สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้หลอกลวงชาวนา แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม เขายังอ้างเหตุผลที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกร และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเก็บข้าวในโครงการของรัฐบาล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาหยิบยกมาอภิปรายเมื่อสักครู่ จริง ๆ เราก็พูดคุยกันนะครับว่าเตรียมการ จะได้ตอบกันในคราวเดียวโดยเก็บประเด็นของหลาย ๆ ท่าน แต่มาฟังดูแล้วคิดว่าบางเรื่อง ถ้าให้ความชัดเจนกันเสียก่อนก็น่าจะประหยัดเวลาของสภาได้สำหรับประเด็นการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่อาจจะหยิบยกประเด็นในลักษณะเดียวกันนะครับ ท่านสมาชิก ซึ่งเพิ่งอภิปรายจบเมื่อสักครู่ได้กรุณาพูดถึงโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายหลักสำคัญ ของรัฐบาลชุดนี้ ผมยินดีที่ท่านใช้คำว่าติเพื่อก่อ เพราะนี่ครับคือสิ่งที่ประชาชนเขาต้องการ แล้วการติเพื่อก่อนั่นก็หมายความว่าท่านก็เห็นด้วยให้มีการดำเนินการ แต่มีบางเรื่องที่ท่าน เห็นว่าต้องปรับปรุงพัฒนาบ้าง ซึ่งก็เป็นปกติของการทำงานใหญ่ครับ มันก็จะต้อง มีการปรับปรุง มีจุดอ่อน จุดแข็ง ก็พัฒนากันไป แต่ผมยินดีที่ท่านเห็นด้วย เพราะรัฐบาลชุดนี้ ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกรชาวนา แล้วก็เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งสำหรับการยกระดับคุณภาพข้าวของไทยในอนาคต ประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้รัฐบาลหลอกชาวนาหรือไม่ เพราะประกาศว่ารับจำนำข้าวทุกเมล็ด แต่ในที่สุด ก็ไปยกเลิกพันธุ์ข้าว ๑๘ สายพันธุ์ ก็เท่ากับว่าไม่จำนำทุกเมล็ดอย่างที่ประกาศ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าข้าว ๑๘ สายพันธุ์ที่คณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องประชุมแล้วก็มีมติ ไม่รับเข้าโครงการรับจำนำก็เพราะว่าข้าวเหล่านั้นเป็นข้าวที่ปลูกในระยะเวลาสั้น แล้วผลผลิตที่ออกมาคุณภาพจะต่ำกว่าข้าวปกติที่อยู่ในโครงการรับจำนำ หลักการสำคัญ ประการหนึ่งของโครงการนี้ก็คือต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าว คุณภาพดีเพื่อจะได้เข้าโครงการรับจำนำในราคาสูง แล้วก็ปรากฏหลักเกณฑ์ชัดครับว่า ในแต่ละ ๑ ปี ๑ รายเกษตรกรก็จำนำข้าวได้ ๒ รอบ ถ้าไปปลูกข้าว ๑๘ สายพันธุ์ ระยะเวลาสั้น เกษตรกรบางรายปลูกได้ ๓-๔ รอบ ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่สามารถเข้าสู่ โครงการได้อยู่ดี แล้วถ้าหากพี่น้องเกษตรกรปลูกข้าว ๑๘ สายพันธุ์เหล่านี้กันออกมามาก ๆ ก็อย่างที่เรียน ตอนต้นนะครับว่าคุณภาพมันต่ำกว่าก็จะทำให้เกิดปัญหาในการระบายขายออก ซึ่งในที่สุด ภาระสุดท้ายก็จะตกลงบนบ่าบนไหล่ชาวนาอยู่ดีนั่นเอง ดังนั้นรัฐบาลก็ได้ประกาศมตินี้ และผมเชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่เข้าใจครับว่านี่ไม่ใช่การหลอกลวง ตรงกันข้าม เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรโดยแท้จริง

ประการต่อมาครับ ผมว่าเรื่องนี้เราคุยกันแล้วหลายรอบ แต่ถ้าจะคุยกันอีกรอบ ก็ไม่มีปัญหาละครับเพราะมันเป็นหน้าที่ ท่านสมาชิกก็พูดว่าประกาศข้าวเปลือกเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท มีเกษตรกรรายไหนได้เต็มราคาบ้าง มีครับ แล้วถ้าจะบอกให้ ส.ส. เจ้าของพื้นที่ที่เขานั่งอยู่ในสภานี้เขายกมือชี้แจงว่าเกษตรกรรายไหน ตำบลไหน อำเภอไหน โรงสีใด ผมว่าต้องขยายสมัยประชุมนี้อีก ๒ เดือน เพราะว่ามันมีมาก มีเยอะ แต่ถามว่ามีที่ได้ไม่ถึงไหม ก็มีครับ แต่มันมีเหตุผลก็คือไม่ผ่านหลักเกณฑ์ในการ ตรวจสอบคุณภาพ ก็กลับมาประเด็นแรกที่ผมอธิบายว่าเราต้องการจะให้เกษตรกรชาวนาไทย ผลิตข้าวคุณภาพเพื่อที่จะได้ราคาสูง ดังนั้นก็ยืนยันอีกครั้งว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ทำได้จริงเกษตรกรได้รับเงินจริง ช่วงเงินช้ามีบ้างครับยอมรับ โดยเฉพาะช่วงที่เป็นรอยต่อ ของรอบการรับจำนำ นั่นมันเกิดจากกระบวนการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องทำกัน โดยรอบคอบระมัดระวัง แล้วก็อีกเหตุผลหนึ่งก็คือในแต่ละครั้งที่มีการดำเนินการโครงการนี้ ก็ถูกตรวจสอบรอบด้านจากเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านหรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ ดีแล้วก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องชี้แจง แต่เมื่อมีการตรวจสอบมีการตั้งข้อสังเกตท่านก็ไปดู หลักเกณฑ์โครงการรับจำนำรอบแรกกับรอบปัจจุบันมันมีขั้นตอนมันมีกลไกต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จนหนาแน่นขึ้นทุกทีเพื่อตอบสนองการตรวจสอบว่าให้ทุกฝ่ายสบายใจว่ามีกลไก มีขั้นตอน มีผู้รับผิดชอบชัดเจนในแต่ละจุดของโครงการ ดังนั้นเมื่อขั้นตอนมันเพิ่มขึ้นกระบวนการ ทำงานก็อาจจะเกิดความติดขัดล่าช้าบ้าง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทุกขั้นตอนผ่าน ครม. ผ่าน กขช. มาแล้วขณะนี้ก็ยืนยันว่าพี่น้องเกษตรกรโดยส่วนใหญ่ทั่วไปก็ได้รับเงินตาม ระยะเวลาที่ควรจะเป็น เรื่องกรณีที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมเรียนอย่างนี้ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ ที่ท่านสมาชิกเอ่ยถึงเป็นบุคคลที่ไปกระทำผิดกฎหมายจริงผมจะตรวจสอบ แล้วท่านเอ่ยชื่อ มาแล้วก็ขอความกรุณาครับ เดี๋ยวนอกรอบขอนามสกุล ขอสังกัดเรียบร้อย แล้วผมจะมาแจ้ง ท่านด้วยว่าเราไปตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร ถ้าหากว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายใดแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบจากประชาชนก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด เบื้องต้นผมก็จะแจ้งให้กรมการค้าภายในตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร่งด่วน แต่ถ้าท่านให้นามสกุล ให้สังกัด ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพิ่มเติม มันก็จะง่ายแล้วก็เร็วในการเข้าถึง เหตุการณ์นะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญก็คือผมเรียนยืนยันว่า กระบวนการเก็บรักษาข้าวในโครงการของรัฐบาลเราทำกันอย่างรอบคอบรัดกุมแล้ว ตรวจสอบได้ แล้วมันไม่มีเหตุผลเลยที่จะมาอธิบายว่ารัฐบาลเก็บข้าวแล้วข้าวเน่า พอข้าว อันไหนเน่าก็เอาออกมาขาย ด้วยความเคารพครับท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้อภิปรายท่านเชื่ออย่างที่ท่านพูดจริง ๆ หรือครับว่ามันจะมีรัฐบาลไหนในโลกนี้รับจำนำข้าว จากเกษตรกรเอามาเก็บไว้ในโกดัง เก็บไว้พอเสื่อมคุณภาพเก็บไว้พอเป็นมอดก็เอาออกแจก ประชาชนเอาออกขาย มันเป็นไปไม่ได้ในโลกของความเป็นจริง ผมไม่ทราบว่าข้าวที่เพื่อนสมาชิกนำมาแสดงนั้นเป็นข้าวชนิดใด อย่างไร เพราะว่ามองเห็น ผ่านจอก็ไม่ชัด แต่ยืนยันชัด ๆ ได้ตรงนี้ว่าถ้าเป็นข้าวในโครงการรับจำนำ ถ้าเป็นข้าวที่ รัฐบาลเอามาแจกจ่ายต่อประชาชนเอามาขายในโครงการร้านถูกใจต้องเป็นข้าวได้คุณภาพ เท่านั้นนะครับ ถ้ารัฐบาลเอาข้าวเน่ามาแจกประชาชน เอาข้าวเน่ามาขายให้ประชาชนจะยืน อยู่ต่อหน้าประชาชนถึงวันนี้ได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนทำความเข้าใจกับ ท่านสมาชิก อย่างไรก็ตามนะครับ ผมติดตามการทำงานของท่านสมาชิกผู้อภิปรายมาตลอด ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือแล้วก็ประสานงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แท้จริงกับประชาชน ในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนเรื่องพืชผลการเกษตรอื่น ๆ แน่นอนครับ ทุกอาชีพต้องการหลักประกัน ความมั่นคงของอาชีพ ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนผลไม้ ปลูกผักต่าง ๆ เขาต้องการกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าแนวทางของรัฐบาลก็จัดการกับแต่ละรายพืชด้วยรูปแบบด้วยยุทธศาสตร์ที่มี ความแตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านตั้งข้อสังเกตตั้งข้อห่วงใยมา ซึ่งผมเข้าใจว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ คงจะมีอีกหลายรายการก็จะเก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้อธิบายในคราวเดียว แต่เบื้องต้นเข้าใจ ว่าโครงการรับจำนำข้าวน่าจะเป็นประเด็นที่ได้รับความนิยมในการอภิปรายงบประมาณคราว นี้ก็เลยจะขออนุญาตให้ข้อมูลไว้ก่อนครับ ขอบคุณครับ