ยิ่งลักษณ์ เสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม-ความมั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อจัดทำแผนการใช้จ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตามยุทธศาสตร์ประเทศ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เน้นย้ำยุทธศาสตร์ประเทศและอาเซียน โดยมุ่งเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และเสนอแนวทางบริหารงบประมาณขาดดุลอย่างยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอแผนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการฟื้นฟูสันติภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา สาธารณสุข และระบบคมนาคมขนส่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอแผนงบประมาณเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว กีฬา และสังคม โดยเน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นจำนวนไม่เกิน ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เป็นจำนวน ๒,๕๑๑,๕๗๖,๓๒๑,๗๐๐ บาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจำนวน ๑๓,๔๒๓,๖๗๘,๓๐๐ บาท

เหตุผล

๑. เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ได้มีงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ สำหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน

๒. เพื่อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วย เงินคงคลังที่กำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังตามที่ได้จ่ายไปแล้ว

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ รัฐบาลขออนุญาตเสนอคำแถลง ประกอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ฉบับสมบูรณ์เป็นเอกสารและขอเรียนสรุปสาระสำคัญดังนี้

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่นำเสนอต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติฉบับนี้ จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของ ยุทธศาสตร์ประเทศที่รัฐบาลมุ่งยกระดับมาตรฐานในทุก ๆ ด้านของประเทศ เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ ๒ ประการ คือ

ประการแรก เพื่อดำเนินนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างต่อเนื่องจากปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การดำเนินงานในทุกมิติและการสร้างภาคีการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ผ่านมาตรการและโครงการต่าง ๆ

ประการที่ ๒ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งเสริมสร้างประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ของระบบราชการให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ดิฉันขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการเงินการคลังของประเทศ ดังต่อไปนี้

ภาวะเศรษฐกิจทั่วไป เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๖ ชะลอตัวลง เนื่องจากความล่าช้าในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนระดับราคาสินค้าในตลาดโลก ที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ในขณะที่นโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักในโลก กำลังขยายปริมาณเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีเงินทุนไหลสู่ภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย และสร้างแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในปี ๒๕๕๖ ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ในเกณฑ์ร้อยละ ๔.๒-๕.๒ อัตราเงินเฟ้อ ประมาณร้อยละ ๒.๓-๓.๓ โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจโลกที่คาดว่าน่าจะมี แนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และการฟื้นตัวของภาวะการค้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในตลาดโลก ซึ่งเริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนในประเทศสหรัฐอเมริกา จะช่วยสนับสนุนภาคการผลิต และส่งออกของประเทศไทย ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ ๑๑๙.๙ ในปี ๒๕๕๕ และยังเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๖

นอกจากนั้น การใช้จ่ายตามแผนการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ และแผนการกู้เงินตามพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... จะเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจให้สามารถ ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๗ คาดว่าจะขยายตัวประมาณ ร้อยละ ๔.๐-๕.๐ อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ ๒.๗-๓.๗ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ ภายในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ประกอบกับการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐจะมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนการขยายตัว ตามการเบิกจ่ายเงิน ตามแผนเงินกู้ ตามพระราชกำหนด และแผนการกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัติ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ในขณะเดียวกันภาคต่างประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจเอเชียและเศรษฐกิจโลกโดยภาพรวม ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกมีบทบาทมากขึ้น ต่อการขยายตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๕๖ และต่อเนื่องจนถึงปี ๒๕๕๗ ด้วยภาวะที่ยังมี ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งโดยการกระตุ้น ให้ภาคการผลิตมีการลงทุนและการค้าขายที่แท้จริงและเหมาะสม และเป็นการลดการพึ่งการส่งออก ในขณะที่รัฐบาลมุ่งเน้นมาตรการส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะสั้นเพื่อเป็นพื้นฐาน การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและสมดุลในระยะยาวต่อไป ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศ เดินหน้าต่อไปได้

ฐานะและนโยบายการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ รัฐบาลประมาณการว่า จะสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น ๒,๓๘๔,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อหักการจัดสรร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ จำนวน ๑๐๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังคงเหลือ เป็นรายได้สุทธิที่สามารถนำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายของรัฐบาล จำนวน ๒,๒๗๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๗.๒ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

สำหรับการบริหารจัดการรายจ่ายภาครัฐในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายงบประมาณและแนวทางจัดทำงบประมาณดังนี้

ประการที่ ๑ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานของหน่วยงานที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ประเทศ ยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี ๒๕๕๘ นโยบายสำคัญของ รัฐบาล และการบูรณาการภารกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ โดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสแก่ประชาชน

ประการที่ ๒ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ ควบคู่กับการพิจารณาแหล่งเงินอื่น และการบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ของแต่ละภาคส่วน เพื่อลดความซ้ำซ้อน

ประการที่ ๓ ส่งเสริมการสร้างศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ภารกิจการจัดบริการสาธารณะระดับท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำทางการคลังระหว่างท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้และประสิทธิผลการใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประการที่ ๔ ดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังและความจำเป็นของการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างมี เสถียรภาพและเตรียมเข้าสู่งบประมาณสมดุลในอนาคต

สำหรับฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๕๐,๙๓๕.๔ ล้านบาท

ฐานะและนโยบายการเงิน ทางด้านการดำเนินนโยบายทางการเงินของ ทางการในปี ๒๕๕๕ มีลักษณะผ่อนปรนมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและบูรณะเศรษฐกิจ หลังวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งปีหลังของปี ๒๕๕๕ นั้น เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายเพิ่มปริมาณเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น จากการที่เงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดตราสาร ของภาครัฐมากขึ้นกว่าเกณฑ์ปกติต่อเนื่องมาถึงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๖ ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็ง อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และภายใต้ความไม่แน่นอนและความเปราะบางของระบบการเงิน ของโลก รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ ความเห็นชอบกรอบการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๖ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรการทางการเงิน มาตรการทางการคลัง และมาตรการเฉพาะด้านอื่น ๆ โดยให้ความสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทย จะเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและมั่นคง

ฐานะการเงินของประเทศในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์มั่นคงจากดุลบัญชีเดินสะพัด ที่เกินดุล มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน ๒๕๕๖ มีจำนวน ๑๗๘,๓๗๔.๙ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ ๓ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสถาบันการเงินอยู่ในระดับต่ำและมีทุนสำรองต่อสินทรัพย์ เสี่ยงอยู่ในระดับสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบการเงิน

สาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่คณะรัฐมนตรีนำเสนอต่อสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลโดยกำหนดรายได้สุทธิ จำนวน ๒,๒๗๕,๐๐๐ ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีก จำนวน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินงบประมาณดังกล่าวจำแนกเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน ๒,๐๑๗,๒๔๔ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๗๙.๗ ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน ๑๓,๔๒๓.๗ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๐.๕ ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุนจำนวน ๔๔๑,๕๑๐.๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๗.๕ ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน ๕๒,๘๒๑.๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒.๑ ของวงเงินงบประมาณ

ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกอบด้วย ๘ ยุทธศาสตร์และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญและวงเงินงบประมาณในแต่ละยุทธศาสตร์ การจัดสรร ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อรองรับบริบทการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ รวมทั้งการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ โดยจัดสรร งบประมาณรายจ่ายไว้จำนวน ๑๔๕,๐๐๖.๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๕.๗ ของวงเงิน งบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๑.๑ การรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘,๐๓๙.๗ ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และยกระดับฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาระบบ การจัดเก็บภาษี ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การเป็นศูนย์กลางการผลิตและรวบรวม เมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพดี ส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ (Software) และดิจิทัล คอนเทนท์ (Digital content) ในภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างศักยภาพด้านอัญมณีและเครื่องประดับไทยและทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนการเป็นเมืองศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข

๑.๒ การพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑,๗๑๙.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานสินค้า ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ให้สามารถส่งออกและแข่งขันได้ในระดับสากล สนับสนุนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมภูมิปัญญา ท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

๑.๓ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑,๗๙๗.๒ ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายตามห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ต่อยอดไปสู่ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สนับสนุนแหล่งทุนและส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ในสถาบันอุดมศึกษา ๖๘ หน่วย

๑.๔ การส่งเสริมสินค้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๗,๔๕๕.๖ ล้านบาท เพื่อให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ โดยพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รองรับการเป็น ครัวไทยสู่ครัวโลก สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลให้เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาเกษตรพื้นที่สูงตามแนวทางโครงการหลวงและเศรษฐกิจพอเพียง

๑.๕ การดูแลผู้สูงอายุ เด็ก สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๗๘,๕๐๒.๙ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเท่าเทียมกันในสังคม โดยริเริ่ม การดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมแบบเบ็ดเสร็จด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ที่ไม่มีความพร้อมของคุณแม่วัยใส และให้การคุ้มครอง ป้องกันและช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรง สนับสนุนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ คนพิการเพิ่มเติม เสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยแก่ผู้ยากจนและผู้ด้อยโอกาส และสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า ๗.๖ ล้านคน

๑.๖ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๕,๙๒๑.๑ ล้านบาท เพื่อเร่งนำสันติสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความเสมอภาคและความเจริญรุ่งเรืองกลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเพิ่มมูลค่า ทางการค้าและการลงทุนเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาด้านสังคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา บริการสาธารณสุข สนับสนุนการกีฬา นันทนาการ กิจกรรมทางวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา พหุวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อเชื่อมใจชายแดนใต้ให้เกิดสันติสุข

๑.๗ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๑,๖๑๗ ล้านบาท เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการให้มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑.๘ ล้านล้านบาท โดยเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ การรองรับการเป็น ศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ สนับสนุนการจัดทำระบบฐานข้อมูลและแผนที่เขต พัฒนาการท่องเที่ยว และเพิ่มการอำนวยความสะดวกและประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

๑.๘ ยกระดับคุณภาพแรงงาน การจัดการแรงงานต่างด้าวและป้องกัน การค้ามนุษย์ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒,๓๕๓.๒ ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในการพัฒนาคุณภาพแรงงาน ยกระดับฝีมือเป็นแรงงานทักษะ และแรงงานกึ่งทักษะ จัดระบบการทำงานของแรงงานต่างด้าว รวมทั้งปราบปรามการกระทำ ความผิดและขจัดกระบวนการค้ามนุษย์

๑.๙ การเชื่อมโยงระบบคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๗,๖๐๐.๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและเทคโนโลยี พัฒนาเมืองสำคัญที่เหมาะสมและมีศักยภาพ ยกระดับมาตรฐานท่าอากาศยาน ก่อสร้างทางหลวง และสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความปลอดภัย ทางคมนาคม เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งให้สอดรับกับแผนการลงทุนตามร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง ของประเทศ พ.ศ. ....

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ความมั่นคงแห่งรัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๑๐,๗๘๓.๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘.๔ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๒.๑ การเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๓,๖๗๐.๘ ล้านบาท เพื่อเทิดทูน พิทักษ์ และธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ให้มีผู้ใดล่วงละเมิด ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกให้มีความจงรักภักดี เทิดทูน และปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนส่งเสริมและเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

๒.๒ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๔๒๑.๘ ล้านบาท โดยรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมปลูกฝัง จิตสำนึกความรักสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ คนในชาติ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๒.๓ การเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๘๑,๐๐๖.๔ ล้านบาท เพื่อให้มีความพร้อม มีศักยภาพในการพิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ โดยมุ่งพัฒนายุทโธปกรณ์ พัฒนาทางการทหาร ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ พัฒนาความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และส่งเสริมบทบาทในการรักษาสันติภาพของโลกภายใต้กรอบสหประชาชาติ

๒.๔ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๕,๖๘๔.๕ ล้านบาท โดยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการอำนวยความปลอดภัย เตรียมความพร้อมและจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รักษาผลประโยชน์ของชาติทั้งทางบก และทางทะเล แก้ไขปัญหาการหลบหนีเข้าเมือง พัฒนาระบบการกำหนดสถานะและสิทธิ ของบุคคลที่ไม่มีสถานภาพให้ชัดเจน ตลอดจนเสริมสร้างประสิทธิภาพงานด้านข่าวกรองของ ประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ และยั่งยืน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๓๔๓,๗๔๖.๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๖ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๓.๑ การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๙,๔๖๒.๑ ล้านบาท เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาวโดยเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บภาษี การบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้มีความคล่องตัว พัฒนาระบบสถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐให้เข้มแข็ง ส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้มีขีดความสามารถ ในการแข่งขันเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดตั้งกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ เพื่อบริหารจัดการ ทรัพย์สินราชการให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

๓.๒ การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคการเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๓๓,๐๔๔.๑ ล้านบาท โดยควบคุมคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ยกระดับความสามารถ และความเข้มแข็งของเกษตรกรผ่านโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง สมาร์ท ฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) รวมทั้งชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรเพื่อบรรเทาผลกระทบ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

