อานิก อัมระนันทน์ อภิปรายความล้มเหลวของกระทรวงพลังงานในการปล่อยให้เกิดการลักลอบขายก๊าซแอลพีจีข้ามประเภทซึ่งทำให้เสียเงินกองทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยชี้ว่าหน่วยงานในสังกัดอย่าง สนพ. และกรมธุรกิจพลังงานกำหนดนโยบายที่จูงใจให้เกิดการทุจริตและใช้เวลานานกว่า ๒ ปีในการแก้ไขปัญหา จึงเรียกร้องให้เร่งรัดสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดภายใน ๓ เดือน มิฉะนั้นจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ ดิฉันจะอภิปรายเฉพาะกระทรวงพลังงานซึ่งมีอย่างน้อย ๓-๔ เรื่องที่มีความล้มเหลว แล้วก็อาจจะส่อการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่ว่าเวลาจำกัด จะอภิปรายเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องของการปล่อยให้เกิดการลักลอบขายก๊าซแอลพีจี ข้ามประเภท ทำให้เสียเงินกองทุนไปถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับงบประมาณ ๑ ปีเต็ม ๆ ของกระทรวงเลยค่ะ ความล้มเหลวนี้เกิดขึ้น ใน ๒ หน่วยงาน หน่วยแรกคือ สนพ. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานที่กำลังขอ งบประมาณเพิ่ม ๙ เปอร์เซ็นต์ เขามีส่วนในการกำหนดนโยบายที่จูงใจให้เกิดการโกงได้ สินค้าอย่างเดียวกันจะไปขายได้ในราคา ๓ ราคาที่แตกต่างกันมากนะคะ ก๊าซแอลพีจีถ้าเผื่อ ไปขายในภาคหุงต้มไม่ต้องส่งเงินกองทุนเพิ่ม แล้วก็ขายในราคาขายปลีก ๑๘.๑๓ บาท ต่อกิโลกรัม แต่ว่าถ้าเผื่อขายในภาคยานยนต์จะต้องส่งกองทุนเพิ่ม ๓.๐๗๔ บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของผู้ค้าราคาขายปลีกก็แพงขึ้นไปตามตัว ถ้าขายในภาคอุตสาหกรรมเงินส่งกองทุน แพงขึ้น ๓ เท่าคือ ๙.๒๙ บาท เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกใจที่จะมีการลักลอบขายข้ามประเทศ เพื่อจะหลีกเลี่ยงเงินที่จะต้องนำส่งกองทุนนะคะ แต่ก็เป็นหน้าที่ของอีกหน่วยงานหนึ่ง ภายใต้กระทรวงพลังงานเองนั่นคือกรมธุรกิจพลังงานที่กำลังของบประมาณเพิ่มขึ้นถึง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ที่จะต้องกำกับดูแลไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ท่านประธานคะ หน่วยงาน ๒ หน่วยนี้ใช้เวลาถึง ๒ ปีกว่าจะดำเนินการตรวจสอบแล้วก็เพิ่มมาตรการถึงเริ่มที่จะ แก้ปัญหานี้ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วปัญหาค่อนข้างเห็นเด่นชัดและง่ายดาย ถ้าเผื่อดูจากตัวเลข ของการเติบโตทางเศรษฐกิจปี ๒๕๕๔ เติบโตเพียง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ก๊าซหุงต้มยอดขาย เพิ่มขึ้น ๙.๑ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๕ เศรษฐกิจฟื้นจากที่น้ำท่วมโต ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ก๊าซ หุงต้มเพิ่มขึ้นถึง ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเดียวกันนั้นกลับกันทางภาคอุตสาหกรรมที่มี การใช้แต่ราคาจะแพงมากการใช้ลดลง ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ และ ๑๓.๗ เปอร์เซ็นต์ ๒ ปีซ้อน แล้วก็มากขึ้นไปอีก ส่วนในภาคยานยนต์ก็มีความผิดปกติเหมือนกัน แต่ว่าการเพิ่มยังเพิ่มอยู่ คือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้ผิดประเภท เพราะว่า เนื่องจากการตั้งก๊าซแอลพีจีราคาถูกมากเทียบกับเบนซิน ก็จึงมีประชาชนย้ายมาเติมแอลพีจี ในยานยนต์เยอะ แต่อันนี้ประชาชนไม่ได้ทำผิดกฎหมายนะคะ ใช้ผิดประเภทไม่ผิดกฎหมาย แต่ความผิดกฎหมายเกิดขึ้นตรงที่ผู้ค้าหลีกเลี่ยงโกหกว่าขายให้กับภาคครัวเรือน แล้วก็ จริง ๆ แล้วไปขายให้ภาคยานยนต์หรือภาคอุตสาหกรรมซึ่งทำให้เกิดการรั่วไหลเป็นเงิน มหาศาลอย่างน้อย ๒,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่กล่าวไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ ๒ ปีถึงได้มี มาตรการที่เร่งรัดและบังเกิดผล ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางฝ่ายตำรวจที่ช่วยร่วมมือกับกระทรวง ๒ ปีนี้เกิดอะไรขึ้น ชาร์ทนี้ได้รับอนุมัติจากท่านประธานแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ขอส่องโฟกัส (Focus) ใกล้ ๆ หน่อยนะคะ กล้องมาใกล้ ๆ หน่อยค่ะ จะเห็นว่ายอดขายของก๊าซหุงต้ม ที่เพิ่มขึ้นที่ว่าเมื่อสักครู่พอถึงต้นปีของปีนี้ แผนกโสตทัศนูปกรณ์ขอช่วยส่งกล้องมา ใกล้ ๆ หน่อย เวลาตรงนี้อย่าหักนะคะ โฟกัสกล้องมาที่ชาร์ทหน่อยได้รับอนุญาตแล้ว เข้ามา อีกได้ไหมคะ คือต้นปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วก็เดือนกุมภาพันธ์ยอดขายของก๊าซหุงต้ม ก็ตกลงมาอย่างมากดิ่งฮวบฮาบเลย ในขณะเดียวกันยอดขายของภาคยานยนต์ก็พุ่งขึ้น ๔๔ เปอร์เซ็นต์ และในช่วงเดียวกันนั้นเองยอดขายของภาคอุตสาหกรรมที่เคยติดลบ ๒ ปี ซ้อนกันก็พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวคือ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ก็มีข่าวออกมาว่าในช่วงนี้มีการจับได้ มีผู้ค้ารายใหญ่อย่างน้อย ๔ รายที่ถูกบ่งชี้แล้วว่าเข้าข่ายลักลอบขายแอลพีจีเข้าประเทศ หรือรู้เห็นเป็นใจให้โรงบรรจุก๊าซหุงต้มที่เป็นตัวแทนของบริษัทกระทำความผิด ข่าวเดียวกัน ก็บอกว่ามีการปกปิดชื่อ ๔ บริษัทนี้เป็นความลับสุดยอด แม้แต่กระจิบข่าวของกระทรวง ก็ไม่อาจจะแพร่งพรายเขียนอะไรออกมาได้เลยนะคะ แล้วก็ยังมีข่าวว่าถ้าเผื่อคืนเงินที่ยักยอก ออกไป ไม่ส่งก็จะถือว่าไม่ผิด ซึ่งดิฉันเช็กดูแล้วก็ทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ เพราะว่าการฉ้อโกง สามารถยอมความกันได้ แต่ผู้ที่ยอมความก็คือต้องเป็นฝ่ายกระทรวงเองค่ะ ดิฉันจึงเร่งรัดว่า ขอให้กรมธุรกิจพลังงานและกระทรวงพลังงานต้องสั่งฟ้องภายใน ๓ เดือนเมื่อท่านมีหลักฐานครบแล้ว มิฉะนั้นจะถือว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ผิดตามมาตรา ๑๕๗ ที่มั่นใจว่าน่าจะต้องฟ้องได้ก็เพราะว่ามีบทสัมภาษณ์ในสื่อบอกว่า มั่นใจว่าจะสืบสาวไปเอาผิด กับผู้ค้ามาตรา ๗ ทั้ง ๔ รายได้เพราะว่าเอกสารการขนส่งมีความละเอียดมากตรวจสอบได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ถ้าเผื่อไม่ฟ้องนี่ก็เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นะคะ ทีนี้จาก การที่มีข่าวว่ามีการต้องปกปิดรายชื่อแล้วก็อาจจะมีการออมชอมกันก็ทำให้ดิฉันจำเป็นจะต้อง ไปค้นหาว่า เอ๊ะ มีบริษัทไหนเกี่ยวข้องบ้าง ก็โชคดีในช่วงที่ผ่านมาในอดีตเคยมีผู้บริหาร กระทรวงพลังงานที่โปร่งใสก็เลยสามารถได้ข้อมูลนี้ อันนี้ได้รับอนุญาตจากท่านประธานแล้ว เป็นข้อมูลของยอดขายแอลพีจีสำหรับการหุงต้ม กล้องแผนกโสตทัศนูปกรณ์กรุณาโฟกัส มาใกล้ ๆ หน่อยค่ะ ของหุงต้มตามบริษัทผู้ค้ารายใหญ่ ๆ ทุกรายจะเห็นแนวโน้ม เห็นพฤติการณ์ว่าขายเพิ่มขึ้น ๆ ใน ๒ ปีที่ผ่านมา และเมื่อต้นปีนี้เมื่อมีการปราบปรามอย่างเข้มงวด ก็ลดลงฮวบฮาบนะคะ มีตั้งแต่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งใหญ่ที่สุด เวลาดูตัวเลขต้องดู ด้านแกนขวาหรือซ้ายมือของชาร์ท ส่วนถ้าเผื่อบริษัทอื่น ๆ ก็ดูที่แกนขวามือได้แก่ บริษัท ปิกนิค บริษัท ยูนิคแก๊ส บริษัท เวิลด์แก๊ส บริษัท สยามแก๊ส และอื่น ๆ อีกทุกบริษัทนั้นมีแพทเทิร์น (Pattern) การขายที่ตกลงฮวบฮาบเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นตามรายงานข่าวที่บอกว่า มี ๔ รายใหญ่ ดิฉันเชื่อว่ามันต้องมีมากกว่า ๔ รายใหญ่ อันนี้ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ความที่ปกปิดชื่อแล้วก็อาจจะลอมชอมก็ทำให้เกิดความเป็นห่วง ก็เลยต้องไปดูว่าในรายใหญ่ ๆ ซึ่งมีอยู่ใครเป็นผู้ถือหุ้น ก็ปรากฏว่าบางบริษัทมีผู้ถือหุ้น ที่นามสกุลเป็นผู้ใกล้ชิดพรรคการเมืองที่มีอำนาจ แล้วก็มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ประธานเป็นถึง อดีต ผบ.ตร. อีกบริษัทหนึ่งประธานก็นามสกุลใหญ่โตมากแต่ดิฉันไม่กล้าเอ่ยเพราะว่าเดี๋ยว อาจจะเกิดการประท้วงได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครคนที่ทำผิดก็ควรจะได้รับโทษและประชาชน ก็จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินไปฟรี ๆ เพราะว่าเงินนี้รั่วไปถึงผู้ค้านะคะ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้อง แก้ไขในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โครงสร้างของราคาก๊าซค่ะ ท่านประธานคะ มีความซับซ้อนมาก พอสมควรถ้าเผื่อจะดูก็คือเงินของกองทุนนี้จริง ๆ แล้วมาจากไหน ก็มาจากพี่น้องประชาชน ผู้ใช้น้ำมันชนิดอื่น เช่น ผู้ใช้น้ำมันเบนซินจะต้องนำส่งถึง ๙.๗๐ บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ ๙๕ ๓.๘ บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็ว ๓.๖ บาทต่อลิตร และเขาเหล่านี้ประชาชนตาดำ ๆ เหล่านี้ เลี่ยงไม่ได้ค่ะ ไม่เหมือนผู้ค้านะคะ เขาเลี่ยงไม่ได้เพราะว่าเขาซื้อจากปั๊มน้ำมันราคามันถูก รวมเงินกองทุนไปแล้ว และที่สำคัญมีความไม่เป็นธรรมอยู่ในโครงสร้างอันนี้ เพราะว่า น้ำมันเบนซินมีคนที่มีรายได้น้อยมีคนจนเยอะเลยที่ใช้ เช่น คนที่ใช้ในปั๊มเกษตรกร หรือพวกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้ที่ใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์ เขาพวกนี้อาจจะจนกว่าผู้ที่ใช้แอลพีจี ในรถยนต์ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการฉ้อโกงไม่จ่ายเงินนี่เท่ากับว่าแทนที่เงินจะยักย้ายระหว่าง กลุ่มประชาชนกลับกลายเป็นเงินจากประชาชนไปสู่มือพ่อค้าการฉ้อราษฎร์บังหลวงนี้ ต้องแก้ไขนะคะ และยังมีในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่ยังจับไม่ได้เลยในส่วนของ การลักลอบไปชายแดนต่างประเทศที่ท่านจะต้องเข้มงวดแล้วก็หามาตรการให้ตำรวจมาช่วยกัน เอาผิดลงโทษให้ได้ และสุดท้ายก็คือเรื่องของปิโตรเคมีค่ะ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่ว่าภาคประชาชน ก็มีการร้องเรียนเป็นจำนวนมากนะคะ ท่านคงจะต้องหาความชัดเจนตรงนี้ว่าควรจะตั้งราคา เท่าไรถึงจะเป็นธรรมและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ดิฉันไม่มีคำตอบ แต่เป็นหน้าที่ของ กระทรวงพลังงานที่จะต้องหาคำตอบตรงนี้ แล้วถ้าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สะสางแก้ไขให้เรียบร้อย ดิฉันคิดว่าการขึ้นราคาแอลพีจีก็ควรจะต้องเลื่อนต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพราะว่าภาระที่แท้จริง ของประชาชนยังไม่ประจักษ์ และดิฉันคิดว่าเนื่องจากความล้มเหลวที่ใช้เวลานานและเรื่องที่ ยังแก้ไขไม่สิ้นหลายเรื่อง แล้วก็เรื่องการปกปิดบางอย่างอย่างที่เรียนไปแล้วจะทำให้ดิฉัน รู้สึกว่ามีความคล้ายคลึงกับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่โปร่งใส จึงทำให้ดิฉันไม่อาจจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนี้ในหลักการได้ค่ะ