สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

รุ่งโรจน์ ทองศรี เสนอแนะให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แต่ละกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับงบแค่ 70,000 กว่าล้านบาท นอกจากนี้ยังเสนอให้แต่ละตำบลมีเครื่องมือทางการเกษตร เช่น รถไถ รถเกี่ยว เครื่องมือต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร และลดค่าบริการ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและระบบราง และเสนอแนะให้ใช้รางมาตรฐาน 1.435 เมตร เพื่อประโยชน์ระยะยาว

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย และอำเภอโนนดินแดง วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ ๒ ในการพิจารณาวาระแรกร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ผมกราบเรียนท่านประธานว่างบปี ๒๕๕๗ ซึ่งเราตั้งไว้ที่ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท มากกว่าปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๖ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นอยู่ ๑๒๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอยู่ประมาณร้อยละ ๕.๒ ซึ่งเงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ นี้ถือว่าเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๙.๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จากการประมาณการรายได้ปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ ๒,๒๗๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๗.๒ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จากการที่เราคาดหวังหรือประมาณการว่าการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของเราปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจโลกของประเทศใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีการขยายตัวเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ร้อยละ ๔ แต่สิ่งหนึ่ง ที่อยากกราบเรียนว่าในการที่เราคาดการณ์นั้นวันนี้เราจะเห็นถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจ ของประเทศหลัก ๆ โดยเฉพาะเมื่อวานเราจะเห็นว่าหุ้นตลาดโลกทั้งหมดเลยตกทุกที่ ตกทั่วโลกเลยตัวเลขแดงเถือก ซึ่งตรงนี้ก็อยากฝากผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย ในสิ่งที่เราคาดการณ์อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดไว้ ดังนั้นท่านประธานครับ ในเรื่องของงบปี ๒๕๕๗ ถ้าเรามาดูในเรื่องของตัวเลขนะครับ ปี ๒๕๕๕ เราตั้งงบขาดดุลไว้ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ เราขาดดุลอยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขลดลงนะครับ มาถึงปี ๒๕๕๗ ตัวเลข เราลดลงมา ขาดดุลอยู่ที่ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูแล้วเป็นสัญญาณที่ดีครับ แต่จริง ๆแล้ว ถ้าเราพิจารณาทุกด้าน ปรากฏว่าไม่ใช่นะครับ เพราะว่าในปี ๒๕๕๗ นี้เรามีเงินกู้อีก ๒ ก้อน ใหญ่ ๆ ครับ เงินกู้บริหารจัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการวางระบบโครงสร้างการคมนาคมของประเทศ ซึ่งตรงนี้พูดง่าย ๆ ก็เหมือนเป็น การแต่งหน้าเค้กละครับ ซึ่งจะทำให้ภาระเงินกู้ของรัฐบาลเราจริง ๆ ผมว่าอาจจะเกิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกันครับ นั่นคือประเด็นที่อยากฝากไปถึงรัฐบาล ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๗ เราตั้งงบไว้อาจจะดูสูงก็จริงครับ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาทก็จริงอยู่ แต่ถ้าเรามาดู งบลงทุน อันนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจครับ เพราะปี ๒๕๕๗ งบลงทุนเรามีอยู่ประมาณ ๔.