๓.๓ การเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘๕,๒๗๖.๒ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรมผ่านระบบรับจำนำ สินค้าเกษตร โดยมีการตรวจสอบคุณภาพ ปริมาณผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่รับจำนำ ตามนโยบายรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ

๓.๔ การยกระดับรายได้และเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๔๔,๓๒๗.๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยดำเนินมาตรการทางภาษีอย่างต่อเนื่องตามมาตรการรถยนต์คันแรก ส่งเสริมการจ้างงาน และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อยกระดับรายได้ของแรงงาน ตลอดจนพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย และผู้มีรายได้น้อย

๓.๕ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๕,๓๗๙.๒ ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของหมู่บ้านในระดับฐานราก ๒๐,๓๗๕ หมู่บ้านและชุมชน เสริมสร้างพลังชุมชนในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา ๔,๓๙๐ หมู่บ้านและชุมชนพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ผู้ประกอบการ ๒๖,๐๐๐ กลุ่ม สนับสนุน การพัฒนาชุมชนเมืองในด้านต่าง ๆ ๑,๖๐๐ แห่ง เสริมสร้างองค์ความรู้เชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

๓.๖ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๔,๓๖๙.๓ ล้านบาท เพื่อบูรณาการระบบฐานข้อมูลในการจัดทำแผนที่ การใช้ที่ดินด้านอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรม ๑๔ จังหวัด และนิคมอุตสาหกรรม ๕ แห่ง พัฒนาอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริม อุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

๓.๗ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการตลาด การค้า และการลงทุน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘,๐๓๖.๒ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมพัฒนา และยกระดับความสามารถทางการค้า การตลาด ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ดำเนินการควบคุมกำกับราคาสินค้าให้เหมาะสมและเป็นธรรม พัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจการค้าระดับจังหวัดให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดได้ ให้ความคุ้มครองผู้บริโภค พิทักษ์สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา เจรจาและขยายความร่วมมือ ตามกรอบข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้า

๓.๘ การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒,๖๒๔.๕ ล้านบาท เพื่อให้มีศักยภาพและได้มาตรฐาน โดยการพัฒนา บูรณะ ฟื้นฟู แหล่งท่องเที่ยวเดิมและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้ง สร้างบรรยากาศการลงทุนสินค้ารูปแบบใหม่ในธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็ง ของท้องถิ่น ชุมชนและวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและขยายตัวไปในระดับภูมิภาค

๓.๙ การส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๙,๓๙๓.๘ ล้านบาท เพื่อให้การกีฬาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม โดยส่งเสริมให้ เด็ก เยาวชน คนพิการและประชาชน ได้เสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี ด้วยการ ออกกำลังกายและเล่นกีฬา และร่วมกิจกรรมนันทนาการ รวมทั้งพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ ตลอดจนส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาของภูมิภาคและของโลก

๓.๑๐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๐๒,๐๑๙.๑ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีคุณภาพตาม มาตรฐานสากล สามารถเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายกับแผนการลงทุนตามร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ พ.ศ. .... ก่อสร้าง บูรณะ ปรับปรุงทางหลวง ทางหลวงชนบท และสะพาน ยกระดับ ความปลอดภัยบริเวณทางแยก เพิ่มศักยภาพท่าอากาศยาน ก่อสร้างท่าเรือ ขุดลอกร่องน้ำ ก่อสร้างเขื่อนกันทราย กันคลื่น และเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและตลิ่งพัง ตลอดจน ผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชยนาวีและด้านการบิน

๓.๑๑ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑,๖๑๔.๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างราคาและการใช้พลังงาน ที่เหมาะสมกับกลไกตลาด จัดหาพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เพียงพอ ต่อการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศ ออกใบอนุญาต กำกับ ดูแลธุรกิจด้านพลังงาน ให้มีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน ทดแทนให้สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงาน ของภูมิภาค

๓.๑๒ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘,๒๐๐.๒ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้ประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม จัดหาระบบเครือข่ายไร้สายรองรับการใช้งานคอมพิวเตอร์พกพา รวมทั้งบูรณาการเครือข่ายระบบบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดจนบริหารจัดการข้อมูลสถิติและสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผนและตัดสินใจอย่างมี ประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกัน ในสังคม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘๔๙,๘๖๑.๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๓.๗ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๔.๑ การขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๓๙๕,๗๘๗.๓ ล้านบาท เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยได้มีโอกาสเข้าถึง บริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยต่อเนื่องไปตลอดชีวิต โดยส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษา สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ สนับสนุนการศึกษาตามโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รวมทั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ผูกกับรายได้ในอนาคต พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

