สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

นคร มาฉิม หารือเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินของประเทศที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา นคร มาฐิม ยังตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของรัฐบาลและเรียกร้องให้คืนความชอบธรรมให้กับประชาชน

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ของรัฐบาลแล้วไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลที่จะรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ เนื่องจากว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา โครงสร้างให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องในชนบท พี่น้องประชาชนที่อยู่อย่างแร้นแค้น อยู่อย่างยากลำบากและมีปัญหาอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเวลามีจำกัด ผมขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานในเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาการถือครองที่ดินของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน มีปัญหาแล้วก็สั่งสมกันมายาวนานหลายสิบปียังไม่ได้รับการแก้ไข ยังไม่มียุทธศาสตร์ที่จะบริหาร จัดการทรัพยากรที่ดินจากรัฐบาล ยังไม่มีแนวนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและมั่นคง ทั้ง ๆ ที่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย ที่ทำกินเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูล จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๕๑ สรุปไว้ค่อนข้างชัด แล้วก็สอดคล้อง กับการทำวิจัยของมูลนิธิสถาบันที่ดินและคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขออนุญาตเอ่ยนามคณาจารย์ที่ได้ทำการวิจัยไว้ก็คือ ท่านอาจารย์อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ แล้วก็ท่านอาจารย์ดวงมณี เลาหกุล ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอันที่ ๑ ก็คือการไร้กรรมสิทธิ์ที่ดิน การไร้กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ประชาชนได้ทำกินและป่าไปทับกับที่ทำกินของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวน เขตอุทยานแห่งชาติ เขตที่ราชพัสดุ และที่ดินตามโครงการ ที่รัฐบาลจัดสรรให้ โดยกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ทีดีอาร์ไอ (TDRI) มีข้อมูลสอดคล้องกัน ก็คือป่าทับคนอยู่ทั้งหมด ๕,๓๐๐,๐๐๐ คน จำนวนพื้นที่ป่าที่ทับที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่ไร่ ที่นา ของประชาชน ๓๗,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ อันที่ ๒ ประชาชนที่ยังขาดที่ทำกินก็คือไม่มีที่ทำกินเลย เป็นข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนคนจนเมื่อปี ๒๕๔๗ พบว่าผู้ที่มาลงทะเบียนเป็นผู้ไม่มีที่ทำกิน รวมทั้งหมด ๑,๓๐๓,๓๖๐ ราย จนถึงบัดนี้งบประมาณปี ๒๕๕๗ ๑๐ ปีย้อนหลังแล้วครับ ท่านประธาน ผู้ที่ไม่มีที่ทำกินเลยก็ยังคงไม่มีที่ทำกินอยู่จนถึงปัจจุบัน มีที่ทำกินและไม่พอเพียง ต่อการทำกินอีก ๑,๖๕๑,๙๒๒ ราย รวมเป็นทั้งหมดเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ รายไม่มีที่ทำกิน หรือมีแต่ว่าไม่พอที่จะทำกิน นอกนั้นเขาจึงจำเป็นที่จะต้องไปเช่า ยืม ขออาศัยอยู่ รวมทั้งหมดประมาณ ๖๗๘,๐๐๐ กว่าราย ที่ดินส่วนใหญ่ของประเทศกลับไปกระจุกตัว อยู่กับผู้ที่มีอำนาจในเรื่องทุนอยู่แค่เพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถือครองที่ดินทั้งหมด ทั่วประเทศร้อยละ ๙๐ คือคน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถือครองที่ดินประมาณร้อยละ ๙๐ แต่คนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์กลับมีโอกาสเข้าถึงที่ดินแค่เพียงร้อยละ ๑๐ ของทรัพยากรที่ดิน อันนี้ละครับ มันคือต้นเหตุและต้นตอปัญหาของความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ธำรงอยู่ในสถานะของ สังคมไทยในปัจจุบัน พอมาพิจารณาถึงการจัดสรรงบประมาณที่จะนำไปสู่การแก้ไข การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ อย่างยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ กลับแทบจะไม่มีปรากฏในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำไปสู่จุดการบริหารที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้กับคนในชาติเลย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายหลายฉบับที่พี่น้องเกษตรกรที่ถูกที่ป่า ถูกที่อุทยาน ถูกที่ของรัฐทับอยู่จึงไม่ได้รับการแก้ไข ผมเคยเรียนถามเรื่องนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรี เป็นกระทู้ถาม และได้รับคำตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าท่านจะบริหารจัดการแนวนโยบายเรื่องนี้อย่างไร ยังไม่มีความชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีแนวคิด จึงไม่มีการกำหนดทิศทาง จึงไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อไป แก้ไขให้พี่น้องที่ยังอยู่อย่างยากจน อยู่อย่างแร้นแค้น อยู่อย่างยากลำบาก และเสี่ยงกับ การถูกจับติดคุกได้ทุกวัน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ถูกจับมาแล้วผมขออนุญาตเอาข้อมูล มาเลยนะครับ ถูกจับมาแล้วท่านประธานที่เคารพ ที่ยังเป็นคดีอยู่ในศาลนะครับ ปี ๒๕๕๒ ราษฎรถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ของรัฐ ๒๕๗๗ ราย ปี ๒๕๕๓ ถูกจับในข้อหาบุกรุก ๒,๘๕๗ ราย ปี ๒๕๕๔ ราษฎรที่ทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเขา ซึ่งสมัยก่อนรัฐต่างหากไม่เคยมีความชัดเจน ในเรื่องการทำกิน ไม่เคยมีความชัดเจนและมองราษฎรเสมือนหนึ่งว่าเป็นโจรผู้ร้ายครับ มองราษฎรเสมือนหนึ่งว่าเขากระทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้ง ๆ ที่สมัยก่อนรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีลูกมีหลานมากขึ้น และใครมีกำลัง ใครขยัน ขันแข็งก็สนับสนุนให้บุกเบิกครับ สมัยก่อนบุกเบิก พอต่อมาราษฎรได้ทำกิน ได้อยู่อาศัย ทำไร่ ทำนา ทำสวน บางพื้นที่เป็นตำบล เป็นอำเภอ เป็นวัด เป็นโรงเรียนกันไปทั้งหมดแล้ว ไม่มี ตอไม้เหลืออยู่แม้แต่ตอเดียว แต่ยังคงเป็นที่ดินของรัฐอยู่มันตลกที่สุดในโลกเลยครับ สำหรับ การบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทยแห่งนี้ครับ ปี ๒๕๕๔ จับราษฎรอีก ๓,๑๕๕ ราย เป็นคดีเป็นความ บางคนมีที่ดินแต่เป็นที่ดินมือเปล่าเพราะไร้กรรมสิทธิ์ก็ไม่สามารถที่จะนำ ทรัพยากรที่ดินของตนเองไปประกันตัวเองได้ ไปเช่าหลักทรัพย์ก็เสียแสนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แสนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ คนจนจึงยิ่งจนลงอย่างไรครับ คนรวย จึงยิ่งรวยขึ้นอย่างไรครับ ความเหลื่อมล้ำและช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมันจึงมี มากมายมหาศาลในสังคมไทยแห่งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปล่อยเขาได้ไหมครับ เอานโยบายนี่นะครับ ให้ความยุติธรรมกับคนไทยด้วยกันได้ไหมครับ ให้เขาได้ยืนอยู่ในแผ่นดินพ่อ แผ่นดินแม่ของเขาแห่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ให้ความยุติธรรมกับเขาเถอะครับ เขาเป็น ผู้สร้างชาติครับ ผมจึงขอเรียกร้องว่าขอให้รัฐบาลมีความชัดเจน ๑. กฎหมายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างเอาอย่างไร ๒. กฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเอาอย่างไร ขอคำตอบ จากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ๓. กฎหมายภาษีมรดกอยู่ในแนวคิดของรัฐบาลหรือไม่ และกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ร่วมกันเสนอ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎร เคยเสนอไปแล้วและผ่านความเห็นชอบโดยเสียงส่วนใหญ่ก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกเพิกถอน ที่สงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ รัฐบาลก็ไม่หยิบยกขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาไปแก้ไขเรื่องกรรมสิทธิ์ ส.ส. ไม่เห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วย ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อที่จะมอบกรรมสิทธิ์ให้กับราษฎร แต่รัฐบาลก็ไม่ได้สานต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอความชัดเจน

สุดท้ายครับเนื่องจากว่าหมดเวลา ผมเองทวงถามความชอบธรรม ขอให้ รัฐบาลซึ่งมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ท่านจะต้องคืนความชอบธรรมให้กับประชาชน ในฐานะเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ขอบพระคุณครับ