สุนทรี ชัยวิรัตนะ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสวัสดิการประชาชนและชี้แจงความเข้าใจผิดเรื่องการตัดงบประมาณกองทุนวันละบาท โดยยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ได้ถูกตัดแต่เป็นการสื่อสารผิดพลาดเนื่องจากหน่วยงานมีเงินสำรองอยู่แล้ว พร้อมยกย่องนโยบายงบประมาณที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้อภิปราย ในวันนี้ ก่อนอื่นดิฉันต้องบอกก่อนค่ะท่านประธานว่าดิฉันเห็นด้วยกับงบประมาณ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ในวงเงิน ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุลก็จริงค่ะท่านประธาน แต่ว่าต้องชมเชยรัฐบาลที่มีแนวโน้มที่จะ จัดงบประมาณให้เข้าสู่สมดุลให้ได้ภายในปี ๒๕๖๐ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นคนไปทำ ความตกลงเอาไว้แต่ก็ยังปฏิบัติตาม ก็ต้องขอชื่นชมในสปิริต (Spirit) นะคะ แต่เมื่อวาน ดิฉันได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดใส่ร้าย ต้องบอกว่าใส่ร้ายนะคะท่านประธานว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เอาใจใส่ในเรื่องสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ดิฉันเองได้ดูงบประมาณ ของรัฐบาลตลอด ๓ ปีที่ได้มีการจัดทำ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ความสนใจโดยการจัดงบประมาณรวมยอดทุกรายการ จะพบว่ายุทธศาสตร์ ในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมกันในสังคมของรัฐบาลจัดเป็น ยุทธศาสตร์ที่ได้รับเงินค่อนข้างเยอะที่สุด ปีนี้เองปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ก็จัดให้ถึงร้อยละ ๓๓.๗ หรือประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนค่ะท่านประธานคงไม่ใช่โครงการเดียว แต่เป็นการจัดในหลาย ๆ โครงการไม่ว่าจะเป็นเงินเอสเอ็มแอล เงินกองทุนหมู่บ้าน การเข้าถึง ระบบยุติธรรม ระบบประกันสุขภาพ หรือแม้แต่รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรกก็เป็นการเปิดโอกาส ให้พี่น้องประชาชนที่มีฐานะที่ไม่ค่อยจะเอื้อในการที่จะซื้อได้ด้วยเงินสดสามารถมีบ้านได้ เป็นของตนเอง แต่ประเด็นหลักที่อยากพูดถึงสวัสดิการของการจัดงบประมาณในครั้งนี้ คงเป็นประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับเงินสนับสนุนโครงการ สนับสนุนเงินเพื่อพัฒนาให้กับชุมชน หรือเราจะเรียกง่าย ๆ ว่ากองทุนวันละบาทหรือว่ากองทุน ๓ ขา ต้องบอกว่ากองทุนนี้ อยู่ในหน่วยงานก็คือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เมื่อวานดิฉันได้ยินแล้วก็มีตัวแทน จากกองทุนสวัสดิการชุมชนหลายจังหวัดในทุก ๆ ภาคทั่วประเทศไทยได้มายื่นหนังสือ กับท่านประธานแล้วก็ยื่นหนังสือกับคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมที่ดิฉันอยู่ด้วย เขามายื่นตอนแรกที่ได้ฟังดิฉันก็ตกใจว่าถูกตัดจริง ๆ หรือเงินที่จะไปช่วยเหลือกับกองทุน แต่ปรากฏว่าดิฉันได้มีการสอบถามแล้วก็ไปหารายละเอียดจากการพูดคุยกับตัวแทน กองทุนหน่วยงาน แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ด้านแล้วค่ะท่านประธาน เขาบอกกับ ดิฉันมาว่าแน่นอนว่าโครงการนี้ไม่ได้ถูกตัดงบประมาณแต่อย่างใด แต่เป็นการสื่อสาร ที่ผิดพลาดกัน เนื่องจากว่าในการของบประมาณ แน่นอนยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าเรามีลูกอยู่ ๑ คน ลูกเราได้รับเบี้ยอาหารกลางวันวันละ ๑๐๐ บาท ถ้าลูกเรายังไม่ได้ใช้เงิน ๑๐๐ บาทเลย เราเป็นพ่อแม่เราจะให้เงินไปเพิ่มอีก ๑๐๐ บาทหรือเปล่า ก็เช่นกันค่ะท่านประธาน เรากลัวแน่นอนถ้าให้ไปอีก ๑๐๐ บาทกลัวว่าลูกจะเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ครั้งนี้ ก็เหมือนกัน แต่ครั้งนี้เป็นงบประมาณที่จะต้องนำมาใช้กับพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ต้องเรียนว่าเมื่อหน่วยงานก็คือ พอช. หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของบประมาณ ในส่วนเงินกองทุนวันละบาทเข้ามาที่ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ตามที่ได้มีการพูดกล่าวกันนี่ ดิฉันก็ได้ไปดูค่ะท่านประธาน ปรากฏว่าของหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานมหาชนมีงบประมาณ หรือเงินรายได้ เงินที่จะใช้ในการช่วยเหลือโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ เหลืออยู่นะคะ ยังไม่ได้ใช้อยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอน ๕,๐๐๐ ล้านบาทยังไม่ได้ใช้ แต่จะขอไปอีก ๑,๒๐๐ ล้านบาท มันเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดกันค่ะ เนื่องจากว่าเมื่อเงินไม่ได้ใช้ เรามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องไปจัดสวัสดิการให้กับพี่น้องในเรื่องด้านอื่น ๆ อีก ก็ทำให้เงินที่เราบอกว่าต้องใช้จ่ายอย่างถูกต้อง เหมาะสม แล้วก็ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นจะไม่ได้รับงบประมาณในปีนั้น แต่เมื่อตอนนี้มีการพูดกล่าวกันก็เข้าใจ แล้วก็ การที่หน่วยงานเองเมื่อทางสำนักงบประมาณสอบถามไปที่หน่วยงาน หน่วยงานไม่ได้ชี้แจง รายละเอียดว่าทำไมเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังมีค้างอยู่ หรือว่าเงินของปีงบประมาณที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการจ่าย หน่วยงานยังไม่ได้ชี้แจงเข้าไปก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน่วยงาน ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งต้องเรียนท่านประธานเลยนะคะว่าดิฉันเอง ก็ไม่คิดหรอกว่าคณะรัฐมนตรีที่เอาใจใส่สวัสดิการของประชาชนมากอย่างคณะรัฐมนตรี ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่เอาใจใส่ แน่นอนค่ะเมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏออกมาตามหลักฐานแล้วดิฉันว่าโครงการนี้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษแน่นอน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงยืนยันได้ว่า จากที่ดิฉันดูมาทั้งหมดค่ะ งบประมาณของสวัสดิการที่รัฐบาลชุดนี้จัดให้ครอบคลุมอย่างเยอะ แล้วก็เยอะกว่ารัฐบาลทุกชุดที่เคยจัดมาแน่นอน สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากค่ะท่านประธาน คงจะต้องพูดถึงเรื่องประเด็นข่าวตอนนี้คงจะทราบกันดีค่ะ เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ กันทุกวันในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำชีค่ะท่านประธาน ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนยางนาดีเองนี่เป็นโครงการ ที่พี่น้องประชาชนรอมาแล้ว ๔๐ ปี ไม่ใช่แค่จังหวัดชัยภูมิแต่เป็นภาคอีสานอีก ๗ จังหวัด อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ที่เป็นหน่วยงานระดับพื้นที่ที่ดูแลก็อยากจะขอความกรุณาค่ะ ให้ยังคงดำเนินกิจการหรือว่า ให้มีการก่อสร้างโครงการต่อไป เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดเกิดกับพี่น้องประชาชนให้มีน้ำท่าได้ทำกิน และต้องฝากอีกนิดหนึ่งค่ะ ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน กรมการปกครอง ส.ป.ก. และหน่วยงานอื่น ๆ ที่ดิฉันอาจจะไม่ได้กล่าวถึงให้ช่วยตรวจสอบหาคนผิดที่มีความคิด ที่จะก่อในทางที่ไม่ดี ก่อการทุจริตในการเวนคืนที่ดินขอให้เข้าไปตรวจสอบอย่างแท้จริง แล้วก็เอาจริงเอาจังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติของเราต่อไปค่ะ ท้ายที่สุดดิฉัน ขอชื่นชมรัฐบาลที่กล้าในการที่จะเสนองบประมาณ ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสู่การพิจารณา ของสภาในวันนี้แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งค่ะว่างบประมาณยอดนี้จะทำให้พี่น้องของประเทศ เรามีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าที่เคยผ่าน ๆ มาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