วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พูดถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีหลักเกณฑ์การชดเชยที่เปลี่ยนแปลงหลังจากวันที่ 1 ธันวาคม 2551 รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยเงินชดเชยทันทีหากมีการเสียชีวิต และการช่วยเหลือด้านทรัพย์สิน อาชีพ และสาธารณประโยชน์หลังจากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายเงิน 20 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือจังหวัดที่มีปัญหาฉุกเฉิน และสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ให้กับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะพยายามเอารายละเอียดทั้งหมดที่เมื่อสักครู่ที่ผมเรียนท่าน ส.ส. สุพัชรีแล้วนะครับว่าเป็นระเบียบหลักเกณฑ์ซึ่งใช้กันทั่วประเทศ และผมได้มีหลักเกณฑ์ ของปี ๒๕๕๑ เปรียบเทียบให้ท่านด้วยนะครับ แต่สิ่งที่ท่านถามผมขออนุญาตตอบเป็น ประเด็นสั้น ๆ ย่อ ๆ ก่อนนะครับว่า รัฐบาลเองในกระทรวงการคลังเราได้จ่ายเงินชดเชย ที่เปลี่ยนแปลงใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เปลี่ยนเป็นดังนี้ครับ ค่าซ่อมแซม ที่อยู่อาศัย ๓๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันนี้เป็น ๓๓,๐๐๐ บาท และค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ทั้งหมดจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๑,๐๐๐ บาท กรณีบาดเจ็บรักษาพยาบาลตั้งแต่ ๓ วัน ขึ้นไป ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๓,๐๐๐ บาท อันนี้ตรงกันทั่วประเทศครับ ไม่มีน้อยไม่มีมากกว่า ใครที่ไหน เพราะว่าเป็นระเบียบของกระทรวงการคลังนะครับ หลักเกณฑ์อื่นที่จะเกี่ยวข้อง เดิมทีอัตราข้าวจาก ๖๐๖ บาท เป็น ๑,๑๑๓ บาท เดิมพืชไร่อัตรา ๘๓๗ บาท ใหม่เป็น ๑,๑๔๘ บาท และพืชสวนอื่น ๆ อัตราไร่ละ ๙๑๒ บาท เป็น ๑,๖๙๐ บาท ทั่วประเทศ เหมือนกันหมดนะครับ ด้านประมงที่ท่านสุพัชรีถาม จริง ๆ ผมคิดว่าผมจะตอบประเด็นอื่น ที่คิดว่าพวกเราจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดนะครับ เดิมกุ้ง ปู หอย จาก ไร่หนึ่ง ๙,๐๙๘ บาท ไม่เกิน ๕ ไร่ ด้านประมงใหม่ก็ให้เป็น ๑๐,๙๒๐ บาท รายละไม่เกิน ๕ ไร่เช่นกัน ปลาทุกชนิดที่อยู่ในบ่อดินนาข้าว คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยงในอัตรา ๓,๔๐๖ บาท รายละไม่เกิน ๕ ไร่ ใหม่เพิ่มเป็นไร่ละ ๔,๒๒๕ บาท ทั่วประเทศเหมือนกันนะครับ เดิม กรณีสัตว์น้ําที่เลี้ยง ในกระชังบ่อซีเมนต์อื่น ๆ จะเป็น ๒๕๗ บาท ไม่เกิน ๘๐ ตารางเมตร ใหม่ สัตว์ที่เลี้ยง ในกระชัง จะเป็น ๓๑๕ บาท รายละไม่เกิน ๘๐ ตารางเมตร ด้านปศุสัตว์ โค จากเดิม ๑๕,๘๐๐ บาท เป็น ๒๐,๐๐๐ บาท เดิม กระบือ ๑๕,๘๐๐ บาท เป็น ๒๒,๐๐๐ บาท สุกร อัตราสูงสุดไม่เกินตัวละ ๑,๒๐๐ บาท ใหม่ เป็น ๓,๐๐๐ บาท โคอัตราสูงสุดเดิม ๑๕,๘๐๐ บาท เป็น ๒๐,๐๐๐ บาท ผมเรียนอย่างนี้ครับ หลักเกณฑ์พวกนี้อย่างไรก็ต้องมีการพิจารณา โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และที่สําคัญก็คือ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้กําชับว่าจะต้องให้ พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ผมเรียนท่าน ส.ส. สุพัชรีอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะมาแจ้งข่าวว่าที่จังหวัดพัทลุงของท่านตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ จนถึง วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ท่านได้จากอุทกภัยทั้งหมด ๒ รายการ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ กับ ๑๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ วาตภัย ท่านได้ ๑๘๐,๐๐๐ บาทเศษ อัคคีภัย ท่านได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และภัยแล้ง ท่านได้ ๕,๓๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดนี้ผมเรียนอย่างนี้ครับ ทุกจังหวัดจะเป็นอย่างนี้หมด แต่ว่าวิธีการหลักเกณฑ์ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับที่ประชุม กับท่านประธานนะครับ ผมเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีการสั่งกําชับ ขณะนี้เนื่องจากว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน เรามีอุทกภัยทั่วประเทศ ๔๑ จังหวัด คลี่คลายไปแล้วประมาณ ๑๒ จังหวัด ขณะนี้มีปัญหาอยู่ประมาณ ๒๙ จังหวัด ทั้งหมดทั้งปวงเรามีวิธีหลักเกณฑ์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกําชับสิ่งการไว้อย่างชัดเจนก็คือ
