัทเสนอแผนหรือไอเดีย (Idea) ของแต่ละคน แต่อย่างที่ผมกราบเรียน ท่านไม่ได้ ให้มีการแข่งขันครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนผ่านการคัดเลือก ๖ บริษัท แล้ววิธีการจัดซื้อ จัดจ้างก็ไม่ต้องเปิดเผย ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องมีรายละเอียด สุดท้ายครับ มี ๒ บริษัท เขาอยู่ ไม่ไหว เขาขอถอนตัวออกไปเหลือ ๔ บริษัท ประมูลงาน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบ ท่านประธานเคยเห็นไหมครับ ตัวเลขที่เขาประมูลกันมาได้ ที่เขาจัดซื้อจัดจ้างกันได้ นี่ครับ อ่างเก็บน้ํา เขื่อน เพดานเงินอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาเสนอมา ๔๙,๙๙๙.๙๘ ล้านบาท ผังเมืองพื้นที่ปิดล้อมเพดาน ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เสนอ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาทเป๊ะเลยครับ พื้นที่แก้มลิง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เกาหลีกรุณาเรามากครับ ลดให้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๙๙๙ ล้านบาท ปรับปรุงลําน้ํา ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท จัดทําทางน้ําหลาก ๑๕๓,๐๐๐ ล้านบาท เค วอเตอร์จากเกาหลี ที่คุณยิ่งลักษณ์ไปเยือน แล้วก็มีบุคคลที่มีบารมีของประเทศไทย ที่มีบารมีของประเทศไทย บุคคลที่มีบารมีเบื้องหลังรัฐบาลชุดนี้ไปยืนนั้นไม่ลดให้เราเลยครับ อุตส่าห์ไปตั้งหลายครั้ง ๑๕๓,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับวงเงินเพดาน เพราะฉะนั้นรวมมาแล้ว ในวันที่ท่านไปรับบริษัทกันตรงนี้ ๒๙๑,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงมาไม่ถึงหลัก ๑๐๐ ล้านบาท นะครับ ลดลงมา ๗๓ ล้านบาท ผมถามท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ท่านทําธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของท่านในอดีต แล้วท่านไปหาผู้รับเหมาสร้างคอนโดมิเนียม สร้างหมู่บ้านจัดสรร ท่านกําหนดวงเงินให้เขา ๒,๐๐๐ ล้านบาท เขาเสนอมา ๒,๐๐๐ ล้านพร้อมกับลูกน้องของ ท่าน ท่านคิดว่ามีอะไรผิดปกติไหมครับ หรือท่านคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะกําหนดวงเงินเท่าไร เขาก็จะเอาเท่านั้น เพราะฉะนั้นนี่เป็นเหตุผลและเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนครับ ว่าทําไมโครงการ นี้ผมถึงได้พูดว่าเป็นการเอาวิกฤติของประเทศมาเป็นโอกาสของรัฐบาล และสุดท้ายเดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีที่จะขึ้นมาตอบก็จะบอกว่ามีการไปต่อรองกันภายหลัง ซึ่งยิ่งเป็นเรื่องแปลก ครับ เพราะบอกว่าราคาที่เปิดมาเมื่อสักครู่นี้ไม่เป็นไร ถ้าไม่พอใจเดี๋ยวเรียกมาคุยได้ทีละเจ้า เอาเจ้าที่ประมูลคนแรกมาก่อน ถ้าเจรจาต่อรอง ไม่ยอมลดให้ เดี๋ยวจะไปคุยกับคนที่ ๒ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าโครงการนี้ผู้มีอํานาจ มีอํานาจจริง ๆ กําหนดได้ด้วย คนไหน โครงการดีที่สุด เงินดีที่สุด ไม่เอาก็ได้ อยู่ที่ผม อยู่ที่ผู้มีบารมีจะเลือก แล้วทีนี้ใช้วิธีอะไร ไปต่อรองละครับ บริษัทเอกชนทําอย่างไรดีละครับถึงจะได้งาน ผมคิดว่าท่านประธาน ก็ทราบว่าทําอย่างไร เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวง นี่เป็นภาพของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปเยือนที่ เค วอเตอร์ เป็นเรื่องจริงครับ ผมไม่ได้ใส่ร้าย ไปในปี ๒๕๕๕ เค วอเตอร์ ได้งาน เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ เรื่องอย่างนี้ครับท่านประธาน เมื่อมันมีปัญหามากมายขนาดนี้ มันจึงมีคนไปร้องที่ศาลปกครอง นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อนเขาไปยื่นว่ากระบวนการ ทํางานทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ของโครงการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมันมีปัญหา เขาไปขอให้ศาลปกครองระงับโครงการนี้ครับ คุ้มครองชั่วคราว เพราะโครงการนี้มีหลาย ประการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ประการที่เห็นชัดเจนก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ วรรคสอง และมาตรา ๖๗ วรรคสอง มาตรา ๖๗ วรรคสอง ว่าด้วยการจัดทํารายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานครับ เพราะมันไม่มีรายละเอียดโครงการอย่างไรครับ เขาก็ไม่รู้ จะทํารายละเอียดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างไร แต่หมายความว่าอ่างเก็บน้ํา ยกตัวอย่างว่า อยากได้ความจุกี่ลูกบาศก์เมตร ไปเลือกเอาเลยครับจะทําตรงไหน จะผ่านบ้านใคร ตําบลใคร อําเภอใคร เป็นเรื่องที่ต่างชาติจะมาเลือกให้ มันถึงไม่มีรายละเอียดโครงการ มันถึง ไม่สามารถจะทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสิ่งสุขภาพ และผลกระทบ ต่อชุมชน

