ปรีชาพล ชี้ร่าง พ.ร.บ.ประชาชนแตกต่างจาก ครม. ต้องส่งหน่วยงานตรวจสอบก่อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖

ปรีชาพล พงษ์พานิช อธิบายเหตุผลความจำเป็นในการไม่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับประชาชนทันที โดยชี้ว่าร่างดังกล่าวแตกต่างจากร่างของคณะรัฐมนตรีในสาระสำคัญและงบประมาณ จึงต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน และยืนยันว่าการรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรีเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น จากที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ท่านธีระชาติ และท่านรัชฎาภรณ์ กระผมเองก็เห็นใจนะครับ อย่างที่ท่านประธานได้นำเรียนเมื่อสักครู่แล้ว เมื่อสักครู่ผมคิดว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไรนัก ที่มีคนบอกว่า ท่านประธานทำตัวแทนเป็นท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องกราบเรียนว่าท่านประธานชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ได้ถี่ถ้วนตามกระบวนการแล้วก็ข้อเท็จจริง ซึ่งในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาลนั้น ก็ได้ติดตามในเรื่องนี้ครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ได้เสนอที่จะขอนำ ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านยื่นมาร่วมกันพิจารณา แต่เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านประธานวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงิน ท่านก็ต้องส่งไปตามขั้นตอน ซึ่งท่านก็ไม่ได้รีรอในการที่จะดำเนินการ ส่งไปแล้วสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ส่งตามขั้นตอนกระบวนการก็คือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทางสำนักงบประมาณ สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งทันทีครับวันที่ ๒๔ มกราคม แล้วทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็มีหนังสือแจ้งมาทางสภาว่า เกรงว่าจะไม่ทันต่อการที่เราจะพิจารณาในวันนี้ ซึ่งเมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกทางฝ่ายค้านเองก็วิงวอน ขอร้องว่าขอให้สภาแห่งนี้ได้ประวิงเวลารอ หากว่าร่างพระราชบัญญัติที่ท่านธีระชาติเสนอนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถรับรองได้ ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งผมกราบเรียนว่าขณะนี้นั้นยังไม่ถึงขั้นตอนที่ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยซ้ำนะครับ เป็นในเรื่องของขั้นตอนที่อยู่ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งจะต้อง ดำเนินการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลความจำเป็นมีหลายประการด้วยกัน ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ เสนอนั้นมี ๓๗ มาตรา ซึ่งก็แตกต่างไปจาก ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเสนอซึ่งมี ๒๕ มาตรา ซึ่งผมเองได้สอบถามไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ แล้วท่านก็ให้ความเห็นมาค่อนข้างจะชัดว่าในส่วนร่างพระราชบัญญัติ ของท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ นั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญที่แตกต่างไปจาก ร่างพระราชบัญญัติของ ครม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ฉะนั้นการที่จะสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เป็นความจำเป็นที่จะละเลยไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ว่าหากไม่ได้นำร่างพระราชบัญญัติ ของพี่น้องประชาชนเข้ามา ซึ่งท่านเสนอในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ ก็จะเป็น การกระทบต่อโอกาสแล้วก็อาจจะกระทบกระเทือนกับพี่น้องชาวประมงในการใช้กฎหมาย ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่นี้ ต้องกราบเรียนว่าทางวิปรัฐบาลเองก็มีโอกาสได้เชิญผู้แทนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับประชาชนเข้ามาพูดคุยตั้งแต่วันพุธที่ ๒๓ ก็คืออาทิตย์ที่แล้วก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณา จริงอยู่ครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่าเดิมทีเดียวพี่น้องประชาชนตัวแทนนี่นะครับ มากันประมาณ ๑๐ ท่านด้วยกัน มานี่ตั้งใจ หลังจากได้ยื่นหนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วท่านประธานวิปขอให้รอการพิจารณาให้เอาร่างพระราชบัญญัติของพี่น้องประชาชน เข้ามาร่วมในการพิจารณาด้วย เดิมทีเดียวจริงครับเขาอยากให้รอ แต่หลังจากที่ได้ชี้แจง แถลงถึงเหตุผลความจำเป็นว่าร่างพระราชบัญญัติของพี่น้องประชาชนนั้นอยู่ในระหว่าง การตรวจสอบรายชื่อซึ่งทางสภาเองก็ส่งไปทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ ๒๐ วัน แล้วก็ยังมีในเรื่องของการรับรองอีก หลังจากรับรองแล้วก็ต้องส่งเรื่อง ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ ของพี่น้องประชาชนก็เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงินก็ต้องส่งไปเพื่อให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับรองร่างพระราชบัญญัติของพี่น้องประชาชนด้วย ฉะนั้นก็เกรงว่า จะไม่ทันต่อเวลาที่ได้สอบถามจากทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านนี้ซึ่งวันนี้ ท่านก็มาอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย ก็คือท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ท่านก็ให้ความกรุณานะครับ หลังจากที่วิปมีหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านก็ตอบมา โดยด่วนว่ามีเหตุผลความจำเป็นแล้วก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กฎหมายฉบับนี้นั้นขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่มีเครื่องมือในการที่จะจัดการในเรื่องนี้ ต้องไปอาศัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น ๆ หน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย โดยตรงของท่านเอง จึงเป็นเหตุผลของความจำเป็นที่เราไม่สามารถที่จะรอในเรื่องนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ในส่วนร่างของพี่น้องประชาชนก็ใช่ว่าจะถูกตัดสิทธิ การมีส่วนร่วมในทันที เพราะว่าร่างของพี่น้องประชาชนเองก็ดำเนินการไปตามกระบวนการ เมื่อตรวจสอบรายชื่อเสร็จแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับรองแล้วก็เข้าสู่กระบวนการ ตามปกติ ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเดิมทีเดียวมีคนไปปั่นพี่น้องประชาชนครับ ว่าหากรัฐบาลทำอย่างนี้ หากสภาแห่งนี้ผ่านเรื่องนี้ไปจะเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ พี่น้องประชาชนเองก็เข้าใจครับ เข้าใจง่ายกว่าที่หลาย ๆ คน คิดไว้นะครับ เมื่อรอไม่ได้เขาก็แจ้งความประสงค์มามี ๒ ประการด้วยกัน

