วุฒิพงษ์ ยื่นแปรญัตติร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒ ล้านล้าน จี้เพิ่มอำนาจกำกับดูแลนายกฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

วุฒิพงษ์ นามบุตร ยื่นแปรญัตติร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒ ล้านล้านบาท โดยเสนอให้เพิ่มอำนาจกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อรับผิดชอบโครงการขนาดใหญ่แทนที่รองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งชี้แจงว่าประชาชนในเขตอีสานตอนล่างได้รับประโยชน์จากเงินกู้น้อยมาก มีเพียงโครงการเดียวคือรถไฟรางคู่ถนนจิระถึงอุบลราชธานี และระบุว่างบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้จ้างบริษัทที่ปรึกษาจำนวนมากซึ่งขัดแย้งกับคณะกรรมาธิการงบประมาณ จึงเสนอให้เพิ่มส่วนรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีต่อพ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้เนื่องจากเกรงว่าจะสร้างภาระหนี้ผูกพันในอนาคต

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็เป็นหนึ่งในเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้ยื่นแปรญัตติ ในร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๔ โดยมีเนื้อความในมาตรา ๔ คล้าย ๆ กับท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็คือเพิ่มในส่วนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้กํากับดูแล พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นพิเศษ ท่านครับ เหตุผลก็คงจะ ไม่แตกต่างกันนัก แต่รายละเอียดตัวอย่างที่ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธาน เพื่อให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้เห็นว่าทําไมจึงต้องนายกรัฐมนตรีมีส่วนสําคัญ เป็นอย่างยิ่งในการที่จะรับผิดชอบโครงการเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ และที่ผมจะพูด นี้นะครับ มันก็สอดคล้องในมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ จนถึงมาตรา ๑๓ ว่าด้วยหมวดเงินกู้และการบริหารการกู้เงินนะครับ พวกเราและกระผมเห็นด้วยกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่ออนาคตของประเทศไทย แต่ว่าวิธีการที่ท่านได้กู้เงินในอนาคตของลูกหลานมาใช้นั้น หลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปว่า มันไม่เป็นการที่เหมาะสมหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างทั้งปวง ผมได้ศึกษา พ.ร.บ. งบประมาณ แต่ละปีท่านประธานครับ ทุก ๆ ปีที่ พ.ร.บ. งบประมาณเล่มขาวคาดแดง ไปเปิดดูนะครับ จะดีใจเป็นอย่างยิ่งถ้าปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ หรือแม้กระทั่งปี ๒๕๕๗ มีโครงการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ลงในพื้นที่ของตัวเอง โดยใช้เม็ดเงินภาษีของ พี่น้องประชาชนซึ่งไม่ใช่เงินกู้ ตรงนั้นจะเป็นที่น่าภาคภูมิใจ ถ้าท่านมาทําตามกระบวนการ งบประมาณ แล้วที่ท่านกู้เงินนี้เสมือนกับตอกย้ําว่ารัฐบาลของท่านกู้เงินหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ โครงการ ผมจะยกตัวอย่างย้อนหลังนิดหนึ่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นงบปี ๒๕๕๖ เป็นงบขาดดุลท่านก็กู้ ปี ๒๕๕๗ เป็นงบแบบขาดดุลท่านก็กู้ งบที่ผ่านมา พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็กู้ รวมทั้งวันนี้ครับร่าง พ.ร.บ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อโครงข่ายคมนาคมเราก็กู้ แล้วก็ ต้องใช้หนี้ถึง ๕๐ ปีต่อไปในอนาคต ทั้ง ๆ ที่ตอนหาเสียงเลือกตั้งผมจําได้นะครับ ท่านประกาศกับพี่น้องประชาชน ผมยังมีคลิปที่ทีมงานพรรคไทยรักไทยของท่านได้บอกกับ พี่น้องประชาชนว่าจะบริหารประเทศ โดยมุ่งเน้นการหารายได้และไม่กู้เงินทั้งที่เชียงใหม่ แล้วก็ที่ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาแห่งชาตินะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างท่านได้ ยืนหยัดกับพี่น้องประชาชน รวมทั้งความรับผิดชอบที่จําเป็นที่สุดก็คงคงจะหนี้ไม่พ้น นายกรัฐมนตรี ผมยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมนะครับท่านครับ อบต. องค์กรขนาดเล็ก เทศบาล อบจ. เขาก็จะมีข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วก็มีเทศบัญญัติแต่ละปีที่ทํารายได้เกี่ยวกับ การพัฒนา แต่ต้องยอมรับครับว่างบประมาณมีน้อยนิด ถ้าจะทําโครงการขนาดใหญ่ เขาก็ต้องทําประชามติในชุมชนท้องถิ่นผ่านสภาเพื่อที่จะขออนุมัติกู้จากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อที่จะมาก่อสร้างสิ่งที่จําเป็นในชุมชนท้องถิ่นของเขานะครับ เขาไม่ได้ให้รองนายกรัฐมนตรี เป็นคนเซ็นเป็นคนรับผิดชอบทุกโครงการ นายกรัฐมนตรี นายกองค์การบริหารท้องถิ่น ต้องเป็นคนดูแลรับผิดชอบ โดยปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นครับจึงเป็น สาระสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มคําว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพิ่มขึ้นมา ผมไม่อยากได้ยินคําตอบจากผู้บริหารประเทศนะครับว่าที่ผ่านมาเราได้ออก กฎหมายนิรโทษกรรม ท่านก็บอกว่าเป็นเรื่องของสภาทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นผู้นําของสมาชิก เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องนี้ก็เช่นกันครับ ท่านอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของกรรมาธิการ เป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นครับอยากให้ท่านลงมาดูแล รับผิดชอบโครงการทั้งหมดโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดําเนินการ การพัฒนา การหา จุดที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนคนไทยต่อไป และที่ผมต้องตั้ง คําถามมากที่สุด แล้วก็อยากให้กรรมาธิการได้ตอบ ณ ที่นี้นะครับว่างบเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เมื่อวานท่านรองฯ สามารถ ราชพลสิทธิ์ นะครับได้ทวงถามเอกสารทั้งวัน แล้วผมก็มีเอกสาร ตรงนี้ครับที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการ เล่มสีฟ้าท่านครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมพยายามที่ดูนะครับว่าพี่น้องอีสานของกระผมว่าได้ผลประโยชน์ได้ผลงานได้อะไรบ้าง จากโครงการเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมาดูหลาย ๆ โครงการดูทั้งอีสาน ดูทั้งที่อุบลราชธานีในเขตพื้นที่นะครับ ปรากฏว่าเป็นอย่างไรทราบไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าพวกผมเป็นสมาชิกไม่รู้คําตอบนะครับ เป็นแนวทางของรัฐบาล กรรมาธิการต้องชี้แจง ในนี้ครับที่โผล่ชื่อจังหวัดอุบลราชธานีและโผล่ชื่อของจังหวัดในแถบ อีสานตอนล่าง มีแค่โครงการเดียวครับ คือโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ถนนจิระ ถึงอุบลราชธานีมีโครงการเดียว ซึ่งพี่ชายผม ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ส.