สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอแนะการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์และผลกระทบต่อมนุษย์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่มีอายุมากแล้วแต่ยังมีประโยชน์อยู่ เช่น การผลิตไอโซโทปรังสีสำหรับการแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ก่อนอื่นก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเราในที่ประชุมนี้นาน ๆ ที ถึงจะได้พูดเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่มี ความสําคัญกับการพัฒนาประเทศมากนะครับ ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศหลายแห่ง ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็มีโอกาสไปประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่กรุงเกียวโต ซึ่งก็มีนักวิทยาศาสตร์เป็นพันกว่าคนเข้าไปร่วมประชุมนะครับ หัวข้อที่สําคัญ เรื่องหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์พูดถึงก็คือว่า เราจะพูดถึงเรื่องด้านมืดกับด้านสว่างของวิทยาศาสตร์ ด้านที่เป็นเรื่องความดีกับความไม่ดีที่เกิดขึ้น แต่ว่ามวลมนุษย์มักจะจําแต่เรื่องที่ด้านไม่ดี เสียเยอะนะครับ ทั้ง ๆ ที่ด้านดีของมันนั้นมันมีประโยชน์กับในเรื่องของการพัฒนาประเทศ กับมนุษย์มาก เมื่อคืนมานี้ท่านประธานคงจะได้เห็นข่าวการให้รางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ หรือเคมี ซึ่งก็จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาได้รับรางวัลไป ผลจากการค้นคว้านั้น แล้วก็จะมีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์อย่างมหาศาลมาก นี่ก็คือตัวอย่างอันหนึ่งของการ นําเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการพัฒนาประเทศนะครับ

สําหรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ท่าน ส.ส. เยาวนิตย์ เพียงเกษ ได้พูดถึงนะครับ อย่างที่ท่านได้บอกไปแล้วมันก็มี๒ ด้านอยู่เสมอ ก็เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องมาดูว่าเราจะแก้ไข ปัญหานี้กันอย่างไร ท่านถามว่าเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย เมื่อสักครู่เห็นภาพที่เกิดขึ้น ทุกคนจะเห็นว่าเขาใช้คําว่า นิวเคลียร์ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ (Nuclear research center) นะครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่าเพื่อจะได้เข้าใจตามที่ท่านถามว่ามันมีปัญหา อะไร อยากจะเรียนว่าเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า รีเสิร์ช รีแอคเตอร์ส (Research reactors) นะครับ ที่เรามีอยู่ปัจจุบันที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติที่ถนนวิภาวดีรังสิตนะครับ ก็เป็นไปตามที่ท่านเยาวนิตย์ได้พูดไปแล้วว่าก่อตั้งมา เมื่อปี ๒๕๐๕ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย สหรัฐอเมริกา ปี ๒๕๐๕ ก็คือยุคสมัย ของท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นะครับ ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ปัจจุบันนี้นับอายุก็ ๕๑ ปีแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้มีอายุมากแล้ว แต่ว่าถึงจะมากแล้ว อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้ก็ยังเป็นประโยชน์อยู่นะครับ ที่เรานํามาใช้ในการผลิตไอโซโทปรังสี ด้านการแพทย์เพื่อไปตรวจรักษาโรคมะเร็งในร่างกาย สามารถรักษาได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ราย แต่ว่ามีความต้องการถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายต่อปี ท่านก็ลองนึกดูว่าที่เหลือก็ต้องนําเข้าครับ ฉะนั้นก็จะต้องใช้เงินจํานวนนี้ไม่น้อยทีเดียวครับ ด้านการเกษตรใช้เพื่อปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์ข้าว ถั่วเหลืองที่มีผลผลิตสูงและต้านทานโรคต่าง ๆ ด้วยนะครับ ด้านอุตสาหกรรมก็ใช้ ในการฉายรังสีอัญมณีเพื่อเพิ่มมูลค่าเพื่อจะทําให้อัญมณีมูลค่าเพิ่มถึง ๕ ถึง ๓๐ เท่า ซึ่งเป็น ความต้องการของตลาดถึง ๑๐ ตันต่อปี มีมูลค่ามากกว่า ๘๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่คือประโยชน์ ของมันนะครับ อย่างไรก็ตามสําหรับเครื่องที่อยู่ที่สํานักงานเทคโนโลยีนิวเคลียร์ปัจจุบัน ที่ถนนวิภาวดีรังสิตนั้นนะครับ คณะรัฐมนตรีก็มีมติว่า เมื่อปี ๒๕๓๒ ให้สํานักงานปรมาณู เพื่อสันติซึ่งเป็นผู้ดูแลเตาปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยนี้อยู่ ซึ่งก็เป็นขนาด ๒ เมกะวัตต์นะครับ ให้ย้ายไปที่แห่งใหม่ เพราะมันอยู่แนวขึ้นลงของเครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองจนวันนี้ ก็เป็นไปตามกฎขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาตินะครับ และเราก็เลือกไปตั้งอยู่ที่อําเภอองครักษ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งท่าน ส.ส. เยาวนิตย์ หรือท่านใดที่สนใจผ่านไปก็คงเหมือนกับผมที่เคยผ่านไปเห็นว่ามันเป็นตัวอาคาร ยังไม่สมบูรณ์ ยังดําเนินการตามที่ต้องการยังไม่ได้นะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อปี ๒๕๓๘ คณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรม สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็เห็นชอบให้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์ที่จังหวัดนครนายกเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เพราะนั้นก็จะเป็นโครงการที่จะต้องทํากันต่อเนื่องต่อไป เพราะเป็นโครงการอย่างที่ผม ได้กราบเรียนมาแล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับ การติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย อย่างที่ผม กราบเรียนมาแล้วว่าจะก่อให้เกิดผล แล้วก็มีศักยภาพต่อประเทศมาก จะเป็นโครงสร้าง พื้นฐานที่สําคัญเพื่อรองรับการวิจัยและการให้บริการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ชั้นสูงที่ทันสมัย ให้แก่นักวิจัย แล้วก็นักวิชาการด้านต่าง ๆ นะครับ จะเพิ่มศักยภาพในการเพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชั้นสูงขึ้น เช่น เรื่องการผลิตด้านการเกษตร การฉายรังสี อัญมณี เหมือนกันนะครับ การตรวจสอบที่ไม่ทําลายภาพถ่ายด้วยรังสีนิวตรอน ซึ่งก็จะมีผล ต่อภาคเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างความทัดเทียมในการพัฒนาบุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการวิจัยร่วมกัน ก็จะเป็นสถาบันที่นักวิจัยทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็จะมาร่วมมือกัน ที่สําคัญก็คือจะเป็นสถานที่จะก่อให้เกิดการวิจัย แล้วก็พัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ใหม่ ๆ ที่จะนํามาใช้ให้เกิดความรู้ใหม่ที่จะนําไปก่อให้เกิด ผลผลิตต่อการพัฒนาประเทศกันต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่จะมาเสริมทําให้เกิดต่อประเทศเป็นอย่างมาก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เห็นความสําคัญในเรื่องนี้ก็จะดําเนินการกันต่อไป ด้วยเหตุผลที่ผมได้เรียนมาแล้วว่าประโยชน์ของ รีเสิร์ช รีแอคเตอร์ส เพราะฉะนั้น เมื่อปี ๒๕๔๐ สํานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติก็มีโครงการจะติดตั้งเครื่องใหม่จึงได้ไปทํา สัญญาก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยร่วมกับบริษัท เจเนอรัล อะตอมมิกส์ (จีเอ) จํากัด โดยมีโครงการที่จะทําติดตั้งเครื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๔ ปี สัญญาก็จะสิ้นสุดเมื่อปี ๒๕๔๔ มูลค่าโครงการนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ดําเนินการนั้นด้วยเหตุผล หลายประการนะครับ บริษัทก็ไม่สามารถที่จะจัดตั้งเครื่องเตาปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสัญญา เพราะฉะนั้นเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๔๙ สํานักงานปรมาณู เพื่อสันติจึงยกเลิกสัญญากับบริษัท เจเนอรัล อะตอมมิกส์ (จีเอ) เนื่องจากไม่ก่อสร้างเครื่อง ปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยให้เสร็จภายในสัญญาที่กําหนด เมื่อมีการบอกเลิกไป บริษัทก็นําเรื่องนี้ เข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ว่าถ้ามีปัญหาข้อพิพาท เกิดขึ้นก็ให้นําเรื่องนี้ไปสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ สํานักงานปรมาณูเพื่อสันติก็ยื่น คําร้องคัดค้านขึ้นไปว่าเนื่องจากที่ต้องมีการยกเลิก เพราะไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน สัญญาแล้วก็เรียกร้องค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๔๙ ก็ได้มีการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เป็นองค์กรมหาชน ขึ้นมาว่าทําหน้าที่ศึกษาวิจัยใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ส่วนสํานักงานปรมาณู เพื่อสันตินั้นก็ให้ศึกษาในเรื่องพลังงานปรมาณูกันต่อไปนะครับ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้โอน เรื่องที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการนั้นของสํานักงานปรมาณูมาให้สถาบัน เทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติเป็นผู้พิจารณากันต่อไปในเรื่องของคดีนะครับ ผมอยากเรียน เพิ่มเติมต่อไปครับท่านประธาน เนื่องจากมีการฟ้องร้องกันมูลค่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็ขณะเดียวกันเราก็ได้จ่ายเงินไปแล้วส่วนหนึ่งประมาณ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ถ้าดําเนินคดีกันต่อไปจะยืดเยื้อกันไปนานคงจะไม่แล้วเสร็จกันง่าย ๆ แล้วก็ถ้าตัดสินกันแล้ว ใครจะได้จะเสียก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันมากนะครับ ผมเข้าใจว่าสํานักงานเทคโนโลยี นิวเคลียร์ รัฐบาลเห็นว่าเรามีความจําเป็นและมีความต้องการที่จะมีเตาปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยนี้ เพราะฉะนั้นทางออกน่าจะหาทางที่จะมาเจรจากันระหว่างที่มีการเสนอเรื่องไปสู่ การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการก็มีการเจรจากันในรายละเอียดกับบริษัท เจเนอรัล อะตอมมิกส์ (จีเอ) ใช้เวลาในการเจรจาอยู่นานเนื่องจากเวลามันเปลี่ยนแปลงไปนานมาก เมื่อมาเจรจากันอีกทีหนึ่ง ประโยชน์ที่ควรจะใช้จากเครื่องนี้ก็มีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป เดิมเรามีอยู่แค่ ๒ เมกะวัตต์ เครื่องนี้จะเป็น ๑๐ เมกะวัตต์ ถ้าติดตั้งกันจริง ๆ มันคงจะไม่พอ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าข้อมูลมันเปลี่ยนไป เมื่อข้อมูลเปลี่ยนไปราคาก็เปลี่ยนไปด้วย จากที่ตั้ง โครงการไว้เดิม ๕,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะกลายเป็น ๘,๕๐๐ ล้านบาท สุดท้ายถ้ามัน เปลี่ยนแปลงกันไปมากเงินจํานวนนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถ้าเห็นด้วยควรจะมี การก่อสร้างกันต่อไปก็ต้องเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อจะพิจารณาว่า ท่านจะอนุมัติให้ใช้เงินจํานวน ๘,๕๐๐ ล้านบาท หรือไม่นะครับ ผมทราบว่าในขณะนี้ การเจรจากันคืบหน้าไปด้วยดี เราก็ไม่อยากจะไปฟ้องร้องกัน เพราะคิดว่าถ้าเจรจากันได้ ตกลงกันได้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็รายงานผมว่า มีการเจรจากับ บริษัท เจเนอรัล อะตอมมิกส์ (จีเอ) แล้วก็เราได้ข้อมูลสนับสนุนจากหลายประเทศที่มาให้ ความรู้ในเรื่องนี้ว่าจุดที่เป็นประโยชน์สูงสุดนั้นควรจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนต่อท่าน ส.ส. เยาวนิตย์ ว่าเรื่องที่มันมีปัญหาก็เกิดขึ้นมาอย่างนี้แล้วก็ใช้เวลา กันนานก็เพราะเหตุนี้ละครับท่านประธาน