สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องโครงการรับจํานําข้าวที่รัฐบาลดำเนินการ โดยกล่าวถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวนาและอัตราการออมที่เพิ่มขึ้น และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแสดงภาพที่ไม่มีการระบุชัดเจนเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องข้าวที่ถูกนำออกจากคลังกลางในจังหวัดสุรินทร์ และเรียกร้องการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จริง ๆ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้อภิปราย ๒-๓ ท่าน สักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ ท่านยรรยง ก็ได้อธิบายความไปพอสมควรแล้วนะครับ เพียงแต่ว่ามีบางประเด็น เกี่ยวข้องกับตัวผมและผมเห็นว่าบางประเด็นก็น่าจะเพิ่มเติม โดยการกระชับเวลาที่สุด ๒-๓ นาที เพื่อให้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ

ประการแรก โครงการรับจํานําข้าวที่มีเพื่อนสมาชิกตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่สามารถจะขยับระดับราคาข้าวในตลาดโลกให้มีสภาพการณ์ที่สูงขึ้นอย่างที่หลาย ๆ คน คาดหวังไว้ อันนี้ก็คงเป็นข้อเท็จจริงละครับ เป็นแต่เพียงว่าสถานการณ์ในเวทีโลกขณะนี้ มันไม่ได้เอื้อให้ระดับราคาข้าวขยับตัวไปเช่นนั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งผมยืนยันว่าผลประโยชน์ ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวนานะครับ โอนเงินตรงจาก ธ.ก.ส. เข้าบัญชีชาวนาไปแล้ว อย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้สถิติในทุกรอบปีบัญชีนะครับ ปรากฏว่าการออมของชาวนามีอัตรา เพิ่มขึ้นทุกรอบปีบัญชีตั้งแต่เริ่มโครงการรับจํานําข้าวโดยรัฐบาลชุดนี้เป็นต้นมา ปี ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ก็เพิ่มขึ้น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ในขณะเดียวกันความสามารถในการชําระหนี้ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาก็สูงขึ้น ในทุกรอบปีบัญชีเช่นเดียวกัน ขณะนี้เม็ดเงินนะครับ โอนเข้าถึงมือเกษตรกรชาวนา ในรอบปี ๒๕๕๕ ก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ก็ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เช่นเดียวกัน

ประการต่อมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งกรุณา บอกว่า การดําเนินโครงการรับจํานําข้าวในขั้นตอนการปฏิบัติ มีบางเรื่องบางประเด็นที่ พี่น้องชาวนาไม่สบายใจ อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าโครงการระดับขนาดนี้ขั้นตอนการปฏิบัติ อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ที่ท่านบอกว่าท่านเดินสอบถามชาวนาแล้วพี่น้องชาวนา บอกว่าแค้นเคืองใจรัฐบาลชุดนี้เหลือเกิน ไม่ชอบใจแล้วโครงการรับจํานําข้าว ตรงนี้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านไปสอบถามกับพี่น้องชาวนาที่จังหวัดไหน เพราะว่าทุกกลุ่มชาวนาที่ผมพบ ขานรับโครงการรับจํานําข้าวทั้งสิ้น แล้วก็มีแต่เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ รับจํานําข้าวต่อไป แต่ถ้าท่านมีข้อมูลและมีความเชื่อเช่นนั้นผมก็เคารพในข้อมูลของท่าน แล้วก็เป็นเสรีภาพที่ต่อไปถ้าหากพี่น้องชาวนาเขามีกิจกรรม เขามีรวมตัวกัน ท่านก็สามารถ ที่จะปรากฏตัวบนเวที แล้วก็ประกาศให้พี่น้องชาวนายกเลิกโครงการรับจํานําข้าวก็ได้

ประการต่อมา ผมก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพอีกประเด็นหนึ่งว่า ภาพหลายภาพที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาหยิบยกแล้วก็ฉายผ่านจอในห้องประชุมนั้น ถ้าฟังจาก คําอธิบายขยายความก็พอจับความได้ว่าท่านบอกมีการทุจริต แต่ถ้าดูแต่ภาพ ผมพูดตรง ๆ นะครับ ผมดูไม่รู้เรื่อง เพราะว่ามันไม่ได้มีการระบุชัดเลยว่าเหตุเกิดขึ้นที่ใด อย่างไร โดยใคร แต่เป็นการถ่ายภาพแล้วก็มีคําอธิบายบรรยายประกอบโดยผู้อภิปราย ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะ ยืนยันว่าท่านพูดความจริง แต่ผมก็ต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับ ผมก็มีสิทธิที่จะบอก เหมือนกันว่าหลักฐานที่ท่านแสดงนั้นไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนจนมีน้ําหนักเชื่อได้ว่ามี การทุจริตอย่างที่ท่านกล่าวอ้าง

ประการต่อมา ที่จังหวัดสุรินทร์ เรื่องนี้เกี่ยวข้องอยู่กับสิ่งที่ผมได้ดําเนินการไป วันนั้นเพื่อนสมาชิก นายแพทย์วรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เอากระสอบข้าวมาใบหนึ่ง บอกว่ามาจากโกดังที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็บอกว่าข้าวนี้เป็นข้าวที่เสียหาย เก็บไว้ในโกดัง คนเขาเอาออกมาให้ท่าน แล้วท่านก็เอามาแสดงต่อสภา ผมบอกว่านั่นเป็นทรัพย์สินของ ทางราชการ ก็ขอเอาข้าวอันนั้นไว้ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความลงบันทึกประจําวันที่ สน. ดุสิต แล้วก็นําไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่สุรินทร์เขาตรวจสอบ เขาสอบปากคําเจ้าหน้าที่ ยืนยันครับว่าในทุกโกดัง คลังกลาง ไม่ได้ปรากฏข้าวกระสอบ ดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด นี่เจ้าหน้าที่ตํารวจที่จังหวัดสุรินทร์ยืนยันเช่นนั้นผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าคนถือกุญแจโกดังมีอยู่ ๓ คนในแต่ละโกดัง เป็นตัวแทนของจังหวัด เจ้าหน้าที่ อคส. แล้วก็เจ้าหน้าที่ของเซอร์เวเยอร์ใครจะเอาข้าวออกมาได้หมายความว่า ต้องให้ ๓ คนนี้ไขกุญแจพร้อมกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเคยไปสุ่มตรวจโกดัง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ขาดไปคนหนึ่ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสั่งงัดต่อหน้าสื่อมวลชน ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจจังหวัดสุรินทร์เขาตรวจสอบ เขายืนยันว่าไม่มีข้าวสูญหายจาก โกดังดังกล่าว ก็ถ้าเพียงเพื่อนสมาชิกได้กรุณาระบุว่ามาจากโกดังคลังใดเท่านั้นนะครับ เราก็ จะอนุมานได้ทันทีว่าคนถือกุญแจ ๓ คนน่าจะรู้เห็นเป็นใจในการไขกุญแจพร้อมกันแล้ว เอาข้าวออกมา ก็จะต้องดําเนินคดีกับ ๓ คนนั้นอย่างเด็ดขาด แต่ถ้า ๓ คนนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ เอากุญแจไปไข ไม่ได้มีข้าวออกมา เขาก็จะได้แสดงตัวในฐานะผู้เสียหายก็เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