สุกิจ อัถโถปกรณ์ กล่าวถึงปัญหาการทํายางพารา โดยรัฐมนตรีที่ดูแลยางพารา สัญญาว่าจะทํายางให้ราคา 120 บาท แต่ปฏิเสธต่อมา มีการสวมสิทธิขายยางพาราโดยไม่ถูกต้อง และมีการเผายางพาราในโรงงาน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการขายยางพาราที่เน่า และมีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา
ผมก็จะบอกว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ ของรัฐมนตรีที่ดูแลยางพาราคนหนึ่งนะครับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้วในการพูดวันนั้นได้สัญญากับ พี่น้องประชาชนว่าจะทํายางให้ได้ราคา ๑๒๐ บาท และถ้าเป็นไปได้ เขาไม่ได้ถ่อมตัว เลยนะครับ เขาบอกว่าถ้าเหตุการณ์อะไรมันอํานวยก็จะทําให้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งต่อมา ก็มาปฏิเสธว่าไม่ได้พูด แต่จริง ๆ แล้วคลิปนี้ถ้ามีเสียงแล้วก็จะยืนยันได้ว่าพูดจริง ๆ นะครับ ซึ่งท่านชินวรณ์ก็เคยเปิดคลิปนี้มาแล้ว อย่างนั้นขอคลิปต่อไปครับ ขอคลิปต่อไปครับ มีเสียงไหมครับ ขอคลิปต่อจากนี้ครับ คลิปนี้บรรยายไปแล้วครับท่านรัฐมนตรีคนก่อนนี้ สัญญา ๑๒๐ บาท สงสัยจะไม่ได้ปรึกษานายกรัฐมนตรีดูนะครับ เพราะถ้าปรึกษา นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่ามันทําไม่ได้หรอก เพราะประเทศเรามียางพารา น้อยกว่าประเทศอื่นเขา นี่ครับชัดเจน ท่านไม่ปรึกษาถึงไปประกาศ ๑๒๐ บาท จนเป็นปัญหา แต่ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ แล้วท่านก็เข้าใจผิดครับ ยางพารานี่เราส่งออก เป็นอันดับหนึ่งของโลกแล้วนะครับ แล้วเรื่องนี้ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการโกหก ขอภาพต่อไปครับ ต่อมารัฐบาลนี้ก็ได้ทําโครงการแทรกแซงราคายางพาราครับ พอทําไม่กี่วัน สตง.สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นะครับ ผมสรุปสั้น ๆ ว่า ๑. ก็คือราคารับซื้อไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่เคยสัญญาไว้ ๑๒๐ บาท แล้วที่สําคัญ อันนี้เลยครับ ที่บอกว่าทุจริตก็คือเขาชี้ว่าอาจมีความเสี่ยง ต่อการสวมสิทธิ โดยพ่อค้าบางรายนํายางพาราไปสวมสิทธิขายให้แก่องค์การสวนยาง โดยอาจร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางคนหรือสถาบันเกษตรกรบางแห่ง ขอภาพต่อไปครับ การสวมสิทธิอันนี้ละครับที่ผมจะให้เห็น ปกติแล้วคนที่จะมาขายยางได้ในตอนนั้น ได้ในราคา กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรครับ แต่อันนี้ที่มารอขายยางพาราอยู่ หน้าโรงงานจุดรับซื้อ ปรากฏว่าเป็นพ่อค้ายางพาราครับ พ่อค้ายางพารานี่ละครับเหมือนกับ สตง. พูดเลย ก็คือเข้ามาสวมสิทธิครับเป็นการโกงกันทําให้นักการเมืองท้องถิ่นสายรัฐบาลหลายคน ร่ํารวยนะครับ ภาพต่อไปครับ ภาพนี้เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอ นาบอน เรื่องนี้สําคัญอย่างไรหรือครับ สําคัญก็คือตํารวจที่ผมเชิญมาที่กรรมาธิการ การเศรษฐกิจ ท่านให้การว่าเป็นการวางเพลิงครับ ซึ่งรัฐบาลไม่เคยใส่ใจอันนี้เลย ใครวางเพลิงครับพี่น้องประชาชนธรรมดาเขาจะไปวางทําไม และไม่ใช่ง่ายที่จะเข้าไป เพราะฉะนั้นคนที่วางเพลิงคนเผาครั้งนี้ ก็คือคนที่ต้องการจะปกปิดอําพรางจํานวน ยางพาราที่ซื้อมา แล้วมันมีไม่ครบจํานวนอยู่ในโรงงานนั้น เพราะฉะนั้นต้องเผาอําพราง เรื่องนี้ท่านบอกว่าอยู่ที่ดีเอสไอ (DSI) แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้มีความคืบหน้าเลย รัฐบาลไม่ได้ตามเรื่องนี้เลย ขอภาพต่อไปครับ นี่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาอีกปัญหาหนึ่ง ที่แสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาลก็คือยางพาราที่ซื้อไว้จํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ตอนนี้เน่าแบบนี้ครับ ต่อไปครับขึ้นราแบบนี้ครับ ภาพต่อไปครับนี่ครับขึ้นรา เพราะฉะนั้น ยางพาราอันนี้ถ้าขายวันไหนก็ขาดทุนวันนั้น หรือถ้าประกาศขายวันไหนก็เป็นภาระ อันยิ่งใหญ่ครับที่ต่างชาติเขารู้ว่าเรามีสต็อกยางพาราจํานวนมหาศาลอยู่ในประเทศ ก็คือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เห็นไหมครับ รัฐมนตรีท่านขึ้นมารับตําแหน่งไม่กี่วัน พอแพร่ข่าวออกไปว่าจะขายยางพาราเท่านั้น ยางพาราก็ราคาตกทันที ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับเพราะจะหมดเวลาครับ ต่อครับภาพต่อไปครับจนในที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็เกิดขึ้น ก็คือพี่น้องชาวสวนยางพาราเขาทนไม่ไหวครับ หลายคนบอกว่าชาวสวนยางพารา ไม่ได้ขาดทุน อย่าไปตัดสินชีวิตของชาวสวนยางพาราครับ ไปฟังเขาดีกว่า พี่น้องชาวสวนยาง เกือบทั้งประเทศครับลุกอือขึ้นมาประท้วงชุมนุม ขอภาพต่อไปครับมีการปะทะกัน ระหว่างชาวสวนยางพารากับเจ้าหน้าที่ตํารวจบาดเจ็บกันไปทั้งสองข้าง ขอภาพต่อไปครับ แล้วก็มีชายชุดดําแฝงตัวเข้าไปด้วยดูลักษณะแล้วพี่น้องประชาชนที่เขาชุมนุมอยู่ เขาบอกว่า เขาไม่ใช่คนทุบเขาไม่มีชุดแบบนี้ เขาไม่มีหมวกแบบนี้ เพราะฉะนั้นทางเจ้าหน้าที่ทางรัฐบาล ต้องไปจับให้ได้ว่าคนคนนี้คือใคร คือคนที่สร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้น แล้วเป็น เหตุให้รัฐบาลหาเหตุอันนั้นมาบอกว่าไม่ใช่การชุมนุมที่สงบ แล้วทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ลงไปเจรจา กับชาวสวนยางพารา ซึ่งผมรู้สึกว่ารัฐบาลกําลังตัดเยื่อใยกับพี่น้องชาวสวนยางพารา ถึงอย่า ไรก็ตามนะครับ เขาก็เป็นประชาชนคนไทยเขาเสียภาษีให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นเขาชุมนุม อยู่รัฐบาลไปตัดเยื่อใยเขาไม่ได้ ท่านมาบอกว่าเบื่อที่จะเจรจา เจรจาไม่รู้เรื่องไม่ได้ครับ