สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องผลงานของรัฐบาลในด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงนโยบายและเพิ่มงบประมาณให้กับกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อให้เด็กยากจนมีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยได้

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปราย ถึงผลงานของรัฐบาลในเรื่องของการศึกษา ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่มี มากเหลือเกิน แล้วก็มีรายละเอียดและความสลับซับซ้อนอยู่ค่อนข้างมาก และเมื่อสักครู่นี้ ท่านชินวรณ์และท่านอาจารย์ประกอบก็ได้พูดในหลายประเด็น ผมอยากจะขออนุญาตที่จะ หยิบเพียงบางประเด็นขึ้นมาและพูดในรายละเอียดเพื่อหวังว่าท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์ ซึ่งนั่งอยู่ในห้องนี้ท่านจะได้เห็นและเข้าใจและเห็นด้วยที่จะนําไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะหยิบเรื่องนโยบายกองทุนเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษาหรือ กยศ. ขึ้นมาเป็นตัวอย่างครับท่านประธาน ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ รัฐบาล ได้บอกว่า ท่านได้ให้เงินกู้ยืมทั้งหมดประมาณ ๗๑,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็ใช้เงินทั้งหมด ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าวัตถุประสงค์ ของ กยศ. นั้นก็คือการให้โอกาสกับลูกหลาน โดยเฉพาะคนยากคนจนได้มีโอกาสที่จะเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เป็นผู้จัดตั้งขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๐ หรือ ชวน ๒ นะครับ ปรากฏว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณของ กยศ.นี้ คือ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท และในวันนั้นผมเอง ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเองก็ได้ ลุกขึ้นอภิปรายนะครับว่าการตั้งงบตรงนี้น้อยเกินไป เพราะว่าก่อนหน้านั้นในปี ๒๕๕๔ ปีสุดท้ายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ตั้งงบประมาณให้กับ กยศ. คือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ลดลง ๖,๕๐๐ ล้านบาท เราได้เตือนรัฐบาลในวันนั้น และผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ว่าการปรับลดงบประมาณลงถึง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะมี ผลกระทบต่อโอกาสของเด็กนักเรียนที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปรากฏว่าในปี ๒๕๕๖ ท่านก็ยังเชื่อเหมือนเดิม ท่านตั้งงบให้กับ กยส. ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งควรจะตั้งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ได้เตือนท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๒ แต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่ฟัง วันนี้ครับท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๕๗ รัฐบาลกลับมาตั้งซึ่งก็ดีนะครับ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่า มันสายเกินไปแล้วครับ กยศ. ได้รายงานต่อกรรมาธิการงบประมาณว่าในปี ๒๕๕๗ นี้ เด็กนักเรียนที่ยากจน ๒๐๐,๐๐๐ คน จะขาดโอกาสที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพราะเงินกู้ ของ กยศ. ไม่เพียงพอครับ ท่านประธานตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าเรื่องของการศึกษา ไม่ใช่เรื่องของการเปิดแล้วปิด ทําแล้วเกิดผลทันที ไม่ใช่ครับ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องมี การวางแผน เตรียมการล่วงหน้า แล้วก็ทําด้วยความมั่นคงในหลักคิดของตนเอง คําถาม ที่วันนี้เรามีก็คือว่า วันนั้นในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ รัฐบาลคิดอย่างไรครับจึงลดเงินกู้ของ กยศ. ลง ๖,๕๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เป็นเรื่องที่เป็นคําถามที่คาใจคนจํานวนมาก ถ้าจะบอกว่า เป็นเพราะว่าไม่รู้อันนั้นก็เข้าใจได้ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมขอที่จะพูดถึงความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่คนยากคนจนไม่มีโอกาส เรียนมหาวิทยาลัย วันนี้สังคมไทยของเรา เศรษฐกิจของเรามีความเหลื่อมล้ํามาก มีความ ไม่เท่าเทียมกันมาก และที่สําคัญก็คือว่าเมื่อมีการพัฒนาเศรษฐกิจ ภายใต้ระบบ และโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจแบบนี้เหมือนกับที่เราเป็นในปัจจุบันนี้ ยิ่งพัฒนา มากเท่าไร คนจนก็ยิ่งจนลง คนรวยก็ยิ่งรวยขึ้น และตรงนี้ยืนยันไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย เท่านั้น แม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกานั้นอียู (EU) ก็เจอปัญหาแบบนี้ รัฐบาลกําลังกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้ระบบปัจจุบัน ผมบอกได้เลยนะครับว่าคนยากจนก็จะ ยิ่งจนขึ้น คนรวยก็จะยิ่งรวยขึ้น คนที่เสียเปรียบก็จะเสียเปรียบมากขึ้น คนที่ได้เปรียบก็จะ ได้เปรียบมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ การศึกษาเป็นหนทางเดียวเท่านั้นครับท่านประธาน ที่ดีที่สุดที่จะให้โอกาสกับคนยากคนจน ที่จะผลักดันตนเองให้ก้าวข้ามช่องว่างของ ความเหลื่อมล้ําและความไม่เป็นธรรมนี้ให้เขาก้าวข้ามความเสียเปรียบไปสู่การมีชีวิต ที่ดีขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการศึกษาคือเครื่องมือของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ํา และความไม่เท่าเทียมกันในบ้านเมืองของเราครับ ท่านประธานครับ นี่คือความเข้าใจของ ผู้บริหารการศึกษาที่ต้องเข้าใจอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลดังนี้ กยศ. คือการให้โอกาสกับ เด็กยากจนที่จะได้มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยครับ ท่านประธานครับ ท่านชวน หลีกภัย เป็นลูกครูบ้านนอกนะครับ แม่เป็นแม่ค้า ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือครับ แต่ท่านได้อาศัย วัดอมรินทรารามวรวิหาร ใกล้สถานีรถไฟบางกอกน้อย เรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จากลูกครูบ้านนอก ลูกแม่ค้ามีโอกาสมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะการศึกษา ของประเทศที่เปิดให้กับท่านครับ เพราะฉะนั้นท่านชวน หลีกภัย เมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งหนึ่งที่ท่านทําก็คือการตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ เพื่อให้เด็กยากจนเหมือนกับอดีต ของท่านได้มีโอกาสเหมือนกับที่ท่านได้รับมา เพราะฉะนั้น กยศ. จึงเป็นส่วนหนึ่งของตํานาน ชีวิตของชวน หลีกภัย ครับท่านประธานครับ ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้เราก็จะเห็นว่า กยศ. ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่แต่เพียงงบประมาณมากหรือน้อย แต่ กยศ. เป็นเครื่องมือของการที่จะ ให้โอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นของคนยากคนจนครับท่านประธานครับ ถ้าเราเข้าใจแบบนี้ เราจะไม่ปรับลดงบ กยศ. หรอกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผลงานของรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ในปีที่ ๑ นั้น ผมเรียนด้วยความเสียใจนะครับว่า งบ กยศ. ถูกตัด ๖,๕๐๐ ล้านบาท แต่ ๖,๕๐๐ ล้านบาทนี้ปัญหาหรือความหมายของมันไม่ใช่ตัวเลข ๖,๕๐๐ ล้านบาทครับ แต่มันหมายถึงการตัดโอกาสของการมีชีวิตที่ดีขึ้นของคนยากคนจน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สําคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติบ้านเมืองของเราครับ คําแนะนํานะครับ ผมอยากขอให้มีการแก้ไขปัญหาการศึกษา ขอให้เข้าถึงแก่นของปัญหา และลงมือทําให้จริง ด้วยความขยันและอดทนอย่างมีหลักวิชา ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาจะเกิดขึ้นจริงได้นั้น ต้องใช้งบประมาณที่เรามีอยู่ ให้ตรงประเด็น ตรงปัญหา แล้วก็ด้วยวิธีการ ด้วยกระบวนการของการแก้ไขปัญหา ที่ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ จากตัวอย่างตรงนี้ที่ผมยกมาให้กับท่านประธาน ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ ในอีกเรื่องเดียวครับ ความจริงผมมีหลายเรื่องมาก เพราะเวลา จํากัดแล้ว ก็คือเรื่องกองทุนตั้งตัวได้ ท่านประธานครับ ๑ ปีผ่านไปของรัฐบาล ยังไม่มีใคร ตั้งตัวได้เลยนะครับ ขณะที่ท่านได้รณรงค์หาเสียงไว้ในปี ๒๕๕๔ ว่าท่านจะตั้งกองทุนตั้งตัวได้ เพื่อสร้างผู้ประกอบการรายย่อย แต่มันไม่เกิดขึ้นนะครับ งบประมาณที่ท่านตั้ง ๑,๓๐๐ ล้านบาท ตอนแรกท่านบอกว่าจะให้เป็นเงินชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ รายใหม่ แต่ปรากฏว่าท่านไปตั้งที่กระทรวงอุตสาหกรรมครับ กองทุนวิสาหกิจชุมชน ขนาดกลาง ขนาดย่อม ผิดฝาผิดตัวไปหมด แล้วเราก็ได้เตือนแล้วว่าผิดครับ ท่านฟังนะครับ ในปี ๒๕๕๖ งบประมาณนั้นท่านย้ายในวาระที่หนึ่ง ในห้องประชุมนี้ท่านย้ายไปอยู่ที่ สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ปรากฏว่าพอเข้าไปถึงชั้นกรรมาธิการท่านย้ายไปอยู่ สกอ. ซึ่งก็ถูกนะครับ ถูกต้อง ท่านแก้ไขนะครับ แต่ประเด็นที่ผมต้องการจะบอกก็คือว่า รัฐบาล มีนโยบายที่ดี แต่การเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัตินั้นไม่มีครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา เถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) เขาบอกเรานะครับว่าในปี ๒๕๕๕ มีบัณฑิตที่ตกงาน ๑๕๐,๐๐๐ คน นี่ก็เป็นตัวสะท้อนแล้วนะครับ แต่การแก้ไขปัญหา ของกองทุนตั้งตัวได้นั้นมันไม่ได้เกิดขึ้น ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล นะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ กรุณาอย่าเชื่อคนรอบตัวโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล นะครับ ท่านมีรัฐมนตรีวันนี้ที่ดี ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า ๑ ปี ที่ผ่านมา ท่านเปลี่ยนรัฐมนตรี ๔ ท่าน เฉลี่ย ๖ เดือนต่อท่าน แล้วก็นี่คือตัวชี้วัด ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับเรื่องการศึกษาเพียงใด แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมยังพอมีความหวังบ้าง เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ต้องเรียน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการศึกษา แล้วก็มีความตั้งใจดีที่จะทํา เรื่องนี้ ถ้าผมจะขอ ผมก็ขอท่านนายกรัฐมนตรีว่ากรุณาให้เวลากับรัฐมนตรีจาตุรนต์ ที่จะแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ผมได้อภิปรายเป็นตัวอย่างนั้นในเวลา ๒ ปีที่เหลือ กรุณาอย่าเปลี่ยนท่านนะครับ เราไม่อยากเห็นรัฐมนตรีมาลองใหม่ ลองผิดลองถูกอีกแล้ว วันนี้ท่านได้คนที่เรียกว่าดีที่สุดใน ๔ ท่านที่ท่านมีมา กรุณาให้เวลากับท่านเถอะครับ แล้วเราอยากจะช่วยท่านให้ท่านทํางานได้สําเร็จ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าโลกอนาคตเป็นโลกที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยความสามารถ ของเครื่องจักร หรือด้วยทุนกันอีกแล้ว แต่เราแข่งขันกันด้วยสติปัญญา แล้วก็คุณภาพของคน ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์นะครับว่า หันกลับมาใส่ใจกับการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อที่จะยกระดับ สติปัญญาและคุณภาพของคนไทยอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมขออนุญาตใช้คํานี้ อย่างเอาเป็น เอาตาย เพราะว่ามันเป็นเรื่องความเป็นความตายของชาติบ้านเมืองจริง ๆ แล้วในอนาคต คนไทยรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะได้จดจําสิ่งที่ดีงามของรัฐบาลนี้ได้บ้าง ขอขอบพระคุณครับ