สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2557 และเรียกร้องการเตรียมความพร้อมประเทศไทยก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานคะ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ก็ต้องบอกว่า อรุณสวัสดิ์ตอนเช้านะคะ เมื่อคืนเรียกว่าเราอยู่ถึงตีหนึ่งกันเลยทีเดียว และตัวดิฉันเอง ก็เตรียมพร้อมที่จะขึ้นมาอภิปรายแต่ก็เสียดายที่ท่านประธานตัดสินใจที่จะพักการประชุมเสียก่อน แต่ไม่เป็นไรเมื่อเราเริ่มกันเช้านี้ก็อาจจะมีความรู้สึกสดชื่นกันมากกว่า เพราะว่าดิฉันเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะร่วมอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งดิฉันต้องขอชื่นชมกับทางรัฐบาล เพราะดูจากโครงสร้างของงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ แล้ว มันมีการขาดดุลเรียกว่าลดลงจากปีก่อน แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงในปีถัด ๆ มาด้วยซ้ำ ซึ่งก็สอดคล้องกับทิศทางการทำงานที่จะมุ่งสู่งบประมาณสมดุลในโอกาสเรียกว่าในอนาคต อันใกล้ ๆ นี้ ท่านประธานคะ ทางรัฐบาลเองได้กำหนดยุทธศาสตร์จัดสรรงบประมาณมา ทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ตัวดิฉันเองจะขอลงไปเจาะเน้นที่ยุทธศาสตร์ที่ ๑ นั่นก็คือ เรื่องของการเร่งรัดการพัฒนาประเทศ และเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ในปี ๒๕๕๘ นี้เอง ถึงวันนั้นประเทศไทยรวมกับอีก ๙ ประเทศ เราจะรวมตัวกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจะเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ เป็นเสมือน ขุมทองของโลกที่มีทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นถึง ๖๐๐ ล้านคน กำลังแรงงานอีก ๖๐๐ ล้านคน และอัตราการเติบโตสูงสุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคทั่วโลก และดิฉันเชื่อว่าทุกรัฐบาลในประเทศภูมิภาคต่างจะผลักดัน นโยบายและจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะผลักดันประเทศตัวเองเตรียมพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ซึ่งทุกประเทศในภูมิภาคก็ยึดถือว่าอาเซียนเป็นเสาหลักในนโยบาย ต่างประเทศของตนเหมือนที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าคอร์เนอร์สโตน ออฟ ฟลอเรนซ์ โพลิซี (Cornerstone of Florence policy) ท่านประธานคะ อย่างประเทศสิงคโปร์ ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่าง เป็นประเทศที่เรียกว่ามีศักยภาพแข่งขันมากในอาเซียน ทั้ง ๆ ที่เขามีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่หรือว่าทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็แรงงาน แต่เขาก็จะสามารถ ผลักดันตัวประเทศของเขาเองก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ ๓ ของโลกอันดับต้น ๆ เลยที่จะเป็น ศูนย์การค้า การเงิน แล้วก็การขนส่งที่สำคัญของภูมิภาค ถึงแม้ประเทศสิงคโปร์จะเป็นประเทศ ที่แข็งแกร่ง แล้วก็เรียกว่ามีศักยภาพพัฒนาไปแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังมีนโยบายที่จะเพิ่มยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพลังงาน อุตสาหกรรม หรือว่าการเกษตร เพื่อที่เมื่อครั้นประตูอาเซียนเปิดขึ้น เขาก็อาจจะมีการลงทุนทำการเกษตรในอีก ๙ ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้ ดังนั้นงบประมาณ ของรัฐบาลเรา ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท จำเป็นที่จะต้องมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับประเทศไทยเราเพื่อที่จะสร้างศักยภาพการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทางด้านเกษตร หรือว่าอุตสาหกรรมทางด้านเกษตรก็ตาม ประเทศไทยเราจึงต้องเตรียมพร้อมกับ ๓ ด้านด้วยกัน ผ่านงบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ นี้ นั่นก็คือขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ท่านประธานคะ วันนี้ประเทศไทยเราจะต้องมีการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือว่าภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเองก็ตาม เพื่อที่จะช่วยให้มีการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ แล้วก็ช่วยผลักดันให้มีมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ขึ้น เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้านที่ ๒ คือปรับกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรคการค้าและการลงทุน ก็คือปรับปรุงข้อกฎหมายและกฎ ระเบียบที่เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนให้มันสอดคล้องกัน ลดปัญหา อุปสรรค แล้วก็การทำงานในการลงทุนภายใต้ประชาคมอาเซียน รวมถึงออกกฎหมาย ที่เป็นระเบียบสากลด้วย ด้านที่ ๓ คือการพัฒนาด่านและเมืองชายแดน อันนี้ก็คือเกี่ยวกับ การเพิ่มประสิทธิภาพอำนวยความสะดวกให้กับด่านศุลกากร การขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ข้อมูลที่จะต้องเชื่อมโยงกันให้กับศุลกากรและสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง รวมไปถึงจัดการระบบสาธารณสุข แล้วก็การศึกษาให้กับแรงงานอาเซียน ที่จะเข้ามาในอนาคตด้วย อย่างตัวดิฉันเองเป็น ส.ส. หรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ด่านนี่ติดกับประเทศพม่าและ สปป. ลาว การค้า การท่องเที่ยว คมนาคมและแรงงาน วันนี้ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่เรียกว่าจัดสรรงบประมาณไปให้เราเพื่อที่จะช่วย พัฒนาบุคลากร ความรู้ แล้วก็เตรียมพร้อมให้กับประเทศเราก้าวสู่อาเซียนเมื่อเวลา เราเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างค่ะว่าอดีตก่อนที่รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์จะเข้ามา บริหารประเทศไทยนี่นะคะ เราเคยมีการศึกษาของสถาบันการศึกษาชั้นนำแห่งหนึ่งค่ะ เขาถามถึงความรู้พื้นฐานของนักศึกษาเกี่ยวกับอาเซียน นักศึกษา ๑๐ ประเทศในภูมิภาคของเรา ถามว่ารู้จักธงอาเซียนไหม รู้จักไหมว่าอาเซียนก่อตั้งเมื่อไร ผลการสำรวจออกมาค่ะว่า ประเทศไทยอยู่อันดับสุดท้าย หรือว่าคำถามที่บอกว่าคุณรู้สึกไหมว่าคุณมีส่วนร่วมกับ ประเทศอาเซียนมากน้อยเพียงใด ประเทศไทยอยู่อันดับ ๘ จาก ๑๐ ประเทศค่ะ นี่ละค่ะ ที่งบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ จะเป็นส่วนช่วยผลักดันแล้วก็เป็นกลไกสำคัญให้คนไทยเรา เข้าใจถึงเรื่องอาเซียนมากขึ้น สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ วัฒนธรรม หรือการเมืองก็ตาม กลไกเหล่านี้จะผลักดันประเทศเราให้ก้าวสู่เออีซี แต่เสียดายนะคะว่า เรามีการทะเลาะกันภายในประเทศทำให้เสียโอกาสอย่างมาก ที่ผ่านมาประเทศไทย มันไม่มั่นคงทางด้านการเมือง เรียกว่าก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะเข้ามาบริหารประเทศ ประเทศไทยเรามีความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเรียกว่าไม่ค่อยสู้ดีนักค่ะ แต่วันนี้เมื่อเราได้ผู้นำที่ดี แล้วก็มีความเข้มแข็งอย่างท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว เราได้รัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้วนี่รวมกับความชัดเจนในการลงทุนครั้งใหญ่ ผ่านร่างพระราชบัญญัติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับทิศทางการนำนโยบายของไทย ของงบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ แล้วจะทำให้ต่างประเทศรู้สึกตื่นตัวค่ะ แล้วก็ทำให้ ต่างประเทศรู้สึกสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเรา ดังนั้นท่านประธานคะ ในเมื่อเรามีผู้นำ ที่แข็งแกร่งแล้วก็มีความพร้อมอย่างท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเมื่อประกอบกับ งบประมาณที่จะมาสนับสนุนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ประเทศไทยเราจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำ ในฐานะประเทศ อันดับ ๑ ของประชาคมอาเซียนเหมือนที่ไทยเคยเป็นมาแล้วในอดีต และดิฉันเองวันนี้ อยากจะขอสนับสนุนค่ะ แล้วก็รับหลักการการร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