เกียรติ สิทธีอมร ระบุว่าผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบหนึ่งปีไม่สอดคล้องกับนโยบายที่แถลงไว้ และมีการทุจริตเกี่ยวกับการจัดการข้าว นอกจากนี้ยังพูดถึงการล้มเหลวของรัฐบาลในการควบคุมราคาสินค้าและพลังงาน โดยไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออภิปรายผลการดําเนินงานของรัฐบาลครบรอบ ๑ ปี ผมได้อ่านเอกสารและบทสรุป และเปรียบเทียบกับนโยบายที่แถลงไว้ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ไม่ทราบท่านท่านประธานได้อ่านหรือเปล่าครับ หนังคนละม้วนเลยนะครับ วันแถลงนโยบาย หนังม้วนหนึ่ง ท่านประธานอ่านทุกหน้าหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ ผมอ่านทุกหน้า แถลงนโยบายหนังม้วนหนึ่ง เอกสารที่ส่งออกมาก็หนังอีกม้วนหนึ่ง แล้วที่ไปทําจริง ๆ ก็หนังอีกม้วนหนึ่ง ที่ผมพูดอย่างนั้นผมไม่ได้พูดเล่น ๆ นะครับท่านประธานครับ กว่าครึ่งถ้าท่านประธานไล่ดูผลงาน ผลการดําเนินการของรัฐบาลในเอกสารนี้ ยังเป็นการ ระบุเป้าหมายเท่านั้นครับ ไม่ได้บอกผลการดําเนินงานเลยอย่างเช่น เรื่องข้าว ท่านบอกว่า ผลการดําเนินงานของท่านคือการตั้งกรรมการตรวจสอบทุจริตจํานําข้าว นี่หรือครับ คือผลงาน ผลงานมันต้องบอกว่าใช้เงินเท่าไร ขาดทุนเท่าไร ช่วยเกษตรกรได้กี่ครอบครัว ไม่มีในรายงาน แล้วก็ท่านไม่ต้องไปกรรมการ เดี๋ยวผมจะเอาหนังสือไปให้ท่านครับ ผมทําไว้แล้ว รู้ลึกรู้จริง ทุจริตจํานําข้าว เดี๋ยวผมจะให้ท่านประธาน แล้วจะให้อีกเล่มหนึ่ง ส่งไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านด้วย แล้วให้กรรมการไปตรวจสอบทุกรายการได้เลยนะครับ การกํากับดูแลราคาสินค้า ท่านบอกว่าทําอะไรไปบ้าง ไม่ระบุผลครับ ไม่ระบุผลงานเลย แต่อ้างว่าที่ของแพงเพราะว่าปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ํามัน ซึ่งเดี๋ยวผม จะพูดต่อไป บางรายการท่านตอบไม่ตรงกับโจทย์เลย ท่านแถลงนโยบายเรื่องค้าเสรี เป็นธรรมป้องกันการผูกขาดตัดตอน แต่ในรายงานท่านประธานอ่านหรือเปล่าครับ ไปพูดถึง ธงฟ้าครับ อย่างนี้หรือครับทํารายงานครับ ผลการดําเนินงานครับ พูดถึงวินัยการเงินการคลัง หนี้สาธารณะระดับต่ํา ไม่มีรายงานตัวเลข บางรายงานที่เขียนไว้ในเอกสารนี้ลอกนโยบาย ที่แถลงไว้เป็นผลการดําเนินงาน ผมยกตัวอย่างนะครับ เรื่องการปรับปรุงมาตรการส่งเสริม การลงทุน ท่านยังเขียนเหมือนเดิมเลย นี่หรือครับคือผลงานเรื่องปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ เขียนเหมือนเดิม เขียนเหมือนที่แถลงเป็นนโยบาย แต่ยังไม่บอกว่าทําแล้วเกิดอะไรนะครับ การประหยัดพลังงานลดพลังงาน การใช้พลังงานร้อยละ ๑๐ ของหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีผลดําเนินงาน นี่ครับ ถ้าพิจารณาจากรายงานที่นําเสนอสภาวันนี้ สอบตก เพราะ ท่านตอบโจทย์ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ท่านรับปากประชาชนไว้ ผมจะไปเร็ว ๆ ในเรื่อง นโยบายเศรษฐกิจที่สําคัญ ๆ นโยบายประชานิยมนะครับ ที่ผมคิดว่าล้มเหลวและกระทบกับ ความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก โครงการแรกจํานําข้าวครับ ใช้เงินไปเยอะ ตอนนี้สังคม รับรู้แล้ว ตัวเลขทุกตัวปิดบัญชีเสร็จแล้ว ชัดเจนนะครับ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ รวมค่าบริหารจัดการ รวมทุกอย่างนะครับ ท่านไม่ได้จํานําทุกเม็ดอย่างที่ท่านรับปากไว้ หาเสียงไว้ และแถลงนโยบายไว้ ท่านช่วย เกษตรกรไม่ใช่ทุกคนครับ เกษตรกรที่ปลูกข้าวนี้มีถึง ๕.๖ ล้านครัวเรือนนะครับ ท่านช่วย ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนะครับ เงินไม่ถึงมือเกษตรกร ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ตัวเลข ของรัฐบาลเอง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุ ชัดเจนนะครับ ราคาข้าวที่ขายได้ที่ไร่นา ข้าวเปลือกเจ้าไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ นะครับ แล้วก็ ข้าวหอมมะลิ ๑๔,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ตามที่รับปากไว้ ตอนนี้ที่น่าตกใจ ที่สุดครับ ท่านประธานครับ รายงานล่าสุดของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร สัปดาห์แรก เดือนกันยายนปีนี้ ราคาที่ขายได้จริงข้าวเปลือกเจ้าความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขายได้ ๘๖,๐๗๕ บาท ในขณะที่ต้นทุน ๘,๘๗๓ บาท ตอนนี้ราคาที่ขายได้ต่ํากว่าต้นทุนแล้วครับ ท่านประธาน ล่าสุดนี่ครับคือผลการดําเนินงานของรัฐบาล มีทุจริตเกือบทุกขั้นตอนนะครับ เงินงบประมาณไม่ถึงมือประชาชน ตอนนี้ข้าวในสต็อกมี ๑๘ ถึง ๒๐ ล้านตัน สีแล้วนะครับ เป็นข้าวสีแล้วนะครับ ส่งออกตกอันดับไปแล้ว แล้วผมกําลังจะบอกว่ารัฐบาลไม่มีในรายงาน เลยว่าจะดําเนินการระบายสต็อกนี้อย่างไร หรือผลการระบายสต็อกที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แล้วผมกําลังจะบอกท่านครับ ที่อยู่ในสต็อกเกือบ ๒๐ ล้านตัน ครึ่งหนึ่งจะเป็นข้าวที่เสีย และขายไม่ได้ อีกครึ่งหนึ่งท่านจะใช้เวลาในการระบายไม่ต่ํากว่า ๕ ปีครับ เพราะว่า สถานการณ์ที่ท่านทํามานี่คือพิษของประชานิยมของนโยบายของท่าน ที่เน้นการเอาใจ เพื่อให้ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่รับผิดชอบ กว่า ๑๐ ล้านตันท่านจะขายได้ ไม่มีทางได้ แม้กระทั่งราคาตลาด ไม่ต้องพูดถึงราคาจํานํานะครับ พิสูจน์มาแล้วครับ ท่านประมูล ๒-๓ ครั้ง ๘,๐๐๐ บาท เสียหายอย่างมาก ตอนนี้นโยบายที่ท่านพูดไว้เรื่องเกษตรอินทรีย์ ท่านไม่มีผลงานเลย ท่านไม่มีผลงานเลยในรายงานทั้ง ๆ ที่เขียนเป็นนโยบาย เรื่องมันสําปะหลังท่านใช้ไป ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท จํานําไปทั้งหมด ๒๐ ล้านตันใน ๒ ปี ปีหนึ่ง ๑๐ ล้านตัน ช่วย ๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ใน ๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ช่วย กว่าครึ่งเป็นการซื้อใบประทวน ไม่ใช่เกษตรกรตัวจริง เพราะอะไรครับ เพราะวันที่ท่านประกาศรับจํานําท่านมีจุดรับจํานํา ๔ แห่งเท่านั้นเอง ในประเทศไทย นี่คือเหตุผลที่ทําให้เกษตรกรไม่ได้รับเงิน และเงินงบประมาณที่เอาไปใช้ ถูกโกงไปครับ เงินส่วนใหญ่ไม่ถึงมือเกษตรกร บริหารผิดพลาด
