สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

พีรพันธุ์ พาลุสุข พูดเรื่องการใช้ก๊าซโอโซนในหลายด้าน เช่น ฟอกสิ่งทอ ปรับอากาศ การฆ่าเชื้อโรคในระบบน้ําดื่มและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในโรงพยาบาล แต่เนื่องจากโอโซนมีเสถียรภาพต่ําสลายตัวได้เป็นออกซิเจนได้ง่าย จึงอาจจะมีปัญหาออกพิษได้ หากใช้ในปริมาณที่ไม่ถูกหรือในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อคําถามของท่านสมาชิกที่ถามว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมีแนวทางที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนนําความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร ที่เกี่ยวกับเรื่องโอโซน ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าถ้าไปแถวริมทะเลหรือตามภูเขาสูง ๆ พวกเราจะรู้สึกสดชื่น นั่นก็เป็นเพราะประโยชน์ส่วนหนึ่งที่ได้มาจากโอโซนนะครับ ก่อนที่จะ ตอบคําถามในเบื้องต้นผมก็อยากจะเล่าให้ท่านสมาชิกผู้ถามได้ทราบว่าบรรยากาศของโลก ปกคลุมด้วยชั้นบาง ๆ ด้วยก๊าซโอโซนซึ่งจะมีความเข้มประมาณ ๕ ถึง ๑๐ ส่วน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ส่วน แล้วก็อยู่ในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่าชั้นสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) อยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ชั้นโอโซนนี้ก็จะทําหน้าที่ ช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต จากแสงอาทิตย์ให้ผ่านทะลุเข้ามายังผิวโลกน้อยลง ก็จะทําให้ ทุกชีวิตรอดพ้นจากภยันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลตที่พวกเรากําลังมีปัญหาเรื่องที่เรียกว่า ไคลเมท เชนจ์ (ClimateChange) อยู่ตอนนี้ เพราะชั้นบรรยากาศนั้นถูกทําลายกันไปมาก นะครับ นอกจากในชั้นบรรยากาศแล้ว โอโซนยังพบได้ในชั้นของผิวโลก เป็นก๊าซโอโซนที่ พบได้บริเวณพื้นโลก โดยเฉพาะบริเวณชายทะเล ยอดเขา แต่ว่าก็มีเพียงปริมาณที่บางมาก ๐.๐๑-๐.๐๕ ส่วน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐๐ ส่วน ท่านก็ลองนึกเอาว่ามันบางขนาดไหนนะครับ ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างก๊าซออกซิเจน ในอากาศกับรังสีอัลตราไวโอเลต แต่เนื่องจาก ก๊าซโอโซนมีเสถียรภาพต่ําสลายตัวได้เป็นออกซิเจนได้ง่าย แต่ปริมาณน้อยนี้ประโยชน์ของ มันก็คือทําให้มวลพิษในอากาศบริเวณนั้นโดยรอบถูกทําลายลง เราจึงรู้สึกว่าอากาศบริเวณ ชายทะเลหรือภูเขามีความบริสุทธิ์และสดชื่นมากกว่าอากาศในเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งจะมีมลพิษ ค่อนข้างสูงนะครับ ในระยะ ๔๐ ปีมานี้นักวิทยาศาสตร์แล้วก็นักสิ่งแวดล้อมให้ความสนใจต่อ ก๊าซโอโซนนี้มาก เนื่องจากโอโซนมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรงกว่าสารออกซิไดซ์ อื่น ๆ สามารถ ออกซิไดซ์คือไปทําลายสารอินทรีย์แล้วก็โลหะหนักได้ รวมทั้งสามารถ ฆ่าจุลินทรีย์บางชนิดได้ นี่คือประโยชน์ของมัน เมื่อเกือบ ๑๐๐ ปีมาแล้วที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นประเทศแรกที่นําก๊าซโอโซนมาใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ําดื่ม แล้วต่ออีกหลาย ๆ ประเทศก็นําไป ใช้เป็นสารฆ่าเชื้อโรคในน้ําดื่ม การใช้โอโซนในน้ําดื่มถ้าใช้ในปริมาณ ๐.๔-๐.๕ มิลลิกรัม ต่อลูกบาศก์เมตรที่อุณหภูมิ ๑ องศาเซลเซียส ในเวลา ๘ นาที มีเงื่อนไขนะครับ ก็จะสามารถ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ และปัจจุบันนี้กระบวนการผลิตน้ําประปาก็เริ่มมีการใช้ก๊าซโอโซนนี้ มาฆ่าเชื้อโรคได้นะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ได้ดําเนินการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนนําความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาใช้ให้เกิด ประโยชน์ในชีวิตประจําวันด้วยงานวิจัยและให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับโอโซน แต่อย่างที่ผมได้เรียนแล้ว ท่านประธานครับ วิทยาศาสตร์มันมีอยู่ ๒ ด้านอยู่เสมอ ที่เรียก เป็นภาษาอังกฤษที่ผมเคยพูดในที่นี้บอกว่ามันมีไลท์ (Light) คือแสงของมันด้านสว่างของมัน แล้วก็มีด้านชาโดว์ (Shadow) ภาษาอังกฤษนะครับ ซึ่งแปลว่าอีกด้านที่เป็นมุมหรือเป็น เงามืดนะครับ เพราะฉะนั้นการใช้สิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้ให้ถูกต้องที่จะใช้อย่างระมัดระวัง ประโยชน์ที่จะนําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้ในก๊าซโอโซน ก็คือ ๑. การประยุกต์ใช้ในการ ฟอกสิ่งทอ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่สะอาดแล้วก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ๒. ใช้ปรับอากาศ สภาพอากาศเพื่อขจัดกลิ่นอับ ๓. การใช้ฆ่าเชื้อโรคในระบบการทําน้ําดื่มและอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ ผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกหลายท่านคงจะเห็นการโฆษณานะครับ เครื่องน้ําดื่มเขาจะบอกว่าไร้ระบบโอโซนก็คือใช้ระบบนี้ ซึ่งก็ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย ๔. การใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในระบบการซักล้างในโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ มันจะมีประโยชน์มากอย่างที่ผมได้เรียนแล้ว แต่ว่ามันก็อาจจะมีปัญหาออกพิษได้ เช่นเดียวกันเพราะว่าก๊าซโอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ ที่รุนแรงนะครับ ถ้าใช้ในปริมาณที่ไม่ถูก ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมก็แทนที่จะเป็นด้านประโยชน์ก็อาจจะเป็นด้านโทษ เพราะโอโซนนั้น จะทําปฏิกิริยากับกลุ่มอัลดิไอซ์ แล้วเกิดเป็นกรดโฟลิก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อปอด หากสูดเข้าไปในปอด มันทําลายฆ่าจุลินทรีย์ได้มันก็อาจจะเป็นอันตรายต่อปอดเวลาหายใจ เข้าเอาก๊าซนี้เข้าไปมาก ๆ ได้ด้วย จะทําให้มีระคายคอ หอบ เจ็บหน้าอก หรือหายใจ ไม่ติดขัดนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะต้องพึงระมัดระวังอยู่เสมอนะครับ ในต่างประเทศ ก็มีการกําหนดเกณฑ์มาตรฐานสําหรับปริมาณโอโซนที่ควรจะใช้ หลายหน่วยงาน ของสหรัฐอเมริกา เช่น เอฟดีเอ (FDA) หน่วยอาหารและเครื่องดื่มนะครับ อาหารและยานี้ เขาก็ได้ให้กฎเกณฑ์แล้วก็เผยแพร่กันทั่วไป รัฐบาลเองก็ได้นําเอาความรู้เหล่านี้ มาบอกประชาชนว่าในการใช้ก๊าซโอโซนนั้นจะต้องระมัดระวังอย่างไร มีเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไร การผลิตโอโซนเป็นใช้เครื่องมือเพื่อเปลี่ยนออกซิเจนในอากาศมันเป็นเรื่องที่ควบคุม ยาก เพราะว่าปริมาณออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศนั้นมันไม่สม่ําเสมอนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ควบคุมแทบจะไม่ได้ ฉะนั้นการนําก๊าซโอโซนไปใช้จะต้องมีการควบคุมทั้งปริมาณ แล้วก็บริเวณที่ใช้ด้วยนะครับ จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่าการใช้เทคโนโลยีโอโซน จะเหมาะสมกับนําไปใช้ในกระบวนซักล้างในโรงงานหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพราะ สามารถทดแทนการใช้ผงซักฟอก สารเคมี และพลังงานความร้อนในการซักล้างได้ดี แต่ว่าหากใช้ระบบโอโซนเพื่อซักล้างก็จะต้องมีการลงทุนที่สูงขึ้นมากกว่าระบบปกติ สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ สําหรับผลิตน้ําร้อนได้ แต่ในทางเดียวกันอย่างที่ผมได้เรียนแล้ว มันก็จะต้องใช้ตามหลักเกณฑ์ที่เขาประกาศกันอยู่เสมอนะครับ สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจ สําหรับท่านสมาชิกก็คือขณะนี้มีการใช้ก๊าซโอโซนไปผลิตน้ําประปากันมากขึ้นในชนบท ฉะนั้นเราก็อยากเผยแพร่ความรู้ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านสมาชิกได้ช่วยดูว่า ให้เขาผลิตการใช้ระบบโอโซนผลิตน้ําดื่มพึงระมัดระวัง ต้องใช้ตามมาตรฐานที่กําหนด ก็จะปลอดภัยครับ