สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้หารือเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมและตัวเขาเอง รวมถึงเสนอการสนับสนุนให้คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ต่ออายุเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหนึ่งปี เนื่องจากมีผลงานที่ดีและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจ และอัยการ โดยชี้ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่อัยการและดีเอสไอมีประสิทธิภาพ และชี้ให้เห็นว่าหากมีปัญหาควรแจ้งให้กระทรวงยุติธรรมรับทราบและดำเนินการ

นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลายว่าวันนี้ผมโชคดีนะครับ โชคดีที่ได้มาฟังการอภิปราย ณ ที่นี้ ที่ว่าโชคดีก็คือผมนี้เคยคิดอยากจะไปฟังอภิปราย แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนะครับ แต่ไม่มีโอกาส วันนี้รู้สึกว่าบรรยากาศเหมือนไปนั่งอยู่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็ขอบคุณคุณวัชระ เพชรทองด้วยนะครับ ก็อยากจะเรียนว่ามีเรื่อง ที่พาดพิงมาถึงกระทรวงยุติธรรมและถึงตัวผมนี้อยู่ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน ซึ่งอยากจะขอเรียน ชี้แจงให้ทราบนะครับ

ประการแรกคือท่านผู้อภิปรายนี้ได้กล่าวถึงการทํางานของดีเอสไอโดยเฉพาะ คณะกรรมการของดีเอสไอ ซึ่งมีตัวผมเคยร่วมอยู่และก็เรียนให้ทราบด้วยว่าปัจจุบัน ก็ยังร่วมอยู่ ผมเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการชุดนี้ บัดนี้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมก็เป็นรองประธานโดยตําแหน่งนะครับ แล้วก็จะเป็นคนที่พิจารณา แต่ผมเรียนว่าพรุ่งนี้ที่ท่านวัชระบอกว่าจะมีการรับคดีอะไรที่ว่านั้น ผมเองยังไม่ทราบเลย นะครับ ว่าพรุ่งนี้จะมีประชุมนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านได้ข้อมูลมาจากไหนอย่างไรนะครับ ทีนี้ต้องเรียนให้ทราบว่าการทํางานของดีเอสไอนั้นมีกฎหมายควบคุมดูแลอยู่นะครับ คดีอะไร จะเป็นคดีที่ดีเอสไอจะทําได้อยู่ภายใต้กฎหมายโดยตรงหรือคดีใดที่จะมาขออนุญาต คณะกรรมการดีเอสไอเพื่อจะทําเป็นคดีพิเศษนะครับ ทีนี้ในการดําเนินการนี้นะครับ ถ้าอะไร ที่มีการเสนอเข้ามานี้นะครับ ดีเอสไอเขาจะต้องดําเนินการสืบสวนในเบื้องต้นก่อนนะครับ ก็ต้องมีแนวหลักฐานพอสมควรในการที่จะดําเนินการ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็จะไปรับเรื่องไหนเป็น คดีพิเศษได้ แล้วก็การทํางานของอธิบดีดีเอสไอนั้น ซึ่งผมขออนุญาตจะเรียกว่าแก้ต่าง แทนเขาก็ได้ เพราะเขาอาจถูกกล่าวหาโดยไม่มีโอกาสแก้ตัวอยู่ ณ ที่นี้ ผมเรียนว่าอธิบดี ดีเอสไอ คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ นั้นนะครับก็เป็นข้าราชการในรัฐบาลไทย ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลนี้ นะครับ ผมก็เคยเป็นข้าราชการมาก่อน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติไปตาม อํานาจและหน้าที่เพื่อสนองนโยบายที่ถูกต้องนะครับ แล้วเป็นธรรมของรัฐบาลแต่ละยุค ท่านคงจําได้ว่าท่านธาริตก็รับใช้รัฐบาลที่แล้ว ซึ่งเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มานะครับ ก็เป็นที่ถูกใจทํางานได้ดี มีประสิทธิภาพ ผมเข้ามารับตําแหน่งในรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ผมก็เรียนว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นกรมหนึ่งที่ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร เขามากนัก เพราะว่าเขาสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมายที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี ผมไม่ได้มีความกังวลในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องไปไกด์ (Guide) ไม่ต้องไปดูแล เพราะว่า เขารู้ว่าเขาควรทําอะไร และไม่ควรทําอะไร ก็อาจจะมีปัญหานิดหนึ่งว่าท่านอาจจะมี ความเดือดร้อนเนื่องจากว่าตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ท่านพูดถึงนะครับ ในคดีของ การบริจาคเงิน ก็เช่นเดียวกันนะครับ คดีนี้ต้องมีมูลถ้าไม่มีมูลนี้นะครับ คณะกรรมการ สอบสวนคดีพิเศษไม่สามารถจะรับเป็นคดีพิเศษได้ และรับไปนี้นะครับ ท่านก็คงไม่ปล่อย คณะกรรมการทิ้งไว้หรอกนะครับ ท่านคงจะไปแจ้งความดําเนินคดีอะไรของท่านว่าไปตาม กฎระเบียบแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ขอเรียนยืนยันว่าสิ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนะครับ และคุณธาริตได้ทํานั้นอยู่ในกรอบของกฎหมายที่สามารถจะทําได้ แล้วเมื่อมีการดําเนินการ โดยคุณธาริตที่ผมมองว่าเป็นผู้ที่ทําหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้เห็นผลงานมาแล้วตั้งแต่ สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลนี้ แล้วก็เขาหมดระยะเวลาในการ ดํารงตําแหน่ง ๔ ปี ผมเองนี่แหละครับ ผมรับว่าผมเป็นผู้ที่เสนอให้คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ต่ออายุอีก ๑ ปี เพราะเหตุว่าเขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด ถ้าผมหาคนใหม่มา แล้วก็ทํางานไม่ได้เป็นที่มีประสิทธิภาพนะครับ ผมเองก็คงเหนื่อยแล้วก็ลําบากใจนะครับ เหมือนกับบางกรมที่ผมอาจจะต้องลงไปดูแลเองในขณะนี้ เพื่อจะปรับปรุงให้ประสิทธิภาพ ในการดําเนินการดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ได้มีการต่ออายุและการต่ออายุนั้นก็เป็นไป ตามกติกา ก็มีมติคณะรัฐมนตรีได้ว่าสามารถที่จะต่ออายุจาก ๔ ปี ก็ได้อีก ๒ ครั้งนะครับ แล้วก็ครั้งละ ๑ ปีนะครับ ตัวท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมเองก็มีการต่ออายุมา ๑ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้วก็ ท่านจะอยู่ได้จนถึงเดือนพฤษภาคม ท่านก็จะหมดก็ยังหนักใจว่าผมจะหาใครมาดําเนินการ ให้มีประสิทธิภาพได้ นอกจากนั้นในสมัยที่ผ่านมาหลาย ๆ รัฐบาลก็มีการต่ออายุทั้งนั้นนะครับ ผมเรียนว่าเคยมีการต่ออายุคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ท่านอําพน กิตติอําพน ท่านทศพร ศิริสัมพันธ์ ก็มีอย่างนี้เป็นเรื่องปกติ ใครที่มีคุณภาพในการทํางานให้กับราชการก็สมควร ได้รับการต่ออายุแล้วก็ถ้าท่านธาริตท่านทําอะไรไม่มีอะไรบกพร่องผิดพลาดนะครับ แล้วถ้า ผมยังอยู่ในตําแหน่งผมก็อาจจะพิจารณาต่อให้ท่านในปีหน้า อาจจะพิจารณาก็ต้องดูผลงาน ของท่านด้วยนะครับ ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เป็นสิ่งที่ผมได้ชี้แจงไป เป็นหลักการนะครับ ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียด ทีนี้ท่านบอกว่าผมมารับตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพราะมีการตอบแทนนะครับ เมื่อเช้านี้ความจริงผมก็ชี้แจง ไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่าผมได้รับมา แล้วรับมา ผมยอมรับอย่างนี้ครับว่าผมรับตําแหน่งนี้มา ด้วยความเสียสละของตนเอง หลายท่านที่เป็นนักการเมืองโดยอาชีพนั้นท่านอาจจะมองว่า เป้าหมายของการเล่นการเมืองนั้นก็คือการเป็นรัฐมนตรี แต่สําหรับผมไม่ใช่อย่างนั้น ผมไม่เคยคาดหวังจะเป็นรัฐมนตรี ก่อนที่ผมจะรับตําแหน่งรัฐมนตรี ผมมีความสุขในการ ทํางาน ผมมีผลประโยชน์ตอบแทนมาก ผมยื่นใบลาออกทั้งหมด ๑๓ รายการ ผมงดสอนหนังสือ งดทําอะไรหลาย ๆ อย่าง สิ่งที่ผมคิดอยู่อย่างเดียวก็คือว่าเป็นโอกาส ที่ผมจะรับใช้บุญคุณของบ้านเมือง ทําสิ่งที่ดีที่สุดและผมยังคิดว่าผมยังสามารถที่จะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่น่าจะดีกว่าคนอื่นเป็นนะครับ แต่ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ก็คงอยู่ที่พวกท่านแล้วก็ราษฎรทั้งหลายจะเป็นผู้ที่ได้มองกันต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้น ผมปฏิเสธในเรื่องการตอบแทน

