สงกรานต์ จิตสุทธิภากร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2557 โดยวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณที่ไม่ได้ลงทุนในอนาคตของประเทศ และเรียกร้องให้ปรับปรุงการจัดงบประมาณ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการยุบโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการวางแผน โดยระบุว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่จะส่งผลยาวถึงอนาคตของประเทศ และขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางในการบริหารงานที่ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมจะอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๗ ซึ่งเมื่อผมได้ พิจารณาแล้วผมไม่อาจที่จะรับหลักการได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ เนื่องจากมีท่านผู้อภิปราย หลายท่านได้พูดในหลายประเด็นแล้ว ผมจะขอพูดประเด็นในยุทธศาสตร์ที่ ๔ นะครับ ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ท่านประธานครับ ในเล่มสรุปหน้าที่ ๑๕ ท่านเขียนไว้ว่าด้านการศึกษาท่านจะส่งเสริม การขยายโอกาสการเข้าถึงอย่างทั่วถึงเป็นธรรม แต่ท่านประธานสังเกตไหมครับว่า ในงบประมาณปีนี้แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะได้รับงบประมาณเพิ่มเติม แต่เห็นได้ชัดว่า การนำเงินไปบริหารงานในครั้งนี้และการจัดงบประมาณในครั้งนี้เป็นการจัดงบประมาณ ที่ผิดพลาด ท่านประธานสังเกตจะเห็นว่างบประมาณที่ใช้ในการลงทุนในครั้งนี้ ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ได้ลงทุนในอนาคตที่ดีของประเทศ ส่วนใหญ่นั้น จะใช้ในงบของประชานิยมแล้วก็การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ท่านประธานครับ ประเทศนี้ ไม่ได้อยู่ได้ปีหรือสองปีนะครับ แต่ต้องอยู่ไปอีกตลอดนานนับชั่วที่พวกเราจะจำกันได้นะครับ ผมเห็นข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อที่เห็นได้ชัดนะครับ
ข้อแรก คือที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านประธานสังเกตนะครับว่า ประเทศไทยเราปีนี้ได้รับการยกย่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครได้เป็นเมือง ท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของโลกจากนิตยสารต่างประเทศ แต่งบที่กระทรวงนั้นถูกตัดไปค่อนข้างเยอะ
อีกเรื่องหนึ่ งผมอยู่ที่คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็เห็นได้ชัดว่างบประมาณในด้านการวิจัยและพัฒนานั้นก็ถูกตัดไป ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สนใจในอนาคต ไม่ลงทุนเพื่ออนาคตแล้วประเทศนี้จะไปอย่างไร เพราะหนี้ กองอยู่ข้างหน้าไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่แล้ว
เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดในวันนี้ก็คือเรื่องการศึกษา ผมว่ามันเป็นความผิดพลาด ครั้งใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการที่มีกรอบความคิดที่ผิด ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จะยุบโรงเรียนครับ คำว่า ยุบโรงเรียน มันสะท้อนลึกนะครับ ท่านประธานลองคิดว่า พี่น้องเราที่อยู่ตามชนบทอยู่ตามบ้านนอกนั้นเขาไม่ได้มีโอกาสเท่าเราครับ ถ้าท่านคิดว่าเขาเป็นลูกเหมือนกับลูกพวกท่าน ท่านจะไม่พูดคำนี้ออกมาครับ ผมเช็กดูแล้วนะครับ ผมเคยไปกับคณะกรรมาธิการที่ต่างประเทศไปที่ประเทศอังกฤษครับ ปรากฏว่าลูกนักการเมือง เกือบทุกคนมีลูกเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษครับ แต่ในขณะที่ลูกชาวบ้านเขาไม่มีโอกาส มาอยู่ในเมืองเพราะอะไรครับ ก็เพราะเขายากจนครับ ครอบครัวเขาเป็นเกษตรกร เขาทำนา เขามีความผิดอะไรครับที่ท่านจะไปยุบโรงเรียนของเขาครับ เด็ก ๆ ที่เขาเกิดมาในที่นั้น ถ้าเขาเลือกได้เขาคงไม่เกิดในที่กันดารอย่างนั้นหรอกครับ เขาต้องมาเกิดในเมืองครับ และเด็ก ๆ เหล่านั้นถ้าเลือกได้เขาก็คงมาเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากันทุกคน แต่เขาเลือกไม่ได้ครับท่าน แต่ท่านกลับไปบอกว่าท่านทำโทษเขาที่เขาลำบาก ที่เขายากจน โดยการท่านบอกท่านจะยุบโรงเรียนครับ ผมอ่านข่าวทีแรกผมก็ไม่เชื่อครับ ผมไม่คิดว่า ความคิดนี้จะออกมาแต่เมื่อมาดูในงบประมาณปีนี้ที่จะเข้าอย่างที่ท่าน ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้พูดมาแล้วครับ ปรากฏว่ารัฐบาลทำจริงจัดงบซื้อรถตู้ไว้ล่วงหน้าแล้ว ฉะนั้นความหมาย ของการซื้อรถตู้เท่ากับยุบโรงเรียน ในสมัยที่รัฐบาลที่แล้วท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ หรือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ท่านมีแนวคิดที่ดีกว่านี้ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้ไตร่ตรอง ให้ดี การที่ท่านมีเงินมากท่านคิดถึงเรื่องการบริหารในแง่ขององค์กรหรือบริษัทมันใช้ไม่ได้ กับภาครัฐ เพราะอะไรครับ ท่านกำลังมองว่าคนยากคนจนเด็กนักเรียนที่ไปเรียนทำให้ท่าน ต้องเสียเงินครับ ท่านมองว่าเป็นหนี้สินของประเทศ ถ้าท่านมองคนเหล่านี้เป็นหนี้สิน ของประเทศท่านก็พยายามจะลดต้นทุนของเขาโดยการยุบโรงเรียน แต่ถ้าท่านมองว่า คนเหล่านี้เป็นสินทรัพย์เป็นอนาคตของประเทศจะทำให้ประเทศยั่งยืนพัฒนาต่อไป ผมเห็นหลายท่านพูดนะครับว่าเราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนพูดแล้วพูดอีกครับ ถ้าเราเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนแล้วเด็กลูกหลานของเราที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตไม่ได้รับการศึกษาที่ดีแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรครับ การที่จะยุบโรงเรียนนั้นผมไม่เห็นด้วย และผมเห็นด้วย กับหลักการของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต้องคุยกันครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในที่จังหวัดนครสวรรค์ของผมนะครับ สมัยที่แล้วมีโรงเรียน ๓ โรงเรียนได้มาคุยกันครับ แล้วตกลงว่าจะเลือกโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งนั้นให้เป็นโรงเรียนดี แล้วรัฐมนตรีในสมัยนั้น ก็ทำให้เป็นโรงเรียนดีประจำตำบลโดยการเอางบประมาณไปให้ ไปสร้างสระน้ำ ไปสร้าง อาคารเรียนใหม่ให้ เอาระบบคอมพิวเตอร์ไปใส่ให้ เอาห้องสมุดทันสมัยไปให้ ๓ โรงเรียนนั้น เขาก็ตกลงปลงใจกันที่จะรวมกันแล้วก็ส่งเด็กนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนนี้ทุกคนก็มีความสุขครับ มีโรงเรียนใกล้ตัวอยู่ในตำบลก็ไม่ต้องย้ายบ้าน ย้ายสำมะโนครัวไปแยกกัน ไปเรียนอยู่ที่ โรงเรียนประจำจังหวัดครับ ถ้าเกิดท่านไม่ได้อย่างนี้ครับถ้าโอกาสคือโรงเรียนไม่ดีจริง ๆ หรือต้องยุบจริง ๆ ผมก็ยังแนะได้ว่าทำเป็นโรงเรียนชุมชนก็ได้นะครับ ผมเคยคุยกับ กศน. ซึ่งก็เป็นหน่วยงานเดียวกับของท่าน กศน. ก็บอกครับว่าถ้าเขาไม่เอามาให้ผมผมจะทำให้ หรือถ้าไม่ได้ กศน. คุยกับพี่น้อง คุยกับ อบต. ยกให้เป็นประโยชน์สาธารณะให้เด็ก ๆ ให้ผู้ใหญ่มาเรียนก็ได้ครับ ในเมื่อเด็กไม่มีก็สอนผู้ใหญ่ก็ได้นะครับเพราะการศึกษา เป็นการเรียนตลอดชีวิตอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมยังมีเรื่องอีกเยอะนะครับ แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ผมขอสรุปว่าผมไม่เห็นด้วยแล้วก็เห็นว่าการบริหารงานของ กระทรวงศึกษาธิการที่วางแผนในเรื่องนี้นะครับผิดพลาดอย่างร้ายแรง ผมว่าผิดพลาดร้ายแรง มากกว่าเรื่องอะไรทั้งหมดนะครับ เพราะว่าอันนี้จะส่งผลยาวถึงอนาคตของพวกเรา ในอนาคตเพราะเราคงไม่อยู่กันแค่นี้หรอกครับ อยู่กัน ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ไปกันหมดแล้วครับ แต่เด็กพวกนี้ต้องอยู่ดูประเทศนี้ต่อไปครับ และผมไม่แปลกใจครับว่าทำไมการศึกษาไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ ผลการทดสอบโอเน็ต (O-NET) เอเน็ต (A-NET) อะไรเขาบอกว่า คนไทยตกคณิตศาสตร์ เพราะแม้กระทั่งเมื่อวานนี้ใส่ตัวเลขยังใส่ผิดเลยครับ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ใส่ไป ๒,๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับตัวเลขที่ผิดทำอะไรได้บ้างครับ ถ้าไปทำอาคารเรียน ทำได้ ๗๐๐ หลังนะครับ ถ้าไปทำห้องสมุดคอมพิวเตอร์ทำได้ ๒,๓๐๐ โรงเรียน ถ้าไปจ้าง ครูพิเศษจ้างได้ ๑๗,๐๐๐ คนต่อปี ขอบคุณครับ