สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงและค่าใช้จ่ายที่แพง ไม่เหมาะสมที่จะใช้งบประมาณประจำปี และขอให้รัฐบาลตอบคำถามเกี่ยวกับค่าเวนคืนที่ดิน

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ

ผมพูดตั้งแต่ตอนต้นครับ ท่านประธานว่าการศึกษาความเหมาะสมของการนี้ใช้งบประมาณประจำปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ประเด็นที่ผมบอกว่าราคาก่อสร้างแพงนั้นได้รับคำชี้แจงจากรัฐบาล ว่าเหตุที่แพงก็เพราะว่าต้องก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นทางยกระดับเพื่อหนีน้ำท่วม ดังแสดงในรูปที่ ๔ รูปที่ ๔ เป็นรถไฟความเร็วสูงหนีน้ำท่วมครับ จึงเกิดคำถามตามมาว่า เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อใช้ในการป้องกันน้ำท่วมไม่ให้เกิดมหาอุทกภัยเช่นที่เกิดขึ้นแล้ว ในปี ๒๕๕๔ เหตุใดจึงต้องก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหนีน้ำท่วมอีก เป็นการใช้เงินซ้ำซ้อนหรือเป็นเพราะว่า รัฐบาลไม่มั่นใจว่าจะป้องกันน้ำท่วมได้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยังออกแบบ ยังศึกษาไม่เสร็จ แต่รัฐบาลสามารถคำนวณค่าเวนคืนที่ดิน ได้เป็นเงินมหาศาลเช่นเดียวกันทั้ง ๔ สาย เป็นจำนวนเงินถึง ๔๐,๘๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่า บ้านใครถูกเวนคืนบ้าง ถูกเวนคืนพื้นที่เท่าใด ด้วยอัตราค่าเวนคืนเท่าไร ตอบไม่ได้ครับ ขอรูปที่ ๕ ครับ ขอคนแปลนะครับ ที่สำคัญก็คือรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าเหตุใดค่าเวนคืนที่ดิน ในสมัยนี้สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จึงแพงกว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ถึง ๕๗๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นสิ่งที่เราอยากรู้ ท่านประธานครับ รัฐบาลบอกว่าจะกำหนดอัตรา ค่าโดยสารเป็น ๓ อัตราก็คือชั้นวีไอพี (VIP) ๔ บาทต่อกิโลเมตร ชั้นที่ ๑ ๓ บาทต่อกิโลเมตร ชั้นทั่วไปรัฐบาลเรียกว่าแสตนดาร์ด (Standard) ๒.๕๐ บาทต่อกิโลเมตร ขอรูปที่ ๖ ครับ ผมเปรียบเทียบราค่าโดยสารและเวลาการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่จะเห็นว่า ถ้าต้องการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจะมีค่าโดยสารตั้งแต่ ๑,๘๖๒ บาทจนถึง ๒,๙๘๐ บาท เปรียบเทียบกับรถไฟ เปรียบเทียบกับสายการบินต้นทุนต่ำที่มีราคาตั้งแต่ ๑,๖๙๐ บาท จนถึง ๒,๑๙๐ บาท ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลาจองล่วงหน้ามากน้อยแค่ไหนครับ และเปรียบเทียบ เวลาการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงกับเครื่องบินจะเห็นว่าถ้าเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงนั้น ใช้เวลา ๕ ชั่วโมง ๑๓ นาที ถ้าเดินทางด้วยสายการบินใช้เวลา ๓ ชั่วโมง ๕๕ นาที เพราะฉะนั้นท่านประธานจะเลือกเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงหรือด้วยเครื่องบินก็อยู่ที่ วิจารณญาณของท่านครับ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ของ ประเทศไทยที่มีอยู่ ๔ ยุทธศาสตร์ ท่านให้ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ที่ ๒ ที่เรียกว่าต้องการ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่ถามว่าถ้าเราสร้างรถไฟความเร็วสูงขึ้นมาด้วยค่าโดยสาร ที่แพงอย่างนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำหรือตอกย้ำความไม่เท่าเทียม ท่านบอกว่าเมื่อมีรถไฟ ความเร็วสูงแล้วพี่น้องประชาชนจะอาศัยอยู่ต่างจังหวัดแล้วนั่งรถไฟความเร็วสูงเข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ มันไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าค่าโดยสารแพง วันหนึ่งหลายร้อยบาทเป็นพันบาทครับ เขาทำไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เวลานี้มีประเทศที่ใช้รถไฟความเร็วสูงอยู่ทั้งหมดทั่วโลก ประมาณ ๒๕ ประเทศ ถ้าประเทศไทยได้ใช้ได้มีรถไฟความเร็วสูงเราจะเป็นประเทศที่มี รายได้ต่อหัวน้อยที่สุดครับ ต่ำที่สุด จนที่สุด ดูรูปที่ ๗ ครับ จะเห็นว่าเรามีรายได้ต่ำจริง ๆ ครับ ต่ำที่สุด เรามีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าประเทศจีนอีกครับ ผมจึงเป็นห่วงว่าจะมีคนไทยมากน้อย แค่ไหนที่สามารถจะใช้รถไฟความเร็วสูงได้ ในขณะที่รัฐบาลไม่มีความพร้อมที่จะก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง แต่ประกาศเสียงดังฟังชัดว่าใน พ.ศ. .... พี่น้องประชาชนจะได้ใช้รถไฟ ความเร็วสูง ดูรูปที่ ๘ ครับ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่บอกว่าจะได้ใช้ปี ๒๕๖๓ กรุงเทพฯ- นครราชสีมา ปี ๒๕๖๔ กรุงเทพฯ-หัวหิน ปี ๒๕๖๒ กรุงเทพฯ-พัทยา ปี ๒๕๖๒ ในขณะที่ ไม่มีความพร้อมท่านจะเชื่อหรือไม่ครับว่าจะได้ใช้ตาม พ.ศ. เหล่านี้ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้คัดค้านหรือต่อต้านรถไฟความเร็วสูง แต่ผมไม่อยากให้รถไฟความเร็วสูงมีสภาพ เหมือนโฮปเวลล์ (Hopewell) ที่เวลานี้ต้องถูกทุบทิ้ง ขอรูปที่ ๙ ครับ สุดท้ายกลายเป็น ซากปรักหักพังของประติมากรรมทางวิศวกรรมขนส่ง ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ครับ ผมไม่ต้องการให้เงินลงทุนมหาศาลเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสุดท้ายจะกลายเป็นแหล่งสร้างหนี้ ก้อนใหม่ ก้อนใหญ่ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วกับแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport Link) ขอรูปที่ ๑๐ ครับ แอร์พอร์ต ลิงค์เวลานี้ถังแตกครับ ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน แอร์พอร์ต ลิงค์มีระยะทางแค่เพียง ๒๘.๕ กิโลเมตร แต่รัฐบาลไม่สามารถที่จะพลิกโฉมให้มี กำไรได้ แต่รถไฟความเร็วสูงมีระยะทางเกือบ ๑,๕๐๐ กิโลเมตร และมีเงินลงทุนมากกว่า แอร์พอร์ต ลิงค์ถึง ๒๔ เท่า รัฐบาลจะสามารถบริหารให้เลี้ยงตัวเองได้อย่างไร ท่านประธานครับ ท่านประธานคงไม่ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศแรกที่พัฒนารถไฟความเร็วสูงขึ้นมา เขาเปิดใช้เมื่อปี ๒๕๐๗ แต่พอก่อสร้างถึงปี ๒๕๐๖ เขามีปัญหา เพราะราคาบานปลายถึง เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เขาตั้งใจให้บานปลายครับ เพราะตอนเสนอโครงการนั้นเขาเสนอ ราคาขั้นต่ำไว้เพื่อลดการต่อต้าน ลดการประท้วงจากพี่น้องประชาชน ลดการคัดค้าน ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แม้ว่าเป็นอย่างนั้นก็ตามเขาแสดงความรับผิดชอบครับ ประธานกรรมการการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น หรือเจเอ็นอาร์ (JNR) แสดงความรับผิดชอบด้วย การลาออก ถามว่าในประเทศไทยเรานั้นถ้ามีความล้มเหลวเกิดขึ้นกับโครงการนี้ใครจะ รับผิดชอบ จะรับผิดชอบอย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่ฟังเสียท้วงติงหรือข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้าน โดยตั้งหน้าตั้งตาที่จะก่อสร้างในปีหน้าทุกสายตามที่ประกาศไว้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความพร้อม วันใดที่รัฐบาลเริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงวันนั้นคือวันเริ่มต้นของความล้มเหลวในการใช้ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขอบพระคุณครับ