สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๔ มกราคม ๒๕๕๖

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ระบุว่าเรือนจํากลางจังหวัดพัทลุงไม่พร้อม และมีความจําเป็นในการก่อสร้างเรือนจํากลางแห่งใหม่

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร ที่ได้ให้ ความสําคัญ ที่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรือนจํากลางจังหวัดพัทลุง ก็ต้องเรียนด้วย ความจริงใจนะครับท่าน ส.ส. ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ผมเองก็อยากจะได้อยากจะเห็น เพราะผมมีความเข้าใจดี ผู้ใหญ่หลายท่านที่มาจากทางจังหวัดพัทลุงได้เคยแวะไปเยี่ยมเยียน กับผมที่กระทรวงยุติธรรม เราได้เคยรับประทานอาหารร่วมกัน เรามีการพูดคุยกันแล้วก็ เอาภาพมาให้ผมดูด้วย ผมเห็นครับ ผมเห็นความจําเป็น ผมเห็นสิ่งที่ควรจะได้รับการปรับปรุง ในหลาย ๆ เรื่อง และผมก็เข้าใจครับมีมติคณะรัฐมนตรีอยู่ก่อนแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ ในการที่จะต้องได้รับงบประมาณในการสร้างเรือนจํากลางแห่งใหม่ในครั้งนี้ และก่อนที่ กระผมจะเรียนตอบคําถามของท่าน ส.ส. สุพัชรีนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนความเป็นมา แต่เดิมอีกนิดหนึ่ง คือวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๔ จากการตรวจสอบตรวจค้นดูปรากฏว่าได้มี ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ส.ส. จังหวัดพัทลุง จังหวัดเดียวกับท่าน ส.ส. สุพัชรีนะครับ ได้เคยหารือ เรื่องนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงเรื่องความชํารุดทรุดโทรมและความไม่พร้อมของเรือนจํากลาง จังหวัดพัทลุง ควรจะได้มีการก่อสร้างเป็นเรือนจํากลางแห่งใหม่เพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นเรือนจําที่จะใช้ควบคุมผู้ต้องขังนะครับ และจากการผลักดันของท่าน ส.ส. นริศ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้บรรจุ เข้าไปในแผนการของบประมาณในการที่จะก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ในการขอ ครั้งนั้นขอรวมทั้งหมด ๔ แห่งครับท่าน คือ ๑. เรือนจํากลางจังหวัดพัทลุง ๒. ก่อสร้าง ทัณฑสถานวัยหนุ่มหรือเรือนจําโรงเรียน ๓. คือเรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ๔. เรือนจํากลางจังหวัดนราธิวาส ทําไมถึงต้องมีเรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าไปด้วย ก็เนื่องจากเรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีนี่เป็นเรือนจําแม่ เป็นเรือนจําประจําเขต ซึ่งเรา จะใช้เป็นเรือนจําสําหรับรองรับถ่ายเทผู้ต้องขังที่ล้นจากเรือนจําอื่น ๆ ก็จะต้องไปอยู่ที่ เรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเป็นอีกด้วยเหมือนกันในการที่จะ ปรับปรุงเรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนเรือนจํากลางจังหวัดนราธิวาสนั้นจากการที่ ทางกรมราชทัณฑ์ได้ลงไปสํารวจตรวจดูแล้วก็มีความจําเป็นเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ก็จึงได้มีการตั้งคําขอเข้าไปทั้ง ๔ แห่งดังกล่าวนั้น แต่ผลปรากฏว่า ได้รับงบประมาณมาเพียงแห่งเดียวครับท่าน ส.ส. ที่เคารพ คือเรือนจํากลางจังหวัดนราธิวาส กระทรวงยุติธรรมก็อยากจะให้จังหวัดพัทลุงเป็นแห่งหนึ่งที่ได้รับ นี่เรียนตรง ๆ แล้วก็ ครั้นเมื่อปีต่อมาก็ได้มีการผลักดันอย่างต่อเนื่องตามที่ท่าน ส.ส. สุพัชรี ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้นําเรียนแล้วมีทั้งหนังสือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีทั้งการนําเข้าหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรของท่าน ส.ส. นริศ ขํานุรักษ์ หลาย ๆ ครั้งจนกระทั่งว่ากรมราชทัณฑ์ ก็ได้ตั้งคําของบประมาณในปี ๒๕๕๖ ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในปี ๒๕๕๖ ก็มีคําขอตั้งขึ้นมา ทั้งหมด ๕ แห่ง ก็มีเรือนจํากลางจังหวัดพัทลุงเป็นแห่งหนึ่งอยู่ด้วยอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มี เรือนจํากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเรือนจํากลางจังหวัดพิษณุโลก มีเรือนจํากลาง จังหวัดระยอง และมีเรือนจํากลางจังหวัดอุดรธานี แต่ปรากฏว่าผลที่ออกมานั้นไม่ได้รับ สักแห่งหนึ่ง คงได้รับงบประมาณเฉพาะในการสร้างแดนควบคุมพิเศษคือการปรับปรุง ๒ แห่ง เท่านั้น คือเรือนจํากลางจังหวัดพิษณุโลกได้รับมา ๓๘๒ ล้านบาท แล้วก็ได้รับการปรับปรุง เรือนจํากลางจังหวัดระยองคือสร้างแดนควบคุมพิเศษขึ้นทั้ง ๒ แห่ง ซึ่งเป็นแดนพิเศษ ในการควบคุมมั่นคงสูงเท่านั้นเอง ส่วนทั้ง ๕ แห่งที่ขอสร้างใหม่นั้นไม่ได้รับงบประมาณเลย อันนี้ต้องขอเรียนให้กรุณาทราบว่าทางกระทรวงยุติธรรมโดยทางกรมราชทัณฑ์นั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องนี้ ได้เห็นความจําเป็น ได้เห็นในสิ่งที่เป็นอยู่ ที่ประสบอยู่ว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับ การก่อสร้างขึ้นมาทดแทนเรือนจําเก่าที่ไม่พร้อมเลย อันนี้กระผมเองในฐานะที่ดูแล กรมราชทัณฑ์ด้วยก็ได้เห็นพ้องสอดคล้องต้องกัน ก็ต้องขอกราบเรียนได้กรุณาทราบ เป็นเบื้องต้นนี้ก่อน ขอบพระคุณมากครับ