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งอันนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรมหรือผม โดยตรงนัก แต่ท่านได้พูดไปถึงหน่วยงาน ๓ หน่วยนะครับ ก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตํารวจแล้วก็อัยการว่าทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ทํางานไม่ตรงไปตรงมาอะไรก็แล้วแต่ที่ท่าน จะว่า ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ารัฐบาลนั้นไม่มีอํานาจอะไรไปยุ่งเกี่ยวกับอัยการได้นะครับ ถ้าท่านจะอภิปรายเรื่องอัยการนั้นคงจะต้องเป็นอีกเวทีหนึ่งนะครับ ไม่ใช่เวทีของรัฐบาล เพราะท่านเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญที่มีการบริหารงานต่างหาก แยกออกไปจากรัฐบาล นะครับ คนในรัฐบาลก็ยังถูกอัยการดําเนินคดีสั่งฟ้องไปอยู่เป็นจํานวนหลายเรื่อง สําหรับ ตํารวจนั้นผมก็คงไม่เข้าไปแตะเพราะว่าไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม แต่ในส่วนของดีเอสไอนั้นผมเรียนให้ทราบแล้วว่าผมยังเห็นว่าเขาทํางานได้มีประสิทธิภาพ และตรงไปตรงมา ถ้ามีสิ่งใดที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่ตรงไปตรงมานะครับ ท่านร้องเรียนมาที่ผมได้ แล้วก็ถ้ามันมีมูลหรือท่านเห็นว่าร้องเรียนที่ผมเดี๋ยวก็กระทรวงเดียวกันช่วยกัน ท่านก็ไปร้อง ที่ ป.ป.ช. ให้ดําเนินคดีได้ อันนี้ท่านมีสิทธิตามกฎหมายอยู่แล้ว ผมขออนุญาตเรียนที่ประชุม เพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