สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องงบประมาณการวิจัยของประเทศ โดยอธิบายว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้ลดงบประมาณการวิจัย 20% แต่เพิ่มเป็น 60% และ 100% และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการงบประมาณของฝ่ายค้านไม่ปรับลดงบประมาณการวิจัยของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่รับผิดชอบงานด้านวิจัยในขณะนี้ ผมอยากจะชี้ สักเล็กน้อยครับว่ากรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านได้อภิปรายกล่าวหาพูดว่า รัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญเรื่องงานวิจัยของประเทศ แล้วท่านก็ได้พูดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปรับลดงบประมาณด้านการวิจัยของประเทศลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นท่านยังบอกว่า ในสมัยรัฐบาลของท่านท่านเป็นผู้ริเริ่มบูรณาการเรื่องการวิจัยร่วมระหว่าง ๕ ส. และ ๑ ว. มาร่วมกันวิจัยนะครับ ๕ สถาบัน และสภาวิจัยแห่งชาตินะครับ แล้วท่านก็บอกว่าเหมือนกับ รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ไม่รู้ว่านักวิจัยส่วนใหญ่ที่เก่ง ๆ อยู่ในมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นท่านยังพูดว่า ท่านชี้ว่าตัวเลขสมัยรัฐบาลท่านนั้นในปี ๒๕๕๔ ท่านได้จัดงบประมาณงานวิจัยไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะเป็นการจัดให้มหาวิทยาลัยใช้วิจัยประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ ของท่าน และท่านก็เปรียบเทียบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดงบปี ๒๕๕๕ ให้มหาวิทยาลัยวิจัยเพียง ๘๐๐ ล้านบาท และงบปี ๒๕๕๖ สำหรับมหาวิทยาลัยวิจัย ๕๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะอธิบายอย่างนี้ครับ เพราะว่าถ้าพี่น้องประชาชนฟังการอภิปรายของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าใจผิด เพราะท่านหยิบยกตัวเลขมานั้นค่อนข้างที่จะชี้แจงตัวเลขไม่ตรงกัน ตัวเลขที่อยู่ในมือผมนี่ ผมได้จากสถาบันวิจัยแห่งชาติครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์จัดงบประมาณไว้ ๑๐,๑๐๙ ล้านบาท จัดให้กระทรวงศึกษาธิการ ๔,๐๖๑ ล้านบาทแค่นั้นเอง และท่านก็บอกว่า งานนี้เป็นงานวิจัยมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ครับ งบสำหรับให้มหาวิทยาลัยวิจัยมีแค่ ๑,๙๗๐ ล้านบาท จาก ๔,๐๖๑ ล้านบาทนะครับ อันนี้ตัวเลขจะได้ตรงกันนะครับ เพราะว่าพอมารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งที่จริงแล้วเรามาทำงบประมาณต่อจากท่านพวกท่านเตรียมไว้เกือบหมดแล้ว เราเพียงแต่มาพิจารณาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม เพราะเราเข้ามาเป็นรัฐบาล ปรากฏว่า งบกระทรวงศึกษาธิการงบด้านวิจัยนะครับ ลดลงจาก ๔,๐๖๑ ล้านบาท เหลือ ๒,๔๔๔ ล้านบาท งบที่ไปใช้ให้มหาวิทยาลัยวิจัย ๘๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็มาเพิ่มเป็นงบเพื่อให้ใช้ ในการวิจัยแบบมุ่งเป้า คือ ๕ สถาบัน ๕ ส. และ ๑ วช. เพิ่มขึ้นมา ในรัฐบาลปี ๒๕๕๔ ไม่มีนะครับ ปี ๒๕๕๕ เพิ่มมาเป็น ๖๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ เพิ่มมาเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้งบประมาณด้านการวิจัยของประเทศเมื่อปี ๒๕๕๕ ไม่ได้ลดลงมาเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ลดลงมา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ท่านว่า จากปี ๒๕๕๔ ที่ท่านกำหนดไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ เหลือ ๘,๗๓๓ ล้านบาท ลดไป ๑๓ เปอร์เซ็นต์ พอปี ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้นมาเป็น ๘,๙๖๗ ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ๒ เปอร์เซ็นต์ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลนี้เห็นปัญหาว่าปัญหาของประเทศไทยในตอนนี้ มีอะไรบ้าง รัฐบาลที่จริงแล้วต้องการเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยของประเทศให้เพิ่มขึ้น ตามที่ได้ประกาศไว้ในนโยบายของรัฐบาล แต่ปัญหาของประเทศขณะนี้เราขาดแคลนจริง ๆ เราขาดแคลนนักวิจัยครับ ถึงแม้เราจะจัดสรรงบประมาณขึ้นไปได้มาก แต่นักวิจัยเราไม่เพียงพอ อันนี้ผมเป็นประธานในการพิจารณาเรื่องนี้กำลังศึกษากันอยู่ว่าจะเพิ่มนักวิจัยได้อย่างไร และผลงานวิจัยของประเทศไทยในขณะนี้ส่วนหนึ่งยังนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ไม่ได้นะครับ เหมือนอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้บอกว่าวิจัยแล้วขึ้นหิ้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราจะเปลี่ยนมาเป็นงานวิจัยแล้วใช้ประโยชน์เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศครับ นอกจากนั้นแล้ววันนี้งานวิจัยของภาครัฐจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชน เพราะเรามี ความร่วมมือกับภาคเอกชนน้อยมาก รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ การเยือนต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีและของผมเอง เราได้พาคณะนักวิจัยไปศึกษา ไปดูงาน ไปร่วมประชุมหารือกับสถาบันวิจัยในต่างประเทศ เพื่อจะหาความร่วมมือในการวิจัย ร่วมกัน เพื่อจะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาให้กับประเทศไทย เราไม่ได้ล้าหลัง เราไม่ได้ล้าสมัย วันนี้เราเริ่มทำแล้ว ผมได้พาไปที่ประเทศรัสเซีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศเยอรมนี และประเทศฮังการี ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ของบสำหรับงบประมาณ ด้านการวิจัยในปีนี้เอาไว้ ๑๒,๒๐๐ ล้านบาท ถ้าฝ่ายค้านจะสนับสนุนการวิจัยของชาติ ก็ขอความกรุณาครับว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณของฝ่ายค้านอย่าได้ปรับลดเลยครับ วันนี้ตัวเลขมีขอไว้นะครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ทุกสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ๑๒,๒๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสมัยท่าน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