ส. อุบลราชธานี ก็ฝากทวงถามว่ามีอะไรเพิ่มเติมไหม ไม่ใช่เฉพาะอุบลราชธานีนะครับ ภาคอีสานทั้งภาค เป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องประชาชนมากที่สุดในประเทศไทย แล้วก็ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ของท่านก็เยอะมากครับ ผมไล่ลงมานะครับ เฉพาะจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ มาถึงจังหวัดอุบลราชธานีครับ ท่านได้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกไป ยุทธศาสตร์ ท่านเขียนไว้ชัดเจนในเล่มนี้อีกเช่นกันครับ ปกสวยมาก ยุทธศาสตร์ประเทศไทย รูปปกเป็น ท่านนายกรัฐมนตรีผมก็ได้มาศึกษาดูครับ โครงการรถไฟความเร็วสูงไม่มีครับ มีแค่ ๔ เส้นทาง สายทางเท่านั้น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ และกรุงเทพฯ-ระยอง อีสานตอนล่างหายไปไหนครับ นี่หรือครับความตั้งใจจริงที่จะทําเพื่อ พี่น้องคนจน ทั้ง ๆ ที่ในเขตอีสานตอนล่างนั้นนะครับ ค่าเฉลี่ยรายได้ถือว่าเป็นพี่น้อง ประชาชนที่ยากจนมากที่สุดของประเทศไทยนะครับ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัด ศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี ในโซนนั้นนะครับ ท่านต้องเห็นใจคนจนเหล่านั้นด้วย นี่ผมถามฝากแทนพี่น้องชาวอุบลราชธานี ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน และฝากถามแทนพี่น้อง ภาคอีสานด้วยนะครับ แล้วก็มีอีกหลาย ๆ อย่าง ท่านดอกเตอร์ศุภชัยก็ฝากมาบอกอีกครับว่า ทําโครงการไปแค่ประตูเข้าสู่ภาคอีสานเท่านั้นคือโคราช ถ้าทําถนนเข้าบ้านก็ทําเหมือนกับ ทางเข้าหมู่บ้านครับ แต่ในหมู่บ้านยังเป็นถนนดิน ถนนลูกรังเช่นเดิม เพราะฉะนั้นอยากให้ ทบทวนโครงการใหม่ ถ้าจะทําก็ทําให้ครบทุกโครงการครับเพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทย เสียภาษีเช่นเดียวกัน ท่านประธานเปิดไมค์เหมือนกับผมจะหมดเวลานะครับ เพราะฉะนั้น ผมจะสรุปนะครับ ผมจะหาโอกาสไว้พูดอีกหลาย ๆ ครั้งถ้ามีโอกาส ท้ายที่สุดนะครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการลงทุนโครงการดังกล่าวนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับ กระบวนการวิธีขั้นตอนที่ท่านได้ทํารูปแบบเช่นนี้ ซึ่งรายละเอียดเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ คน ได้พูดมา

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เงินที่กู้มาส่วนใหญ่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ดูรายละเอียดในรูปเล่มที่ผ่านคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วครับว่า ส่วนใหญ่มุ่งเน้น การจ้างบริษัทที่ปรึกษามากเป็นพิเศษ บางโครงการ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางโครงการ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท และหลาย ๆ โครงการ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท อยู่ในหลักร้อยล้าน ทั้งนั้นครับ ซึ่งมันสวนทางกับคณะกรรมาธิการงบประมาณนะครับท่านประธานครับ กรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๕๗ เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่าถ้ามีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา โดยไม่จําเป็นต้องตัดลดงบประมาณที่ปรึกษาออกทั้งหมด แต่ในกรรมาธิการชุดนี้ยิ่งเพิ่ม บริษัทที่ปรึกษาเยอะแยะมากมาย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบด้วยนะครับว่าทําไมจึงต้องมี ค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามากมายถึงขนาดนี้นะครับ และนอกจากนั้นนะครับ โครงการต่าง ๆ พี่น้องจังหวัดอุบลราชธานีไม่ได้อานิสงส์จากโครงการเงินกู้ พ.ร.บ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี้เลย ได้ก็ได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นมาตรา ๔ จึงปฏิเสธไม่ได้ ผมจึงขอเพิ่มให้นายกรัฐมนตรี มีส่วนรับผิดชอบกับโครงการที่สําคัญแบบนี้ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. เล่มนี้เพราะว่า จะเป็นการสร้างหนี้ผูกพันและเป็นภาระมีผลกระทบลูกหลาน เหลนโหลนของพวกเรา ในอนาคตเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดในสมัยรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