อีกเรื่องหนึ่ง กํากับดูแลราคาสินค้าล้มเหลวครับ แต่ที่ผมเจ็บใจก็คือคน ในรัฐบาลออกมาบอกว่าประชาชนคิดไปเอง ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้โพลล์ทุกโพลล์บอกชัดเจน กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์บอกของมันแพงครับ แล้วของมันแพงจริง ถามว่ารัฐบาลรู้ไหม รัฐบาล รู้ชัดเจน เพราะในที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจมีการรายงานโดยสภาพัฒน์ชัดเจนนะครับ รัฐบาลรับรู้ครับ ไม่ต้องปฏิเสธอีกต่อไปครับว่าของแพง แล้วที่หมวดอาหารมันแพงขึ้นไป มีตั้งแต่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผัก ผลไม้ ๑๖ ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าเกลียดที่สุดก็คือราคาไฟฟ้าแพงขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําประปาแพงขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เชื้อเพลิงแพงขึ้น ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ อธิบายไม่ได้ครับ จนถึงวันนี้ท่านบอกว่าท่านแก้ปัญหา ด้วยธงฟ้า ท่านประธานทราบไหมครับธงฟ้าช่วยได้กี่คนครับ ทําไปทั้งหมด ๒,๐๐๐ กว่าครั้ง ช่วยประชาชนได้ ๖.๒ ล้านบาท ประเทศไทยมีกี่ล้านคนครับท่านประธาน ๖๖ ล้านคน ช่วย ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ท่านบอกนี่คือวิธีที่ท่านแก้ เกาไม่ถูกที่คันนะครับ เอาเงินงบประมาณ ไปใช้ แล้วระหว่างที่ทําธงฟ้านี่ ผู้ประกอบการรายย่อยกระทบหมดนะครับ ผมขออย่างเดียว ขอให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กับคุณกิตติรัตน์ไปตรวจตลาดเองได้ไหมครับ ไม่เคยไปเลยครับ ใน ๒ ปีนี้ไปตรวจแล้วจะรู้ ของแพงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ท่านเพิ่ม ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ของวันนี้มันแพงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น แล้วจนถึงวันนี้ท่านยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด ไม่เปลี่ยน วิธีทําเลย ท่านบอกควบคุม ๔๒ รายการ เฝ้าดู ๒๒๔ รายการ ท่านเฝ้าดูอย่างเดียวท่านไม่ทํา อะไรครับ มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ ท่านมีเครื่องมือที่เป็นกฎหมายให้อํานาจกระทรวงพาณิชย์อยู่ ไม่ได้ดําเนินการอะไรเลย ท่านพูดถึงค้าเสรีเป็นธรรม ไม่ผูกขาดตัดตอนท่านประธานครับ ใน ๒ ปี รัฐมนตรีเปลี่ยนไป ๓ คนนะครับ ไม่เคยประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเลยครับ มีกฎหมายฉบับเดียวครับ ดูแลเรื่องความเป็นธรรม ไม่ประชุมเลยแล้วมันจะไปบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร อันนี้เห็นได้ชัดนะครับว่าตอนนี้ภาระประชาชนเขาชักหน้าไม่ถึงหลังแล้วครับ แล้วในขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ล้มเหลวในการที่จะไปกํากับดูแลราคาสินค้า นโยบาย พลังงานท่านผิดครับ เมื่อสักครู่ที่ผมบอกไปแล้วราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ค่าไฟเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําประปาแพงขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมเคยพูดไปแล้วนะครับ เอาราคาน้ํามันในตลาดโลกมาดูทั้ง ๒ ปีที่ผ่านมานะครับ เทียบกับราคาที่เขาขายในประเทศครับ น้ํามันในตลาดโลกเฉลี่ยถูกลง ๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านอธิบายให้ผมฟังทีครับ ว่าทําไมน้ํามันในประเทศแพงขึ้น ผมใส่อัตราแลกเปลี่ยนเข้าไป มันเพิ่มขึ้นมาอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นประเทศไทยต้องมีราคาน้ํามันเชื้อเพลิงทุกอย่าง ถูกลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมถามไปแล้วไม่เคยมีใครตอบผมเลยครับ ราคาก๊าซธรรมชาติ ทําไมค่าบริหารจัดการ ๖ บาทต่อกิโลกรัม มีรายงานออกมาแล้วบอกว่ามันควรจะอยู่แค่ ๒ บาท ท่านก็ไม่ทําอะไร แอลพีจี ชัดเจน ลักลอบเท่ากับที่ใช้ในประเทศ ท่านไม่แก้ แล้วท่านอยู่ดี ๆ ก็มาขึ้นราคาก๊าซ ขึ้นราคาน้ํามัน อย่างนี้หรือครับ ที่บอกว่ารัฐบาลมีนโยบาย ที่จะทําให้ราคาพลังงานเหมาะสมเป็นธรรมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่จริงหรอกครับ ท่านไม่ได้ทําครับ ท่านไม่ได้ตั้งใจจริงเลยครับ การแสวงหาพลังงานในต่างประเทศ ผมก็พูดไปแล้วครับ ว่าลงทุนไปทั้งหมดเท่าไรเป็นพลังงานกลับประเทศแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครตอบผมเลยครับ ไม่มีใครตอบเลยจริง ๆ นะครับ ไม่เคยมีคําตอบเลยครับ รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบสักคําถามหนึ่งเลยเรื่องพลังงาน อย่างนี้หรือครับที่คิดว่าไม่ล้มเหลว นโยบายค้าระหว่างประเทศ อันนี้สนุกขึ้นไปอีกครับ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีปีแรกไปเยือนต่างประเทศ ๑๘ ครั้ง รวม ๒ ปี ๕๑ ครั้ง ใช้เงินไป ๔๐๐ ล้านบาท ผลงานที่เขียนไว้ ความสัมพันธ์อยู่ในระดับดี ท่านประธานครับ เขียนแค่นี้ครับ ทุกครั้งที่เมื่อไรก็แล้วแต่ มีคณะไปต่างประเทศ เขาต้องบอกมาว่า ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมคืออะไร ไม่เคยมีนะครับ ความสัมพันธ์ระดับดีอย่างเดียวครับ สํานักงานผู้แทนการค้าไทยน่ารักมากครับ ตั้งไว้ ๕ คนครับ ไม่เคยประกาศผลงานเลยแม้แต่ ครั้งเดียว ตอนผมเป็นประธานผู้แทนการค้าไทยนี่ครับ ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปต่างประเทศ ผมจะประกาศทันทีว่าผมไปตกลงอะไร และข้อตกลงเป็นประโยชน์อย่างไร เป็นวงเงินเท่าไร ทุกครั้งครับ ไม่มีเลยนะครับ โครงการดี ๆ ที่เคยทําไว้ ไม่สานต่อเลยนะครับ เช่น ศูนย์กระจายสินค้าคลังสํารองอาหารในตะวันออกกลาง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ไม่ได้ทําต่อ ๒ ปีมาแล้วไม่คืบหน้า ก่อสร้างไทยไปต่างประเทศ ผมเคยทําไว้ครับ สร้างในตลาดใหม่ด้วยวิธีใหม่ ๆ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธานครับ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไม่ทําต่อครับ บ้านเอื้ออาทรในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ปีละ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ทําเลยครับ อาหารปรุงสุก ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้เราขายอาหารไปยุโรป อาหารที่เป็นอาหารสดกําไรเท่าไรครับ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าขายอาหารปรุงสุก กําไรเท่าไรรู้ไหมครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ลงนามเซ็นสัญญาไว้แล้วกับหอการค้า กับสถาบัน อาหาร ท่านก็ไม่ทําต่อครับ นี่ครับ ตลาดการเจรจาระหว่างประเทศท่านเป็นอย่างนี้ครับ ตลาดใหม่ท่านไม่สนเลยครับ ตลาดลาตินอเมริกา เราค้ากับลาตินอเมริกา ๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ ต่อปีนะครับ สามารถโตได้ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ลาตินอเมริกาไม่อยู่ในเป้าหมาย ของตลาด แล้วท่านบอกท่านจะเปิดตลาดใหม่ชดเชยตลาดสหรัฐอเมริกา แล้วทําไมไม่ไป ลาตินอเมริกา ข้อตกลงก็มีอยู่นะครับ ค้าชายแดนไม่เคยให้ความสําคัญเลยครับ เห็นไหมครับ นโยบายที่ผิดพลาด ส่งเสริมการลงทุน ท่านบอกว่าจะทบทวนนโยบาย สัญญาณที่ส่งออกไป คือลดมาตรการจูงใจ คนกลัวกันหมด คนตกใจหมดนะครับ ตอนนี้หลาย ๆ คน หยุดการลงทุน เพราะนั่งรอว่ารัฐบาลนี้จะมีนโยบายอย่างไร เครื่องมือใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจท่านไม่เอามา ใช้เลยนะครับแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้ประเด็นของผมในบทสรุปของการที่ดูนโยบายทาง เศรษฐกิจของท่าน ผมกําลังจะบอกว่านโยบายประชานิยมของท่านกําลังพ่นพิษ กําลังมาถึงจุดที่หมดแรงตัวเลข ทั้งปี ปีนี้ฟ้องชัดเจนนะครับ ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงวันนี้ ตัวเลขทุกตัวถดถอยลงหมด แล้วถดถอยมากกว่าประเทศในอาเซียน ท่านเอาตัวเลขมาไล่ดูได้เลยครับ ตัวเลขส่งออกวันนี้ เคยบอกไว้จะโต ๗ เปอร์เซ็นต์ วันนี้อย่างเก่ง ท่าน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ผลงานฟ้องนะครับ ผมพยายามทําความเข้าใจว่าเวลาท่านออกแบบนโยบายเศรษฐกิจ ท่านมีปรัชญาอย่างไร ในที่สุดผมถึงบางอ้อครับ เพราะปรัชญาของท่านขอชนะเลือกตั้งไว้ก่อน ทําได้ไม่ได้เดี๋ยวว่า กันทีหลังไปตายเอาดาบหน้า ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไรท่านไม่ต้องรับผิดชอบ แล้วในที่สุด ประชาชนที่ท่านรับปากไว้ก็ไม่ได้ตามที่ท่านสัญญาก็เท่ากับประชาชนโดนหลอก แต่ที่ร้ายไป กว่านั้นครับ คนเตือนท่านไม่ฟังครับ ทุกคนที่มองไม่เห็นไม่ตรงกับท่าน ท่านไปบอกว่า คนเหล่านั้นคือปฏิปักษ์กับรัฐบาลท่านใจแคบมากครับ ในแง่นโยบายเศรษฐกิจท่านคิดอย่างนี้ ไม่ได้ รัฐบาลคิดอย่างนี้ไม่ได้ ไม่รับฟังไม่พร้อมที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ท่านประธาน ทราบไหมครับ ในสมาชิกดับบลิวทีโอ (WTO) ทั้งหมด ๑๕๙ ประเทศมีเพียง ๓๔ ประเทศ ที่มีการอุดหนุนสินค้าเกษตรภายใน แล้วประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่จํานําราคาสินค้า เกษตรสูงกว่าตลาด แล้วประเทศที่เคยทําก่อนหน้าประเทศไทยตอนนี้ก็มีอยู่ประเทศเดียวครับ คือประเทศออสเตรเลียเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว แล้วก็บอกว่ามันเจ๊ง แล้วมันไม่ได้ผล แล้วตอนนี้ทุกคนถอยหนีหมด ทุกคนพยายามจะถอยหนีจากนโยบายประชานิยมไปทํา เพราะว่าใช้เงินมาก ประสิทธิภาพต่ํา โกงง่าย ทําไม่ได้อย่างที่พูดนะครับ ตอนนี้ประเทศไทย โดยรัฐบาลกําลังกระโจนเข้าไปสู่นโยบายประชานิยมอย่างเต็มรูปแบบ เสียหายมากขนาดนี้ นะครับ ผมขอร้องว่าท่านเริ่มยอมรับได้ไหมว่ามันมีปัญหา นโยบายของท่านอ่อนแรง หมดแรงแล้ว แล้วที่ผมกลัวที่สุดก็คือว่าโดยธรรมชาตินะครับ คิดว่าใช้เงินแล้วกระตุ้น เศรษฐกิจได้ แต่ถ้านโยบายผิดใช้เงินเท่าไรก็กระตุ้นไม่ได้ แล้วตอนนี้ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจ มันส่อเค้าจะถดถอย ท่านจะใช้เงินมากขึ้น แล้วจะเสียหายมากขึ้น ท่านกําลังจะพาประเทศ ไปลงเหวในแง่นโยบายเศรษฐกิจของท่านนะครับ ประเทศที่ก้าวหน้าทุกประเทศในโลกนี้ ถอยหนีประชานิยมนะครับ แล้วต้องทําความเข้าใจนิดหนึ่งครับ ผมดูวิธีการออกแบบ นโยบายของรัฐบาล ท่านไปคิดว่าท่านใช้เงินงบประมาณสามารถผลักดันการเติบโตทาง เศรษฐกิจได้ทั้งระบบ แต่ที่จริงแล้วเงินงบประมาณของรัฐและรัฐวิสาหกิจรวมกันทั้งหมดมี ผลแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจทั้งหมด สิ่งที่ท่านไม่เคยทําเลยคือทําให้เอกชนเก่งขึ้น ไม่มีนโยบาย สิ่งที่ท่านไม่เคยทําคือทําให้แรงงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมีฝีมือมากขึ้น สิ่งที่ท่าน ไม่เคยทําคือให้เกษตรกรพึ่งพารัฐน้อยลง ไม่มีครับ ในรายงานของท่านก็ไม่มี แต่ในนโยบาย เขียนไว้แต่ไม่ได้ทํา จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทํา ผมมาถึงจุดนี้ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ครับ ผมอ่อน ใจครับ เพราะสิ่งที่ผมถามไปรัฐบาลไม่เคยตอบ เรื่องพลังงานไม่เคยตอบ เรื่องนโยบาย ไม่เคยตอบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นท่านก็ไม่ยอมรับ แล้วประเทศไทยจะเดินไปทางไหน วันนี้ ถ้าเกิดนโยบายประชานิยมยังถูกดําเนินการต่อไปอีกเรื่อย ๆ ใกล้จบแล้ว ถ้าอยู่ดําเนินการ ต่อไปเรื่อย ๆ ประเทศไทยเสียหายมาก หนี้จะพุ่ง ประชาชนจะลําบากและประเทศไทยจะสู้ ใครไม่ได้ วันนี้ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมด ผมไม่ต้องการคําตอบเลยครับ ผมอยากได้คําตอบ เดียวเท่านั้นเองว่าท่านจะปรับปรุงนโยบายที่ล้มเหลวของท่านหรือไม่ ผมอยากรู้แค่นี้เป็น สิทธิของท่านครับ ถ้าท่านไม่ปรับปรุงเป็นเรื่องของท่าน แต่รัฐบาลออกแบบนโยบาย เศรษฐกิจและผมเข้าใจที่ท่านไม่ยอมปรับปรุง เพราะท่านออกแบบนโยบายเศรษฐกิจแบบมี ธงครับ แต่เสียดายครับ ที่ธงของท่านไม่ใช่เป็นธงที่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติกับ ประชาชน เพราะนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นประชานิยมของท่านตอบสนองกลุ่มผลประโยชน์ และในที่สุดประเทศไทยจะเสียหาย ของแพง หนี้พุ่ง เศรษฐกิจถดถอยสู้เขาไม่ได้ แล้วคนไทย ทุกคนต้องใช้กรรมที่รัฐบาลก่อไว้ครับ ขอบคุณครับ