สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หารือเรื่องรายงานของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ และกล่าวหาว่าธนาคารเอ็กซิมแบงก์ไม่ได้ทำหน้าที่ในการส่งออกของประเทศได้ดี โดยมีการติดลบในตัวเลขการส่งออกของสินค้าสำคัญ เช่น ข้าว สิ่งทอ และยางพารา และยังเปรียบเทียบกับธนาคารกสิกรไทย (ธ.ก.ส.) ที่มีการเติบโตมากกว่า

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราได้มีโอกาสพิจารณารายงานของ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ด้วยกัน ๓ ปี แต่เนื่องจากเอกสารมันมากแล้วก็เพื่อประหยัดเวลาของ เพื่อนสมาชิกแล้วก็ของสภาผู้แทนราษฎร จะขออนุญาตให้ท่านประธานตอนที่ผมอภิปราย ช่วยดูเอกสารตามไปจะพูดเฉพาะรายงานปีสุดท้ายที่ส่งเข้ามาคือปี ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกซีกรัฐบาลก็ได้พูดถึงเป้าหมายหรือว่าการก่อตั้ง เอ็กซิมแบงก์ คือทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเอ็กซิมแบงก์เป็นของประชาชนทุกคน เพราะว่า เป็นของรัฐบาล ใช้เงินของรัฐบาล ใช้เงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นของคนไทย ทุกคน มาก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ จุดประสงค์ในการก่อตั้งก็คงเข้าใจตรงกันว่าเพื่อทําให้ ภาคธุรกิจการส่งออกขยายตัวได้ดี เพราะฉะนั้นเอ็กซิมแบงก์คงไม่ทําด้านภายในประเทศ เป็นหลัก วัตถุประสงค์หลักก็คือทําอย่างไรให้ภาคธุรกิจที่มุ่งด้านการส่งออกมีอัตราการเติบโต ไปได้ สุดท้ายภาพรวมทั้งหมดก็จะมาตกกับคนไทยตกกับประเทศไทย ก็คือการส่งออก ขยายตัว ทีนี้เมื่อเราได้ไปดูพิจารณาดูตามหน้า ๓๕ จากรายงานปี ๒๕๕๕ ท่านประธาน จะเห็นว่าข้าว ถ้าเอาตั้งแต่ดูมานี้ สิ่งทอติดลบ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ จุดทศนิยมไม่เอา ข้าวติดลบ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ยางติดลบ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นหน้าที่หลัก ทั้ง ๆ ที่อยู่ในรายงาน ของเอ็กซิมแบงก์ เมื่อตัวเลขตัวนี้ ๓ ตัวใหญ่ ๆ ที่มีมูลค่าการส่งออกอัตราการขยายตัว ของมูลค่าส่งออกสินค้าของไทยปี ๒๕๕๕ เทียบกับปี ๒๕๕๔ ติดลบและติดลบในตัวเลข ๒ หลัก ที่รายงานนะครับ ตัวเลขหลักเดียวก็มีอยู่อีก ๒ ตัว แต่ตัวเลขที่ติดลบ ๒ หลัก มีอยู่ ด้วยกัน ๓ ตัว แล้วเป็นตัวสําคัญทั้งสิ้นครับ สิ่งทอ ข้าว ยางพารา โดยเฉพาะข้าวกับยางพารา ผมถือว่ารายงานตัวนี้เป็นภารกิจเลยครับ เป็นภารกิจของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ที่จะต้องไป เกี่ยวข้องกับภาคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ ผมว่าตัวนี้เป็นตัวหลักสําคัญ มิฉะนั้นเราก็ ไม่สามารถที่จะแก้ไขภาพการส่งออกของรัฐบาลที่ติดลบตลอดได้ วันนี้เราทราบตรงกันครับ รายงานฉบับนี้ตรงกับความเป็นจริงของตัวเลขการส่งออกที่รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เคยพูด ว่าเคยโกหกสีขาว แล้วตัวเลขการส่งออกก็ลดกว่าที่รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เคยแถลงไว้ เมื่อเราไปพิจารณาดูหน้าถัดไปหน้า ๕๒ ถ้าท่านประธานดูภาพหน้า ๕๒ จะเขียนไว้ว่า ภาพรวมผลการดําเนินงานสินเชื่อและค้ําประกัน