ประการต่อมา มาตรา ๕๗ วรรคสอง ท่านไม่มีกระบวนการจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดําเนินการ ผมก็เสียดายครับ ผมก็เสียดายว่า ถ้าท่านได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าขณะนี้เราจะเห็นเสาเข็มแรก ของอ่างเก็บน้ําที่จะมาแก้ไขปัญหาป้องกันอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าท่านปฏิบัติ ตามกฎหมายของประเทศ ท่านได้เงินไปตั้งเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ อ้างความเร่งด่วนออกเป็น พระราชกําหนด แต่ถึงวันที่ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๖ วันที่สัญญาหมดอายุท่านยังไม่ได้เอาเงินก้อนนี้ ไปทําอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย อยากจะออกเร่งด่วน อยากจะหลีกหนีการตรวจสอบ สุดท้ายประเทศเสียหาย ประชาชนเสียโอกาส แล้ววันนี้ท่านทําอะไรครับ ก็เห็นกันหลายครั้ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องมาทําตามคําสั่งศาล ทําไมท่านไม่คิดกัน ก่อน วันนี้ต้องออกไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ต้องเอารายงานอีไอเอ (EIA) ของเขื่อนแม่วงก์ขึ้นมาปัดฝุ่นพิจารณากันแล้วพยายามที่จะผลักดัน ที่เขาเรียกอีเอชไอเอ (EHIA) ให้ผ่านให้ได้เพื่อที่จะเอาเงินก้อนนี้ออกมาใช้อย่างไรครับ แล้วท่านก็ไปมาหลายที่ครับ ไปหลายจังหวัด และช่วงนี้ก็มีข่าวครับ ที่มีคนไม่เห็นด้วย คนต่อต้าน เพราะกระบวนการไป รับฟังความคิดเห็นของท่าน ท่านก็จัดตั้งครับ ท่านจะทําเขื่อนอําเภอหนึ่ง ไปรับฟังความ คิดเห็นอีกอําเภอหนึ่ง จะทําทางน้ําไหลอีกจังหวัดหนึ่ง ไปถามความเห็นคนจังหวัดข้าง ๆ แล้วก็ปล่อยให้มีการจัดตั้งคนเข้ามาจากอําเภอนี้เท่านี้ ตําบลนี้เท่านี้ แล้วต้องรับฟังพวกท่าน อย่างเดียว มันจึงเป็นข่าวอย่างไรครับว่าทําไมการรับฟังความคิดเห็นของท่านไม่สําเร็จสักครั้ง แล้วกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของท่านก็ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การประชาพิจารณ์ เดี๋ยวท่านก็อ้างว่าท่านจะไม่ทําอย่างนั้น เพราะท่านจะรับฟังข้างเดียว เขาจะว่าอย่างไรท่านไม่รู้ ท่านจะไปบอกศาลว่าท่านได้ทําเสร็จแล้วครบถ้วนสิบกว่าจังหวัด แล้วขอใช้เงิน และนี่คือความล้มเหลวชัดเจนครับ พวกผมก็อยากเห็นครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยจะน้ําไม่ท่วมอีกแล้ว แต่ปรากฏว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีครึ่งไม่มีอะไรขยับ แล้วเป็นอย่างไรครับ ปี ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ น้ําท่วมประเทศไทย ๔๗ จังหวัด ๑,๒๑๔,๕๒๑ ครัวเรือนต้องตกระกําลําบากเพราะน้ําท่วมอีกครั้งหนึ่ง คนลําบากอีก ๔ ล้านคน ตายอีก ๘๖ คนครับ ไหนละครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไหนละครับความเร่งด่วน ไหนละครับ ความจําเป็นที่จะต้องดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมเห็นมีแต่เค วอเตอร์นี่ละครับ ที่มีความสุขจากการประมูลงานได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นความจริงครับท่านประธาน เป็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นการจงใจปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้เดี๋ยวสักครู่เพื่อนสมาชิกของผมจะได้พูดต่อว่าท่านไม่ได้ล้มเหลวแค่เรื่องการใช้เงิน และการบริหารเรื่องน้ํา แต่โครงการนี้เป็นหมันไปแล้วครับ เพราะสัญญาสิ้นสุดวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ท่านยังไม่ได้เบิกจ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่ง สัญญาฉบับนี้จบแล้ว เป็นโมฆะแล้ว ท่านจะทําอย่างไรละครับ นี่ละครับ สาเหตุที่พวกผมได้กราบเรียนว่า ถ้าพวกท่านคํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ วันนั้นเกิดวิกฤติของประเทศไม่เอามา เล่นเป็นเกมการเมือง ออกมาบอกกับสภาว่าต้องการใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ออกเป็น พระราชบัญญัติ พวกผมยินดีสนับสนุนดูแลรายละเอียดโครงการแล้วร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน ปี ๒๕๕๖ เราจะไม่เสียหายมากมายขนาดนี้ วันนี้คนถามผมเยอะครับ ตกลง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเอาไปทําอะไร ตกลงรัฐบาลเขามีเงินไหม เขามีอํานาจไหม ผมตอบ เขามีหมดละครับ อย่างเดียวที่เขาไม่มี คือความสามารถ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเครื่องยืนยัน ชัดเจนว่าการทํางานของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากสร้างวิกฤติให้กับ ประเทศแล้วยังนําวิกฤติมาเป็นโอกาส ทํางานโดยไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ สุดท้าย ทรัพยากรของชาติเสียหาย โอกาสของประเทศถูกทําลายและประชาชนเดือดร้อนอีกครั้ง เป็นสาเหตุที่ผมไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อีกต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