เขมทัศน์ สายเชื้อ หารือเรื่องการบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐหลายหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกเอสเอ็มอีและโอทอป โดยเน้นการสนับสนุนด้านความรู้ การออกบูธงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ และการให้สินเชื่อผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เขมทัศน์ สายเชื้อ รายงานสถานะการสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีในปี ๒๕๕๖ พร้อมระบุวงเงินสินเชื่อและประกันความเสี่ยง รวมถึงแจ้งรายละเอียดความคืบหน้าและการชำระหนี้ของเงินกู้ประเทศพม่าว่ามีการเบิกถอนและชำระคืนเป็นปกติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมขออนุญาตตอบคําถามตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถามมานะครับ
ในเรื่องแรกนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของเอสเอ็มอีนะครับ ว่าเรื่องของ เอสเอ็มอีและโอทอป ธนาคารมีแนวทางในการสนับสนุนอย่างไรหรือให้ความสนใจ ในการพิจารณาปัญหานี้หรือไม่นะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านในที่ประชุมว่าธนาคารนี้ ให้ความสําคัญในเรื่องของการสนับสนุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้วก็โอทอป โดยมีการ กําหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักในการที่เราจะมีการดําเนินการ ทั้งที่ผ่านมาแล้วก็ที่จะดําเนินการ ต่อไปนะครับ โดยที่มีแผนงานรองรับนี้นะครับ โดยแบ่งเป็น ๒ แผนงานที่สําคัญนะครับ อันแรกก็คือการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการที่ทําการค้า ระหว่างประเทศนะครับ ซึ่งเราจะมีแผนการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอทอป แบ่งเป็น ๒ ลักษณะนะครับ ในเรื่องของด้านการเงินแล้วก็ด้านการพัฒนาความรู้และทักษะ ในการส่งออก ซึ่งในด้านการสนับสนุนทางการเงินนี้เราก็จะใช้บริการต่าง ๆ ของธนาคาร ในการส่งเสริม อาทิเช่น การให้บริการเงินกู้ในการเตรียมการส่งออกระยะสั้น ระยะยาว การขยายกําลังการผลิต ของธนาคารในการส่งเสริม อาทิเช่น การให้บริการเงินกู้ในการเตรียมการส่งออกระยะสั้น ระยะยาว การขยายกําลังการผลิต แล้วก็สินเชื่อเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงการที่ ให้บริการในการจัดการความเสี่ยง เช่น ทําฟอร์เวิร์ด คอนแทรค (Forward Contract) แล้วก็บริการรับประกัน เป็นต้น อีกด้านหนึ่งก็คือเป็นด้านเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้และ ทักษะแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าการที่ผู้ส่งออกของเราพัฒนาสินค้า พัฒนาการทําตลาดมาพอสมควร เมื่อมาถึง จุดที่เป็นจุดที่สําคัญก็คือการที่ทําการค้าอาจจะขาดความรู้ในเรื่องของการที่จะทําธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นเราจึงมีการจัดอบรมในการที่จะสร้างความรู้ในการทําธุรกิจ ส่งออก การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งเราก็ได้มี การทํามาโดยตลอดนะครับ นอกจากนั้นเราก็จะยังมีแผนบูรณาการความร่วมมือกับ หน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชนแล้วก็การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน เอสเอ็มอีและโอทอปด้วยนะครับ
อีกแผนงานหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของการเพิ่มความมั่นใจโดยการที่ให้บริการ ด้านการรับประกันการส่งออกสําหรับผู้ประกอบการ โดยการขยายบริการการประกัน การส่งออก โดยมีบริการที่มีการนําเสนอเฉพาะกลุ่มโดยเฉพาะนะครับ โดยมีการเสนอ ค่าเบี้ยประกัน ค่าประเมินความเสี่ยงในอัตราที่จูงใจเพื่อเป็นการคุ้มครองกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี นะครับซึ่งเราก็กําหนดไว้เป็นกลุ่มเฉพาะที่มีการส่งออกไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในบริการอันนี้ก็มีการให้อัตราดอกเบี้ยประกันที่ต่ําแล้วก็มีโบนัสคืนกรณีที่ไม่มี การเรียกเรื่องสินไหมด้วย อีกอันหนึ่งที่สําคัญก็คือเมื่อผู้ส่งออก เอสเอ็มอี ได้เริ่มต้นเราคิดว่า บริการที่น่าจะช่วยเขาก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ซื้อของเขาที่มาติดต่อซึ่งเราก็มีบริการ ในเรื่องของการหาข้อมูลของผู้ที่สนใจสินค้าของเขาออกมานะครับ
ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาเราได้มีการบูรณาการความร่วมมือของรัฐหลายหน่วยงาน ในการที่จะดําเนินการช่วยเหลือผู้ส่งออก เอสเอ็มอีและโอทอป ได้แก่การร่วมมือกับกระทรวง อุตสาหกรรมในการออกบูธร่วมกับบีโอไอ (BOI) ในการส่งวิทยากรในการบรรยายบริการ ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดการสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่ส่งวิทยากรในการอธิบายในการเตรียม ความพร้อมในการเป็นผู้ส่งออกให้แก่วิสาหกิจชุมชน นอกจากนั้นในช่วงที่มีการผันผวนของ อัตราแลกเปลี่ยนมาก ๆ เราก็ได้มีการจัดวิทยากรไปบรรยายให้กับเกษตรกรผู้ส่งออกกล้วยไม้ ให้ฟังว่าในการจัดการกับการผันผวนของค่าเงินนั้นควรมีการจัดเตรียม มีการเตรียมตัว อย่างไรบ้าง การร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการที่จะช่วยเหลือในเรื่องของการเตรียม ศักยภาพของผู้ประกอบการ การที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาให้ความเห็นในเรื่องของการ ที่สนับสนุนในเรื่องของการที่จะไปขายในต่างประเทศ เราก็ได้มีการให้การสนับสนุนในเรื่อง ของการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยนะครับ โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการเสริมบริการที่เป็นโครงการสนับสนุนศักยภาพของ ผู้ประกอบการในโครงการเอสเอ็มอี โปรแอคทีฟ (SME Proactive) มีการจัดทําบทความ เผยแพร่ให้กับผู้ส่งออกเอสเอ็มอี ได้ทราบถึงสินค้าธุรกิจหรือช่องทางโอกาสที่จะมีในการที่จะ ทําธุรกิจในการเปิดตลาดเออีซีในประเทศที่ใกล้เคียง ประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วยนะครับ เราได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการที่กระทรวงพาณิชย์ในการจัดเรื่องของพาณิชย์ช่วยผู้ส่งออก เอสเอ็มอี นอกจากนั้นเราก็ยังมีการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการที่เป็นวิทยาในการ สัมมนา ออกบูธในงานโอทอปมิดเยียร์ (OTOP Midyear) ร่วมออกบูธในงานเทคโนโลยี ก้าวไกลเอสเอ็มอีโอทอปสู่เวทีโลก เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการบูรณาการความร่วมมือ กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ๕ แห่ง ซึ่งก็คือธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ ธนาคารเอสเอ็มอี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อมนะครับ ธนาคารอิสลาม และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมนะครับ โดยมีการให้บริการด้านการค้า ด้านเรียกเก็บเงินทางเทรด ไฟแนนซ์ (Trade finance) ให้กับธนาคารที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ ร่วมมือกับทาง บสย. ในการที่จัดทําโครงการพอร์ทโฟริโอ การันตี สกรีม (Portfolio guarantee