๔๑ แสนล้านบาท อันนี้ลดลงครับ ลดลงจากปี ๒๕๕๖ อยู่เกือบ ๆ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้อาจจะให้เกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจ เราจะไปคาดหวังในเรื่องเงินกู้ ๒ ตัว ไม่ว่าจะเป็น ๓.๕ ไม่ว่าจะเป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ยังไปไม่ถึงไหนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ๓.๕ แสนล้านบาทก็ยังอยู่กับที่ หรือไม่ว่าจะเป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการวางระบบ การพัฒนาโครงสร้างการขนส่ง วันนี้ก็อยู่ในระบบศาลด้วยซ้ำไป ตรงนี้ก็ขอฝากทางรัฐบาล อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ท่านประธานครับ เรามาดูว่าในการจัดงบประมาณให้แต่ละกระทรวง กระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด อันนี้ผมดีใจก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับ การจัดสรรงบประมาณ ๔.๘ แสนล้านบาท อันนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นเรื่องอนาคตลูกหลาน เรื่องการศึกษาให้กับประเทศชาติของเรา งบตัวที่ ๒ งบกลางได้ ๓.๔๕ แสนล้านบาท กระทรวงมหาดไทย ๓.๒๘ ล้านบาท กระทรวงการคลัง ๒.๒๙ ล้านบาท กระทรวงกลาโหม ๑.๘๔ แสนล้านบาท แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่าทิศทาง ของประเทศไทยของเราว่าเราจะไปทางไหน เราจะเดินแบบไหน จริงอยู่ครับ ในเรื่องของ การส่งออก เราอาจจะต้องพึ่งในเรื่องของอุตสาหกรรม ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็จริงอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในภาคการเกษตรครับ ดังนั้นหัวใจหรือทิศทางของประเทศ ของเรานี่ เราจะต้องมุ่งเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็คือพี่น้องเกษตรกรของประเทศชาติ ของเราครับ ดังนั้นท่านประธานครับ เราวกกลับไปดูในการจัดสรรงบประมาณ เราจะเห็นว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศชาติของเรา จากงบปี ๒๕๕๗ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับแค่ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเองครับ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจาก ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท เทียบกับปี ๒๕๕๖ แทบไม่เพิ่มขึ้นเลยนะครับ หรือแม้แต่กระทรวงคมนาคมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศก็ได้รับงบ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอ ๆ กับปี ๒๕๕๖ ครับ ทั้ง ๆ ที่ ๒ กระทรวงนี้ถือว่าเป็นหัวใจหลัก ในการพัฒนาทิศทางของประเทศไทยของเรา ดังนั้นผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ประเทศไทยของเรานั้นเราต้องมุ่งในเรื่องของเกษตรครับ ซึ่งในเรื่องของเกษตรนั้นหลัก ๆ เลย เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องน้ำ ถ้าพี่น้องมีน้ำที่เพียงพอ พี่น้องมีน้ำที่พอใช้ เกษตรกรอยู่ได้ครับ ดังนั้นในเรื่องของน้ำผมอยากฝากรัฐบาลว่าจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ ให้พี่น้องเกษตรกรของเรามีน้ำใช้ที่เพียงพอ อาจจะสร้างไปเป็นอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ วอเตอร์ แบงก์ (Water bank) ดูแต่ละพื้นที่มีพื้นที่เท่าไรคิดคำนวณออกมา เพราะว่าการใช้น้ำเพื่อการเกษตร คิดง่าย ๆ ครับ นา ๑ ไร่ หรือที่ ๑ ไร่จะใช้น้ำอยู่ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร จัดวอเตอร์ แบงก์ จัดแหล่งน้ำให้พอ จัดการส่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นคลองส่งน้ำ คลองไส้ไก่ หรือส่งน้ำทางท่อ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรของเรามีน้ำที่เพียงพอจะได้ไม่ต้องคอยฟ้าคอยฝนหรือคอยเทวดาครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ศูนย์เทคโนโลยีประจำตำบล เราทำประชานิยมเยอะแยะ ใช้เงินไป เยอะแยะ เสียหายไปก็เยอะครับ เราลองมาทำเรื่องศูนย์เทคโนโลยีประจำตำบล ให้แต่ละ ตำบลมีเครื่องมือทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพวกรถไถ รถเกี่ยว เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรของเราสามารถเข้าถึงเรื่องเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ได้โดยสะดวกแล้วก็ ค่าบริการที่ย่อมเยา นั่นคือเรื่องที่ ๒ ครับ

เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของปุ๋ย ในเรื่องของยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ทำอย่างไรให้ราคา ถูกลงนะครับ เพราะว่าวันนี้เราจะไปทำราคาในเรื่องของสินค้าเกษตรที่สูงเกินไปเราก็ขาย ตลาดโลกไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นอีกทิศทางหนึ่งในการที่จะทำให้เกษตรกรของเรามีรายได้ ที่ดีขึ้นก็คือทำอย่างไรให้ต้นทุนทางการเกษตรเขาลดลง ก็คือ ๓ ประเด็นนี้ละครับที่อยาก กราบเรียนกับท่านประธานของเรา หรือแม้แต่ในเรื่องของการคมนาคมเช่นเดียวกันครับ ผมเสียดายตั้งแต่เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เรากู้มา ในเรื่องของถนนท้องถิ่น ถนนที่ อยู่ในอำเภอ อยู่ในตำบล ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีระยะทาง อยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ กิโลเมตร แล้วก็พี่น้องเกษตรกร พี่น้องคนส่วนใหญ่ของประเทศ ใช้งานกัน ใช้งบประมาณแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเรายังทำให้ไม่ได้ครับ แต่เรายังกล้ากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาเพื่อจะมาทำรถไฟความเร็วสูง มาทำเรื่องเยอะแยะ แต่คนส่วนใหญ่ ของประเทศที่ต้องใช้กัน เงินแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ต้องขอฝากผ่านท่านประธานไปด้วย ถนนชนบท ถนนทางหลวงท้องถิ่น หรือแม้แต่ถนนของกรมทางหลวงเหมือนกัน วันนี้ประตู สู่อีสานประตูที่ ๒ ซึ่งผมพูดมาตลอด ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าถ้าไปอีสานต้องไปถนนมิตรภาพ แต่อีกสายหนึ่งครับ สายที่ไปจังหวัดฉะเชิงเทราผ่านจังหวัดปราจีนบุรี ผ่านจังหวัดสระแก้ว ของป๋าเสนาะ ผ่านช่องตะโก ผ่านไปทางจังหวัดบุรีรัมย์ ก็คือหมายเลข ๓๔๘ แล้วก็หมายเลข ๒๒๔ โดยผ่านช่องตะโก ช่องตะโกตรงนี้ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเกือบทุกวันครับ ฝากกรมทางหลวงด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ ท่านอธิบดีชัชวาลย์ช่วยเข้าไปดูหน่อยครับ ๒ กิโลเมตรกว่าผมว่าใช้งบประมาณไม่น่าเกิน ๕๐ ล้านบาท และจะเป็นประตูที่ ๒ ที่สมบูรณ์ หรือแม้แต่ทางหลวงจากช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทำจากปราสาทไปช่องจอม ช่องจอมมาสายตะกู ซึ่งตรงนี้มีจุดผ่อนปรนของจังหวัดบุรีรัมย์ และจุดนี้จะเป็นจุดที่สำคัญในอนาคต เพราะว่าจากช่องสายตะกูจะเป็นทางที่ตรงที่สุด ลัดที่สุดในการไปเสียมราฐ นครวัด แล้วก็มาที่อำเภอบ้านกรวดไปถึงละหานทราย อันนี้คือ ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ แล้วจากละหานทรายไปโนนดินแดง ทางหลวงหมายเลข ๓๘ ตรงนี้เป็นเส้นหลักเลยครับ วันนี้รถขนส่ง รถบรรทุก รถเทรลเลอร์ รถตู้คอนเทนเนอร์ วิ่งตลอดครับ แต่สภาพปัจจุบันยังเป็นถนนกว้าง ๖ เมตรอยู่ ถ้าเป็นไปได้ในการเสริม ในการสร้างทางภาคอีสานตอนล่าง เส้นทางนี้ควรเป็น ๔ เลนทั้งหมด แล้วก็จะทำให้ เศรษฐกิจของอีสานตอนล่าง อีสานใต้ ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีความคล่องตัวในการที่เชื่อมต่อชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือแม้แต่เข้ากรุงเทพฯ อีกทางหนึ่ง