๔.๒ การสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๙๑,๗๒๑.๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชากรวัยเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา ตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ ตลอดจนอาชีวศึกษาให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี คุณภาพและมาตรฐาน และลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาของผู้ปกครอง

๔.๓ การพัฒนาด้านสาธารณสุข ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๔๔,๘๓๒.๒ ล้านบาท เพื่อลดภาระโรคและภัยคุกคามต่อสุขภาพ โดยส่งเสริมประชากรกลุ่มเป้าหมายและเครือข่าย ด้านสาธารณสุขให้ได้รับบริการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ โรคอุบัติใหม่ และภัยสุขภาพ พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายเชิงรุกในชุมชน ให้บริการเฉพาะ ทางด้านสุขภาพจิต ตลอดจนพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก

๔.๔ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๗๐,๙๑๖.๒ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม และเท่าเทียมกันทุกระบบ ทั้งระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบประกันสังคม ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ และระบบสวัสดิการ รักษาพยาบาลพนักงานส่วนท้องถิ่นและลูกจ้าง ส่งเสริมบริการปฐมภูมิในเขตเมือง บริการ ใกล้บ้านใกล้ใจ ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคภัยร้ายแรงเรื้องรัง ตลอดจนพัฒนา ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อให้มีคุณภาพมาตรฐาน

๔.๕ การสร้างโอกาสการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๘๔๕.๘ ล้านบาท หรือพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ที่เข้มแข็ง สร้างเครือข่ายยุติธรรมชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนรับรู้สิทธิ หน้าที่ และการเข้าถึง บริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

๔.๖ การป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๕๐๕.๕ ล้านบาท เพื่อสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาล เสริมสร้าง คุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล และความตระหนักรู้ในทุกภาคส่วน โดยรณรงค์และเสริมสร้าง การมีส่วนร่วมของคนในสังคมในการต่อต้านการทุจริต เสริมสร้างกลไกการป้องกันและปราบปราม การทุจริตให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ

๔.๗ การป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๑๐,๑๔๖.๗ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมสังคมไทยให้เข้มแข็ง ลดความรุนแรง ของปัญหายาเสพติด โดยป้องกันเด็กและเยาวชน ๑.๕ ล้านราย ในสถานศึกษา ๑๑,๔๙๐ แห่ง ทั่วประเทศ ใช้มาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบปราบปราม ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และเครือข่ายไม่น้อยกว่า ๖๐,๐๐๐ คดี รวมทั้งบำบัดรักษาและฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้กลับเข้าสู่สังคมและสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ราย ตลอดจนมีระบบการติดตามช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดภายหลังการบัดรักษา

๔.๘ การเพิ่มประสิทธิการบริหารจัดการและคุ้มครองแรงงาน ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๑๘,๖๖๔.๔ ล้านบาท เพื่อให้ประชากรวัยแรงงานและประชาชน ทุกกลุ่มได้รับบริการและโอกาสในการทำงานและประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น สนับสนุนให้แรงงาน ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างทั่วถึง มีหลักประกันความมั่นคง มีสวัสดิการ มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม รวมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย ในต่างประเทศให้ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องเป็นธรรม

๔.๙ การอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้จัดสรร งบประมาณ จำนวน ๘,๙๐๗.๙ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกและค่านิยมที่ดีงาม โดยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นให้มีความเข้มแข็ง เสริมสร้างวิถีชีวิต ภายใต้ธรรมะทั้งแผ่นดิน สนับสนุนการจัดกิจกรรมให้คนไทยมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า และร่วมฟื้นฟู รักษา ทำนุ บำรุง อนุรักษ์ สืบสานรากวัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น โบราณสถาน และมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

๔.๑๐ การส่งเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๗,๕๓๔.๔ ล้านบาท เพื่อประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยสามารถเข้าถึงบริการสังคมอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม โดยจัดสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานแก่เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล รวมทั้งเสริมสร้าง ความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันแก่สถาบันทางสังคม และจัดที่ดินทำกินให้แก่คนยากจน