อันที่ ๑ นะครับ จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกกรณีไม่มีข้อแม้ครับ นั่นหมายถึงว่ารัฐจะจ่ายไม่อั้นถ้ามีการเสียหายจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านได้มี การสั่งการให้ทางหน่วยงานของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ แม้กระทั่งนักบินนะครับ ขณะนี้ก็ต้องมาช่วยสูบน้ํา มีทหารบางหน่วยต้องไปช่วยเกี่ยวข้าว ที่พิษณุโลก และมีตํารวจบางหน่วยที่จะต้องไปช่วยทําคลอดลูกที่จังหวัดสระแก้ว สิ่งเหล่านี้ นะครับ อยากเรียนว่าขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่านายครับ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เรียนว่าเราจะไม่ยอมให้พี่น้องประชาชนทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดพัทลุงที่เรากําลังเตรียมตัวการป้องกันเหล่านี้ นะครับ เพราะว่าเราไม่อยากให้เกิดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินเกิดขึ้นแน่นอน สิ่งที่สําคัญ ที่สุดก็คือท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งกําชับนะครับว่า หากมีการเสียชีวิตทันทีไม่มีเงื่อนไข ไม่มีรีรอครับ ทันทีเลย ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวจะได้ ๕๐,๐๐๐ บาท เพราะเนื่องจากว่าขาดรายได้ ขาดโอกาสที่จะดูแลลูกหลาน สิ่งที่บ้านเรือนเสียหายนะครับ ๓๓,๐๐๐ บาทตามหลักเกณฑ์ใหม่ ส่วนอาชีพก็ดี สิ่งสาธารณูปโภคอื่น ๆ ก็ดีนะครับที่จะต้อง มีการชดเชยหลังน้ําท่วมนั้น จะให้มีคณะกรรมการของฝ่ายภาคประชาชน คณะกรรมการ ซึ่งเป็นส่วนราชการ คืออําเภอ จังหวัด และ ปภ. ทุกส่วนนะครับเป็นคนดูแล ส่วนการ ซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ อย่างไม่ว่าจะเป็นสะพาน ถนน ไฟฟ้าก็จะต้องเป็นข้อมูล หลังจากน้ําลด ผมเรียนอย่างนี้ครับเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ให้ทางท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานได้รับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์คร่าว ๆ ในการที่จะช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับมีการพูดจากันเกี่ยวกับเรื่องเงินชดเชย ยกตัวอย่างของท่าน ส.ส. สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล นะครับ สิ่งสําคัญก็คืองบที่ผมกํากับดูแลกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ซึ่งเป็นงบกลางฉุกเฉิน มีอยู่ ๒ ก้อนครับ ก้อนแรก ๑๐ ล้านบาท หากว่ามี ภัยพิบัติหรือเล็งเห็นว่าจะมีภัยพิบัตินะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะที่เป็น ผู้อํานวยการศูนย์ สามารถจะสั่งจ่ายได้ทันที ยกตัวอย่างเช่นว่าจะต้องไปขุดลอก เอาผักตบชวามาแก้ปัญหาในเรื่องน้ําท่วม หรือว่าจะมีค่าน้ํามันในการจะต้องสูบน้ําออก นะครับ ท่านใช้ได้ทันทีครับ
อันที่ ๒ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้ คือ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นกรณี ฉุกเฉินนะครับ ไม่อั้นครับ ขณะนี้บางจังหวัด อย่างเช่นบุรีรัมย์ อย่างเช่นปราจีนบุรี จ่ายไปแล้วเกิน ๕๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นถุงอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่จะอํานวย ความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้นะครับ เรียนฝากท่าน ส.ส. สุพัชรีด้วยความขอบพระคุณจริง ๆ แล้วก็เชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์กับทาง ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ๑๐ ล้านบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งจ่ายได้ทันที ขาดเราเติมให้ทันทีครับ ๒๐ ล้านบาท ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่าจังหวัดไหนที่มี เหตุฉุกเฉินเร่งด่วน มีปัญหานะครับเติมได้ทันทีครับ บางจังหวัดเกิน ๕๐ ล้านบาทไปแล้วครับ อันนี้ก็ขอเรียนท่านประธานได้รับทราบครับ ขอบพระคุณครับ