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธานในเรื่องของ ระบบรางครับ รถไฟความเร็วสูงที่เราจะสร้างจาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของรถไฟ ความเร็วสูงนั้น ใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้อยากให้คุยกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ โดยเฉพาะประเทศจีน สปป. ลาว ประเทศมาเลเซีย หรือแม้แต่ประเทศสิงคโปร์ เพราะเราทำของเราคนเดียวไปไม่ได้ครับ ต้องเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายทั้งภูมิภาคหรือทั้งทวีปนะครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่ารถไฟ ความเร็วสูงนั้นคนยากคนจนเขาไม่ได้ใช้หรอกครับ หรือเขาใช้ไม่ได้หรอก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ของผมนี่ถ้าจะขึ้นรถไฟความเร็วสูงไปขึ้นที่ไหนครับ ขึ้นแล้วราคาเท่าไร จากการคำนวณเบื้องต้นระยะทาง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรถ้าเป็นค่าขนส่งเป็นตั๋วของรถไฟ ความเร็วสูงตรงนี้ตกไปประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าบาท แต่วันนี้พี่น้องนั่งรถโดยสารไม่ถึง ๒๐๐ บาทครับ พี่น้องเขาบอกว่าเขาขอนั่งรถโดยสารก่อนนะครับ ดังนั้นรถไฟความเร็วสูงนั้น คนที่จะใช้ประโยชน์จริง ๆ ก็คือคนชั้นกลางอัพ (Up) กับคนชั้นสูงเท่านั้น แต่ต้องใช้ งบประมาณตกไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ถ้าชะลอได้หรือให้ต่างประเทศ หรือให้ ประเทศจีนมาลงทุนผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนของเรา แต่ในเรื่อง ของรถไฟรางคู่นั้นอันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ซึ่งระบบการขนส่งของเรานี่เราต้องเน้นกลับมาที่ระบบรางแทน เมื่อต้นเดือน ที่แล้วผมเองได้มีโอกาสไปดูงานรถไฟที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปดูเรื่องรถไฟของเขานะครับ ซึ่งผมเองได้มีเอกสารแล้วก็ได้มีรูปภาพ ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสนใจก็ยินดี ที่จะมอบให้ท่านนะครับ รถไฟรางคู่ของเรานี่รางรถไฟเรามีอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร วันนี้เราเป็นรางคู่อยู่แค่ ๓๐๐ กิโลเมตรเองครับ เราต้องประกบอีก ๓,๗๐๐ กิโลเมตร แต่ว่า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างรถไฟให้เรา เรายังเป็นรางระบบเก่า ความกว้าง ๑ เมตร ซึ่งวันนี้ ประเทศหลัก ๆ เขาเลิกใช้หมดแล้วครับ วันนี้เขาใช้รางเขาเรียกว่า แสตนดาร์ด เกจ (Standard gauge) ๑.๔๓๕ เมตร ซึ่งค่าใช้จ่ายค่าขนส่งระบบ ๑.๔๓๕ เมตรนี่ถูกกว่าราง แบบ ๑ เมตรลงไปอีกประมาณครึ่งหนึ่งนะครับ ผมไปดูที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตู้โดยสารนี่ เป็นตู้ ๒ ชั้นเลยครับ ตู้ขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ทบตู้เลย ทบขึ้นไปข้างบนครับ แล้วขนกันที เป็นกิโลเมตรด้วย รถไฟนี่ขนทีเป็นกิโลเมตรไม่ต้องปิดถนนบ่อยนะครับ แล้วก็ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายถูกกว่ากันเยอะครับ ดังนั้นในเมื่อถ้าเราจะสร้างเรากู้มาทั้งที แล้วรางรถไฟรางคู่ จะอยู่กับเราไปอีกเป็น ๑๐๐ ปีกับลูกหลานของเรา อยากฝากนะครับ ขอให้ลองศึกษาแล้วก็ อยากให้ใช้เป็นรางมาตรฐานก็คือ ๑.๔๓๕ เมตร เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตต่อไปข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่อยากฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลด้วยนะครับ แล้วก็ขอเน้นย้ำ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ช่องตะโกซึ่งอุบัติเหตุเกิดขึ้นเกือบทุกวัน ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ ฝากอาเสนาะด้วยเพราะพื้นที่ตรงนั้นอยู่ตรงจังหวัดสระแก้ว ขอขยายเป็น ๔ เลนนะครับ กราบขอบพระคุณมากครับ