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณรายจ่ายไว้จำนวน ๑๑๒,๒๘๘.๕ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๔.๔ ของวงเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๕.๑ การป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑,๑๔๗.๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาต้นแบบเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศในพื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่น ๑๕ จังหวัด พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ๑๑ แห่ง ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษไม่น้อยกว่า ๑,๙๐๐ ตัวอย่าง เสริมสร้าง ความเข้มแข็งในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ๑๓๐ แห่ง กำหนดมาตรการนโยบายการคลังและระบบภาษี เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการพัฒนาชุมชนต้นแบบ ในการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๔ ชุมชน และร่วมกิจกรรมตลาดซื้อขายคาร์บอน ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ ราย พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสีเขียว และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึก และให้มีความพร้อมสามารถปรับตัว และรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลก จัดตั้งเครือข่ายการป้องกันไฟป่า ๑๐๐ เครือข่าย พัฒนาองค์ความรู้ศักยภาพเครือข่ายการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คน พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ ในการกำจัดขยะมูลฝอย ส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าและขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน ๒๕๗ ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกำหนดนโยบายประหยัดพลังงาน จัดทำแผนพลังงานชุมชนเพื่อให้ครัวเรือน ลดการใช้พลังงานไม่น้อยกว่า ๖๐๐ ชุมชน รวมทั้งจัดทำแผนลดการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม และอาคารธุรกิจ ๑๒๐ แห่ง

๕.๒ การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๕๙,๘๗๑.๙ ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งน้ำบนดินและน้ำใต้ดิน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สามารถป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายกับแผนการลงทุนตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยการเพิ่มศักยภาพกลไก การบริหารจัดการน้ำ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง พัฒนาคลังข้อมูลและระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย ด้านน้ำไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ หมู่บ้าน อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อรักษาระบบนิเวศ ๒,๑๐๐ แห่ง จัดหาแหล่งน้ำบาดาลสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค ๑,๓๘๐ แห่ง แหล่งน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ๑,๒๘๐ แห่ง แหล่งน้ำในไร่นานอกเขตเขตพื้นที่ชลประทาน ๕๐,๐๐๐ บ่อ แหล่งน้ำชุมชน ๒,๗๘๐ แห่ง แหล่งน้ำในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ๓๔ แห่ง บริหารจัดการน้ำ ในเขตพื้นที่ชลประทานไม่น้อยกว่า ๒๗๑,๑๐๐ ไร่ ดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุม พื้นที่เป้าหมาย ๑๖๐ ล้านไร่ ขยายระบบประปาให้บริการประชาชนเพื่ออุปโภคบริโภค ๑๘๗,๐๐๐ ราย ตลอดจนส่งเสริมองค์กรลุ่มน้ำและเครือข่ายให้มีการบริหารจัดการน้ำ อย่างบูรณาการ

๕.๓ การอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๓,๔๕๗.๑ ล้านบาท เพื่อการคุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลของ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนภายใต้ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการป้องกัน ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรในเขตป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และป่าชายเลน ๑๔๗.๕ ล้านไร่ ส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ ๓๐,๐๐๐ ไร่ สร้างเครื่องมือกลไกในการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ จัดทำผังเมืองพัฒนาพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน กระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเป็นธรรม ๑๐๐,๐๐๐ แปลง พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเป็นแหล่งประกอบอาชีพการประมง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ และผลิตสัตว์น้ำปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐ ล้านตัว

๕.๔ การจัดการสิ่งแวดล้อม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๔,๐๗๑.๑ ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ของประชาชนตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยการป้องกัน ควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ทางด้านน้ำ อากาศ เสียงและสารอันตราย ผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างระบบอำนวยการบริหารให้เกิดผลทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาเครือข่ายด้านจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒๕๖ เครือข่าย ส่งเสริมให้มีการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ไม่น้อยกว่า ๑๑๕,๘๐๐ ราย สนับสนุนแผนปฏิบัติการเพื่อจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนให้ได้ไม่น้อยกว่า ๓๑ ล้านลูกบาศก์เมตร

