สุรสาล ผาสุข เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลและจัดการทรัพยากรชายฝั่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะและป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความเห็นที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลชายฝั่ง พ.ศ. .... สักเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบดีนะครับว่า ชายฝั่งทะเลของไทยนั้น ๒๓ จังหวัดได้ประสบกับปัญหาการถูกกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ในอัตราที่แตกต่างกัน จากข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีนั้นได้รวบรวมแล้วก็วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ ชายฝั่งหลายจังหวัดในประเทศไทยถูกน้ำกัดเซาะในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน แล้วก็ มีระยะทางที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น ในเขตบางขุนเทียนของกรุงเทพมหานครนั้น ถูกกัดเซาะในระดับความรุนแรงค่อนข้างมากเป็นระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร หรือที่ชายฝั่งอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ชายฝั่งอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงประมาณ ๘ กิโลเมตร การกัดเซาะหรือสาเหตุของการกัดเซาะ พื้นที่ชายฝั่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน เช่น เกิดจากการเพิ่มขึ้น ของระดับน้ำทะเลซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ หรืออาจจะเกิดขึ้นจาก การกระทำของคนของมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นน้ำ การสร้างกำแพงกันคลื่น เหล่านี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่ทราบนะครับว่ากรุงเทพมหานครนั้น นอกจากจะเผชิญกับสภาวะที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลาคือเกิดจากฝนตก หรือเกิดจาก ภัยน้ำท่วมแล้ว พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานครเช่นฝั่งตะวันตกของเขตบางขุนเทียน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตรนั้น ถูกน้ำกัดเซาะอย่างรุนแรง ทำให้บริเวณดังกล่าวนั้นถูกน้ำทะเลกลืนหายไปเป็นพื้นที่ประมาณ เกือบ ๕,๐๐๐ ไร่ หมุดหลักเขตเดิมของกรุงเทพมหานครลอยอยู่ห่างจากฝั่งไกลออกไป ประมาณ ๑ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมานั้นสำนักการระบายน้ำของ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยการสร้างเขื่อนไม้ไผ่ เพื่อสลายคลื่น รวมทั้งช่วยดักและกักเก็บตะกอน ดิน เลน บริเวณดังกล่าวนั้น แต่การแก้ปัญหาอย่างนี้อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เป็นการถาวร เพราะทุกวันนี้ กรุงเทพมหานครก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะแก้ปัญหาการกัดเซาะที่ถาวรได้อย่างไร แม้จะใช้ งบประมาณไปมากกว่า ๓๕ ล้านบาทในการว่าจ้างเอกชนทำการศึกษารูปแบบ การก่อสร้างเขื่อน ตลอดจนจัดให้มีการประชุมสัมมนาเพื่อฟังความคิดเห็นหรือทำ ประชาพิจารณ์จากประชาชนแล้วก็ตาม ท่านประธานครับ ปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เพราะจากการคำนวณระยะถอยร่นของชายฝั่งจากปัญหา การกัดเซาะในปี ๒๕๕๐ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๑.๔-๔.๕ เมตรต่อปี และคาดว่าในปี ๒๕๖๐ ป่าชายเลนที่เหลืออยู่จะถูกทำลายทั้งหมดและอาจสูญเสียที่ดินริมฝั่งมากกว่า ๕๐ เมตร ท่านประธานที่เคารพครับ การกัดเซาะชายฝั่งทะเลนั้นเกิดขึ้นมานานแล้วเป็นปัญหาสะสม มาโดยตลอด แล้วบางพื้นที่นั้นมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากงานวิจัยของเสาวลักษณ์ มาธุสรสกุล และคณะ เรื่อง แนวทางการจัดการปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดเจ้าหลาว และหาดแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ได้เสนอแนวทางจัดการ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไว้ ๕ แนวทาง เรื่องนี้ขอได้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อประกอบการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
แนวทางที่ ๑ การจัดการระบบฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
แนวทางที่ ๒ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการสร้างความตระหนัก รวมถึงการปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล
แนวทางที่ ๓ การส่งเสริมการรวมกลุ่ม และการมีส่วนร่วมในการจัดการ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล
แนวทางที่ ๔ การใช้กฎหมายควบคุมและการสร้างนโยบายที่ชัดเจน
แนวทางที่ ๕ การจัดสรรงบประมาณ
ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญที่น่าสนใจ อยู่หลายประการ ยกตัวอย่าง เช่นเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งเสริม การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
ประการที่ ๒ เป็นการกำหนดกรอบมาตรการควบคุมไม่ให้กระทำการอันเป็น การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง
ประการที่ ๓ เป็นการกำหนดโทษทางอาญา ความรับผิดชอบทางแพ่ง และมาตรการบังคับทางปกครอง
ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่คาดหวังว่าจะส่งเสริม การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง และเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่งทะเลของประเทศไทยได้ กระผมจึงขออนุญาต สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