ประการแรก เขาก็บอกว่าทำอย่างร่างที่เขาเสนอเข้ามานี้ที่รวบรวมรายชื่อ พี่น้องประชาชนเกิน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ เสนอมายังสภาจะได้รับการพิจารณา นั่นคือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เขาก็บอกว่าถ้าหากมีการพิจารณาในสภาทำอย่างไรเขาจะมีโอกาส เป็นตัวแทนเข้าไปร่วมในการพิจารณาด้วย ซึ่งทางวิปรัฐบาลเองได้พูดคุยแล้วก็หาทางออก ให้กับพี่น้องประชาชนครับ ถึงแม้ว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นี้ ในสภาแห่งนี้ในวันนี้ จะไม่มีร่างของพี่น้องประชาชนประกบในการพิจารณาร่วมกันในสภาแห่งนี้ตอนนี้ก็ตาม หากสภาแห่งนี้ได้ลงมติเห็นชอบรับหลักการในวาระที่หนึ่ง มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ก็สามารถที่จะนำร่างของพี่น้องประชาชนซึ่งแตกต่างจากร่างของทางรัฐบาลประมาณ ๗ มาตรา ๘ มาตราด้วยกัน นำมาประกอบในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ แล้วก็แน่นอนครับ ทางวิปรัฐบาลเองก็ได้พูดคุยในเรื่องของสัดส่วนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยเอง ก็ยินยอมจาก ๖ ท่านก็ให้มีพี่น้องประชาชนเป็นตัวแทนเข้ามา ๒ ท่าน แล้วก็ขอความอนุเคราะห์ จากทางคณะรัฐมนตรีขอตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปอีก ๑ ท่าน ประกอบกับทางเมื่อสักครู่นี้ ที่เพื่อนสมาชิกบอกก็คือมีตัวแทนในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์อีก ๒ ท่านด้วยกัน ฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเมื่อได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรงกัน แล้วเขาเกิดความสบายใจ ด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็เป็นไปด้วยสิ่งที่พวกเราอยากให้เกิดขึ้น

อีกประการหนึ่ง ก็คือในส่วนร่างของท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ เองนะครับ ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เซ็นรับรอง ถึงแม้นะครับ ในกรณีที่ท่านเซ็นรับรองทันเวลาก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะนำมาพิจารณาในสภาแห่งนี้ได้ เพราะจะเป็นการผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๕ ประกอบกับข้อ ๔๗ ซึ่งกระผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานได้ฟังนะครับ ในข้อ ๕๕ เขียนไว้ค่อนข้างชัดนะครับว่า ญัตติใดเมื่อถึงวาระพิจารณาในที่ประชุมแล้ว การเสนอญัตติ ซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันจะกระทำมิได้ ญัตตินี้ กฎหมายนี้ ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว ท่านประธานในขณะนั้นคือท่านเจริญได้ให้ท่านรัฐมนตรีได้แถลงเหตุผลความจำเป็นต่อสภา หลังจากนั้นท่านธีระชาติก็ได้ลุกขึ้นพูด ฉะนั้นในข้อ ๕๕ มันก็เป็นไปไม่ได้ ในส่วนข้อ ๔๗ นี้ ก็ยิ่งชัดเลยครับ เมื่อที่ประชุมกำลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา อาทิตย์ที่แล้วมีการถกเถียงกันมากครับ ทั้ง ๒ ฝ่าย ทางรัฐบาล ทาง ส.ส. ทางฝั่งนี้เอง ก็ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ ท่านเองทางฝั่งโน้นท่านก็ให้เหตุผลว่ามันทำได้ตามข้อ ๔๗ (๒) ก็อยากจะกราบเรียนว่าข้อ ๔๗ (๒) ใช้ไม่ได้ในกรณีนี้ เพราะว่าญัตติร่าง พ.ร.บ. ที่ท่านธีระชาติ เสนอนี้ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ฉะนั้นจะมาขอรวมระเบียบวาระการประชุมเป็นเรื่องเดียวกัน ทำนองเดียวกันนั้นทำไม่ได้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านว่า ในส่วนของกฎหมายภาคประชาชนนั้น ส.ส. สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้มีความจริงใจ แล้วก็อยากจะได้พิจารณาเช่นกัน แต่เมื่อมันมีกระบวนการขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ ตามที่ผมได้นำเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกแล้ว เราจะไปดำเนินการในส่วนอื่น ผิดขั้นตอนคงจะกระทำไม่ได้ ก็ขอนำเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ ตรงกันครับ กราบขอบพระคุณครับ