๕.๕ การจัดการภัยพิบัติ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๓,๗๔๐.๖ ล้านบาท เพื่อป้องกัน เตือนภัย แก้ไข ฟื้นฟู เยียวยา และบรรเทาความเดือดร้อน ความเสียหาย จากสาธารณภัย โดยการกำหนดมาตรการป้องกันและเตือนภัยไปสู่สาธารณะ ติดตาม การเปลี่ยนแปลงพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จากการถูกบุกรุกทำลายขนาดพื้นที่ ไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ ไร่ และเฝ้าระวัง เตือนภัย ๓๐๐ จุด ประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ ธรณีพิบัติภัย ๕๐๔ แห่ง พร้อมทั้งจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเหตุ ๑,๘๐๐ คน ก่อสร้าง ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน ๖๙ แห่ง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำและริมทะเล ไม่น้อยกว่า ๗๐,๖๐๐ เมตร ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำระหว่างประเทศเพื่อปกป้อง การสูญเสียดินแดนไม่น้อยกว่า ๕๖,๒๐๐ เมตร รวมทั้งการอำนวยการด้านจราจรเพื่อลดอุบัติภัย ทางถนนโดยมีเป้าหมายไม่เกิน ๑๔ รายต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน และการเข้าถึงเพื่อให้ ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ตามหลักกาชาดสากลด้วยความรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๔ ชั่วโมง ตลอดจนติดตามและรายงานพยากรณ์อากาศ รายงานแผ่นดินไหว ประกาศแจ้งเตือนอย่างถูกต้อง แม่นยำและทันเหตุการณ์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่น้อยกว่า ๒๔๑,๘๐๐ ครั้ง

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้จำนวน ๒๑,๓๒๓.๘ ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ ๐.๘ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๖.๑ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๒,๒๐๒.๖ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบโดยจัดทำนโยบาย และยุทธศาสตร์การวิจัยของประเทศ ผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา สถาบันการวิจัย ทั้งในประเทศและภูมิภาค สนับสนุนทุนการวิจัยทั้งในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและป้องกันสาธารณภัย สร้างความเข้มแข็งแก่ท้องถิ่น สร้างนักวิจัยอาชีพที่มี ความสามารถสูงเพื่อผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านต่าง ๆ รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและนำนวัตกรรมไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ไม่น้อยกว่า ๔,๔๐๐ โครงการ ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการพัฒนาและความต้องการของประเทศ จัดทำฐานความรู้ และเทคโนโลยีด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร

๖.๒ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๙,๑๒๑.๒ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐาน ขององค์ความรู้ ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการให้ได้มาตรฐาน สนับสนุนแหล่งความรู้ สาธารณะโดยจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ระดับภูมิภาค ส่งเสริมภาคการผลิตให้สามารถ เพิ่มมูลค่าและมีคุณภาพการผลิตเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไม่น้อยกว่า ๓๒๐,๐๐๐ รายการ บริการสารสนเทศหอสมุดวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ราย พัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวิจัย พัฒนาหรือปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไม่น้อยกว่า ๑๘,๑๐๐ คน โดยริเริ่มสนับสนุนการใช้ประโยชน์กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันระหว่าง ภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนนักเรียนทุน ไม่น้อยกว่า ๑,๔๐๐ ทุน สนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมเด็กและเยาวชน ให้มีความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย สนับสนุน ผู้ประกอบการและชุมชนในการนำเทคโนโลยีและผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมเพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนส่งเสริมการใช้ข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การวางแผนด้านการเกษตร การป้องกันภัยและแก้ไขภัยพิบัติ โดยการให้บริการข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ ๑๑,๐๐๐ รายการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้จำนวน ๙,๐๐๔.๕ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๐.๔ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๗.๑ การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๙,๐๐๔.๕ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือในทุกมิติกับประเทศคู่ค้า ประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และประเทศในกรอบอนุภูมิภาค การเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ ของประเทศไทย สนับสนุนให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในองค์กรระหว่างประเทศ คุ้มครอง ดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และทางวิชาการ เพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริม ความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ ในกรอบทวิภาคีและกรอบพหุภาคี ตลอดจนบริการด้าน การต่างประเทศและด้านกงสุล

ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้จำนวน ๓๕๑,๓๓๙.๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๓.๙ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

๘.๑ การปฏิรูปกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๘๑,๗๒๓.๓ ล้านบาท เพื่อพัฒนากฎหมายที่เป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และพัฒนาเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนากระบวนการยุติธรรมและอำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม ถูกต้องตามหลักกฎหมายและมาตรฐานสากล รักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมเพื่อให้ประชาชนได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และการดำเนินงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินงาน เชื่อมโยงกันอย่างมีเอกภาพ