scheme) ซึ่งเราก็ได้มีการจัดงานแล้วก็เข้าร่วมงานต่าง ๆ ซึ่งทําให้เราได้รายชื่อ ได้รับการติดต่อจากเอสเอ็มอี จํานวนถึงเกือบ ๒,๐๐๐ รายในปีที่ผ่านมา ซึ่งทําให้เราได้มีการ เข้าไปพิจารณาให้การสนับสนุนในกลุ่มเหล่านี้ได้ นอกจากนั้นเรายังมีการสนับสนุนในสมาคม การค้าโดยการที่เข้าไปให้ความร่วมมือติดต่อกับทางสมาพันธ์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ซึ่งประกอบด้วยสมาคม ๗ สมาคม ซึ่งมีผู้ส่งออกเอสเอ็มอีเป็นสมาชิก ซึ่งมีความประสงค์ จะทําการส่งออกด้วยจํานวนนับพันรายนะครับ ซึ่งเราก็ได้มีการจัดการอบรมแล้วก็พิจารณา การสนับสนุนวงเงินนะครับ กรอบการสนับสนุนเอสเอ็มอีนี้เราจะเริ่มจากการที่ให้ความรู้ก่อน หลังจากนั้นแล้วเราก็สนับสนุนในการที่เขาไปทําการค้าโดยการช่วยในการออกงานแสดง สินค้านะครับ ซึ่งเป็นเงินกู้ที่แม้จะไม่มากนักแต่ว่าบางทีก็จะเป็นปัญหาของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีได้ แล้วก็หลังจากนั้นใครที่สามารถขายสินค้าได้เราก็พิจารณาวงเงินในการ สนับสนุนเพื่อให้เขาผลิตสินค้าออกไป เพื่อเป็นการให้โอกาสในการที่เขาจะพัฒนาสินค้า ในการที่จะขายนะครับ
สําหรับการให้การสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีในปี ๒๕๕๖ เราได้มีการให้ การสนับสนุนไปแล้วเป็นวงเงินถึง ๗,๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในเรื่องของการรับประกัน ความเสี่ยงเราก็มีการสนับสนุนอีก ๒๐๐ ล้านบาท ในการประกันความเสี่ยงนะครับ ในจํานวนลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอีทั้งหมดของ ธสน. ขณะนี้เรามีจํานวนถึง ๑,๐๒๕ ราย มีวงเงิน รวม ๔๓,๙๗๕ ล้านบาท โดยจะเป็นวงเงินสินเชื่อ ๔๓,๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็วงเงินประกัน ความเสี่ยงอีก ๒๗๕ ล้านบาท
สําหรับเงินกู้ประเทศพม่า ขออนุญาตเรียนเรื่องเงินกู้ประเทศพม่านิดหนึ่งครับ ซึ่งเงินกู้ประเทศพม่านี้เป็นการให้กู้โดยที่อยู่ในกรอบของการทํางานของธนาคารเป็นการ ให้กู้ตาม พ.ร.บ. โดยที่เป็นการสนับสนุนการส่งออกการขายเครื่องจักรเครื่องมือและ การให้บริการในการก่อสร้างต่าง ๆ นะครับ สําหรับการซื้อเครื่องจักรวัสดุก่อสร้าง แล้วก็ การก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ นะครับ ซึ่งความคืบหน้าในปัจจุบันก็ขอเรียนว่าเงินกู้ ดังกล่าวนี้เป็นเงินกู้ที่มีจํานวนทั้งหมดวงเงินไม่เกิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเงินกู้ ๑๒ ปี โดย ๕ ปีแรกเป็นการชําระเฉพาะดอกเบี้ยและเงินต้นนะครับ ผ่อนชําระในระยะ ๗ ปีที่เหลือ อัตราดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งการเบิกถอนเงินกู้ดังกล่าวนี้ได้มีการเบิกถอนจริงเป็น จํานวน ๓,๙๔๖ ล้านบาท ซึ่งการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยมีการชําระคืนเป็นปกติจนถึง ปัจจุบันรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๐๖๔ ล้านบาท โดยแยกเป็นเงินต้น ๒,๒๕๔ ล้านบาท และเป็น ส่วนของดอกเบี้ย ๘๐๙ ล้านบาท มีภาระคงค้างอยู่เท่ากับ ๑,๖๙๑ ล้านบาท ก็โดยการชําระ งวดต่อไปในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ซึ่งการชําระที่ผ่านมาทั้งต้นและดอกเป็นปกตินะครับ
สําหรับการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๓ รวมเบิกจ่ายไปแล้วเท่ากับ ๓๓๗ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นับจากปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมาธนาคารจะไม่มีการเบิกชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างอีกนะครับ เนื่องจากธนาคารได้มีการจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมเพื่อรองรับการปล่อยกู้โครงการนี้ แล้วนะครับ โดยได้มีการจัดหาเงินกู้ที่มีต้นทุนประมาณร้อยละ ๓ ต่อปี และมีระยะเวลา การชําระคืนที่สอดคล้องกันทําให้ไม่ต้องเบิกงบประมาณชดเชยอีกต่อไปนะครับ
สําหรับเรื่องของการทําหน้าที่ของ ธสน. ในเรื่องของการที่สนับสนุน การส่งออก เนื่องจากธนาคารเป็นธนาคารที่มีขนาดเล็กนะครับ แต่ว่าเราก็ได้พยายามที่จะ ทําหน้าที่ตามพันธกิจของเรา โดยที่พยายามที่จะให้มีการส่งเสริม และก็พัฒนาการส่งออก การค้าระหว่างประเทศ และการลงทุนไทยในต่างประเทศ โดยจัดเป็นยุทธศาสตร์ที่สําคัญ เป็นยุทธศาสตร์ที่เราตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะหาทางสนับสนุนการส่งออก โดยแบ่งกลุ่มในการที่ให้ การสนับสนุนเป็นกลุ่มลูกค้านโยบาย ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เป็นการสนับสนุนในการที่จะไปทํา การค้าและการลงทุนในกลุ่มเออีซี ซีแอลเอ็มวี (CLMV) เรื่องของเอสเอ็มอีและก็โอทอป ตามที่เรียนเอาไว้ ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในนโยบาย ลูกค้ากลุ่มนโยบายที่เราจะต้องพยายามช่วยเหลือ และขณะเดียวกันเรื่องของการค้าเทรด (Trade) ที่จะมีขึ้นนะครับ เราก็ให้การสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามมันต้องเป็นไปตามภาวะการค้าโลกด้วย เราก็พยายามที่จะช่วยลด แรงกระทบกระเทือนที่จะกระทบต่อผู้ส่งออกเราให้มากที่สุด ดังเช่นในช่วงของต้นปีเรามี เรื่องปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการแข็งค่าขึ้น ทําให้เกิดผลกระทบนี้ เราก็ได้มีการจัดการ ให้ความรู้ และก็เสนอบริการสําหรับผู้ส่งออกของเราที่บรรเทาผลกระทบเหล่านี้นะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็มีสนับสนุนในเรื่องของการที่จะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะ ได้รับผลสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งด้านแรงงาน เรื่องของภาษี การสนับสนุนภาษีต่าง ๆ ในการนําเข้าประเทศที่เป็นตลาดการค้าปลายทาง ซึ่งเราก็ได้มีการจัดทําแผนงานรองรับ มากมายนะครับ ได้แก่ การทําแผนงานเกี่ยวกับเรื่องการย้ายที่ตั้งดังที่เรียนนะครับ การสนับสนุนการค้าการลงทุนในกลุ่มเออีซี การสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุน และการก่อสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การสนับสนุนการลงทุนในกลุ่ม พลังงานทดแทนในประเทศ และก็ในกลุ่มที่เป็นปลายทางคือซีแอลเอ็มวี การสนับสนุน พาณิชย์นาวี ซึ่งในเรื่องของการให้การสนับสนุนนี้ เนื่องจากธนาคารเป็นธนาคารขนาดเล็ก มีข้อจํากัดหลายด้าน เรื่องของอัตราดอกเบี้ยเราก็อาจจะไม่ได้สามารถให้อัตราดอกเบี้ยที่ จูงใจเท่าธนาคารขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามเราคิดว่าการที่นักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศ หรือการค้าในการต่างประเทศ สําหรับในกรณีการลงทุน ความมั่นใจเป็นสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นเราจึงนําเสนอบริการที่เป็นบริการการประกันเพื่อความมั่นใจในการลงทุน สําหรับนักลงทุนไทยนะครับ แล้วก็การรับประกันความเสี่ยงที่เป็นการค้า และการลงทุน ในระยะกลางและระยะยาว สําหรับข้อสังเกต ข้อแนะนําของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม ก็ขอนําไปเรียนคณะกรรมการธนาคาร เรียนธนาคารเพื่อปรับปรุงทําตามคําเสนอแนะของท่านครับ