ณ สิ้นปี ปี ๒๕๕๕ เทียบกับ ปี ๒๕๕๔ ตัวเลขไม่ได้แตกต่าง ๑๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ และในปี ๒๕๕๕ มี ๑๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกันแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑ ปี ไม่ถือว่าตัวเลขมากนะครับ ไม่ถือว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ยอดคงค้างสินเชื่อ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเองครับ ภาระผูกพันการค้ําประกัน ๕,๙๐๐ ล้านบาท ลดลงเหลือ ๔,๓๐๐ ล้านบาท ถ้ามีรายงาน วันนี้เอาเข้ามา ๒ ฉบับนะครับ สมมุตินะครับ เอาเข้ามาสัก ๒ แห่ง เอาของเอ็กซิมแบงก์มาเทียบกับ ธ.ก.ส. ผมว่า ธ.ก.ส. ตัวเลขเติบโตกว่าเยอะ เพราะว่าเขาไปทําเรื่องสินเชื่อให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น วันนี้เขาต้อง ระดมเงินครับ เพื่อเอาไปรับจํานําข้าว เอาไปทํากิจกรรมเกี่ยวกับเกษตรกรมาก แต่ในขณะเดียวกัน ภารกิจของเอ็กซิมแบงก์คงไม่ได้มุ่งด้านเกษตรกรรม หรือไปเพื่อเกษตรกร แต่มุ่งเพื่อให้ธุรกิจการส่งออกเติบโตไปข้างหน้าได้ แต่สินเชื่อการค้ําประกันสินเชื่อของท่าน ลดลงครับ ใน ๑ ปี ถึงแม้ว่าภาพรวมของสินเชื่อจะโตเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแล้ว ใน ๑ เดือน โตไม่ได้ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านมีสาขาในประเทศไทยตามรายงานของท่าน ในฉบับหลัง ผมไม่ทราบว่ามีกี่แห่ง แต่ถ้าเอามาเฉลี่ยแล้วแห่งหนึ่งเติบโตไม่ได้ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ผมถือว่าตัวเลขอย่างนี้มันไม่ใช่เป็นตัวเลขที่พึงประสงค์ของ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ละครับ และมันก็ไม่พึงประสงค์ของคนที่เป็นผู้แทนราษฎรแบบพวกเราที่ดูแลเงินภาษีของประชาชน ทีนี้ถ้าท่านประธานจะได้พลิกไปอีกหน้าหนึ่ง หน้า ๕๔ ครับ ผลการดําเนินงานสินเชื่อ ในประเทศ ท่านประธานจะเห็นว่า ปี ๒๕๕๔ ล่างสุดเลยครับ บรรทัดล่างสุด ปริมาณธุรกิจ สะสมระหว่างปี สินเชื่อหมุนเวียน ปี ๒๕๕๔ มี ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ลดลงมาก ทีเดียวครับ เหลือ ๑๔๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่ครับ ภาคการส่งออกต้องลดแน่ เพราะ เอ็กซิมแบงก์ มุ่งเพื่อการส่งออก เอกชนรายใดที่มีการส่งออกเขาอาจจะไปติดต่อธนาคาร พาณิชย์ที่เป็นของเอกชน เขาอาจจะไม่ให้สินเชื่อ แต่เราเป็นภาครัฐครับ เราต้องยืดหยุ่นได้ เราต้องให้เอกชนที่ไปขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการส่งออกของภาคเอกชนขอไม่ได้ เอ็กซิมแบงก์ ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยครับ แต่ของท่านในวันนี้ ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ลดลงเหลือ ๑๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ ลดไปเท่าไรครับท่านประธานครับ ลดไป ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่งหลับหรือเปล่าครับ นั่งหลับกันอยู่ที่ธนาคารหรือเปล่า ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาพลิกไปที่หน้า ๕๗ อีกทีครับ หน้า ๕๗ ปริมาณธุรกิจและการจ่าย ค่าสินไหมทดแทนของบริการประกันการส่งออกระยะสั้น ปี ๒๕๕๕ เทียบกับปี ๒๕๕๔ ท่านประธานดูครับ ปี ๒๕๕๔ มี ๑๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ก็มี ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าเอาเศษมาคิดเพิ่มแล้ว ๔๐๐ ล้านบาทครับ ไม่ถึง ๕๐๐ ล้านบาท เพิ่มนิดเดียว ผมไม่ได้คิดว่าตัวเลขของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ผมไม่ได้มุ่งว่า ตัวเลขกําไรหรือขาดทุนเป็นหลัก ผมคิดว่าเป้าหมายหลักก็คือทําอย่างไรให้ภาคธุรกิจ ที่มีปัญหาการส่งออกสามารถส่งออกได้ แต่วันนี้ถ้าดูจากตัวเลขของท่านแล้วไม่น่าจะช่วย ภาคส่งออกได้ดี ท่านประธานครับ หลายหน้าทีเดียวถ้าท่านประธานค่อย ๆ พลิกไปดู จะเห็นว่าตัวเลขลดลงเกือบทั้งสิ้น มีบางตัวเราแทบไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น ในหน้า ๑๓๖ ครับ ๖.๑๗ หนี้สินอื่น อันนี้เพื่อความประหยัดเวลานะครับ ความจริงอภิปราย ได้เยอะมาก ตัวเลขของท่าน เอาปี ๒๕๕๔ มาเทียบกับปี ๒๕๕๕ อัตราการเติบโตแทบจะ ไม่มีเลยครับ หน้า ๑๓๖ ๖.๑๗ หนี้สินอื่น คําว่า สํารองเพื่อการรับซื้อสิทธิเรียกร้อง อันนี้คือ อะไรครับ แล้วก็สํารองเผื่อความเสียหายอื่น อันนี้เพิ่มขึ้นมากครับ ๑๒๓ ล้านบาท มาเป็น ๒๒๗ ล้านบาท สํารองเผื่อความเสียหายอื่น ถ้าท่านพิจารณาดูท่านจะเห็นว่าการเติบโตของ ความเสียหายนี่มาก บัญชีพักหนี้สินก็เติบโตมาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๒๕ ล้านบาท มาเป็น ๒๓๓ ล้านบาท ถ้าจะได้พลิกกลับไปอีกหน้าหนึ่งก็คือหน้า ๑๓๗ หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ในภายหน้า การรับซื้อสิทธิเรียกร้อง ๓,๗๗๘ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๖,๒๒๐ ล้านบาท การรับซื้อ สิทธิเรียกร้องคืออะไรครับ ประเด็นอย่างนี้ครับธนาคารเอ็กซิม แบงก์ เรามุ่งเพื่อการ ช่วยเหลือผู้ส่งออกให้มีความแข็งแรง ทีนี้การไปใช้ซื้อสิทธิเรียกร้อง จะไปเกี่ยวข้องกับการ ช่วยเหลือผู้ส่งออกให้มีความแข็งแรงได้อย่างไรครับ ทีนี้ท่านประธานครับ ตัวที่ผมจะขอ อภิปรายเป็นตัวสุดท้ายก็อยู่ในหน้า ๑๓๙ ครับ หน้า ๑๓๙ นี่ ๖.๒๗ รายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิครับ ถ้าท่านประธานไปดูตัวเลขนะครับ ตัวเลขรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิในบรรทัดสุดท้าย เทียบปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๔ รายได้ ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ที่ ๔๕๒ ล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๕ อยู่ที่ ๔๑๗ ล้านบาท แปลว่าอะไรครับตัวนี้ แปลว่าธุรกรรมของท่าน ค่าธรรมเนียม เพราะท่านทําธุรกรรมเกี่ยวกับธนาคารท่านต้องเก็บค่าธรรมเนียมของเขา เก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า แต่ว่าค่าธรรมเนียมในการธุรกรรมของท่านลดลงครับ แปลว่า คนไปใช้ลูกค้าของท่านที่ไปใช้บริการลดลงครับ ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิของท่านจึงเก็บ ได้น้อยลงไปด้วย อย่างนี้ไม่ใช่เป้าประสงค์ในการก่อตั้งเอ็กซิมแบงก์ ของประเทศไทยแน่นอน ท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าหลายเรื่องที่ผมอภิปรายมาขอให้ได้เอาไปปรับปรุงและผมคิดว่า คําถามที่ผมถามทางผู้มาชี้แจงก็ควรตอบครับ ขอบคุณครับ