๘.๒ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๕๐,๘๙๖.๔ ล้านบาท เพื่อพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารงานบุคลากรภาครัฐ โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สามารถประเมินผลงานด้วยระบบคุณธรรม ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และวิธีปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพ ในการให้บริการแก่ประชาชน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นสามารถดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ตลอดจนเสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง ตลอดจนสนับสนุนการสร้างค่านิยมของสังคม ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความเสมอภาคเท่าเทียมกันและความถูกต้องชอบธรรม เสริมสร้างภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งพัฒนากระบวนการจัดสรรงบประมาณ ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างเหมาะสม และพัฒนาสื่อภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพสามารถนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้อง เป็นกลางและคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ

๘.๓ การส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๖๐,๔๐๗.๘ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีอิสระในการจัดบริการสาธารณะที่เหมาะสมตามความต้องการ ของประชาชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนได้ทันตามศักยภาพความเหมาะสมของท้องถิ่น เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สูงขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามภารกิจถ่ายโอนที่กำหนดไว้ในแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนาบุคลากรของท้องถิ่น เพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง

๘.๔ การส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๘,๑๗๐ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดำเนินโครงการภายใต้ แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วนและครอบคลุม ทุกมิติในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้น ให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนพื้นที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายและขยายโอกาส เสริมสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ซึ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนตามความเหมาะสมกับศักยภาพ และตำแหน่งตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของพื้นที่จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตลอดจนส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชน และพัฒนาการบริหารจัดการให้มีการติดตามประเมินผล การปฏิบัติงานที่เป็นระบบ

๘.๕ การสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๔๐,๑๔๒.๔ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้สามารถดำเนินงานได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน รวมถึง การให้การสนับสนุนการดำเนินภารกิจที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ได้แก่ การเพิ่มโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น การส่งเสริมธรรมาภิบาลท้องถิ่นและกระจายอำนาจ สู่การจัดการตนเองของประชาคมท้องถิ่น การส่งเสริมการวิจัยและปฏิรูปกฎหมายเพื่อส่งเสริม การลงทุน และให้การคุ้มครองแรงงานในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยส่งเสริมให้ภาครัฐและประชาชน มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุน การสอบสวนเรื่องร้องเรียนของประชาชน และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพกาแสวงหา ข้อเท็จจริงและการไต่สวนวินิจฉัยของหน่วยงาน

๙. รายการค่าดำเนินการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ไว้จำนวน ๔๘๑,๖๔๔.๓ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๙.๑ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดำเนินงาน ที่สำคัญ ดังนี้

๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๗๔,๑๗๕ ล้านบาท เพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉิน ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นสามารถนำไปใช้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมิได้คาดหมาย เพื่อให้รัฐบาลสามารถแก้ไขสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนจัดสรรเงินชดเชยค่างาน สิ่งก่อสร้างเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการอาชีพก่อสร้าง

๙.๒ การบริหารบุคลากรภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๒๐๘,๑๘๔ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรภาครัฐตามสิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญ กับการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของบุคลากรภาครัฐ ได้แก่ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ เงินสำรอง เงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ เงินสมทบของลูกจ้างประจำ

๙.๓ การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๘๕,๘๖๑.๖ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐให้เกิดเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ การดำเนินการและติดตามการชำระหนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ ผูกพันไว้

๙.๔ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน ๑๓,๔๒๓.๗ ล้านบาท เพื่อเป็นรายจ่าย ชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้ดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายและสนับสนุนเสถียรภาพความมั่นคงทางการคลัง

ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สาระสำคัญของ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ตามที่รัฐบาลได้แถลงมานั้น เป็นเพียง ส่วนสำคัญที่ควรนำมาแถลงให้ทราบ สำหรับรายละเอียดปรากฏอยู่ในเอกสารงบประมาณ ที่ได้นำเสนอต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว

ดิฉันและคณะรัฐมนตรีได้ตระหนักอยู่เสมอว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้บริบทที่มีความท้าทายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ประเทศ ที่ชัดเจน แข่งขันได้ และสร้างความผาสุกอย่างยั่งยืนให้กับประชาชน ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่นำเสนอฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จึงหวังว่าท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะได้ให้การสนับสนุนและพิจารณารับหลักการของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ขอบคุณค่ะ