สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๔ มกราคม ๒๕๕๖

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหา

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ที่กรุณาให้ความห่วงใยในเรื่องนี้ซึ่งใจตรงกัน ไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์ในภาคใต้ หรือสถานการณ์อย่างปัจจุบันนี้ไม่ว่าฝ่ายค้านและรัฐบาล ผมเพิ่งได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาทําหน้าที่ ผอ. ศปก.กปต. เพียง ๒ เดือนเศษ ๆ ผมเป็นคนคิด เมื่อสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมบอกแก้ปัญหาในภาคใต้เอาแบบ ซินเจียงอุยกูร์ดีไหม ให้เขาเลือกผู้บริหารของเขาเอง ผมก็ถูกด่าอยู่ ๗ วัน ๗ คืน บอกว่า จะทําให้เสียดินแดน ผมถามว่าจะเสียอย่างไร อบต. ก็เลือก ส.จ. ก็เลือก นายก อบจ. ก็เลือก ถ้ามีการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด เอาละ ๓ จังหวัดกลัวเสียบรรยากาศแถมจังหวัดภูเก็ต ไปอีกจังหวัดได้ไหม ผมคิดก็ถูกต่อต้าน ถูกคัดค้าน เมื่อผมไม่มีหน้าที่ผมก็ไม่พูด ผมบอกถ้าแก้ อย่างปัจจุบันนี้มันยังเห็นหนทางสําเร็จไม่ได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงแนวคิดแนวทางบ้างจะทํา อย่างไร ผมก็มีความคิดว่าผมนี่ยึดหลักสันติ ผมไม่นิยมความรุนแรง ผมจะแก้ปัญหา ด้วยการพูดคุยมากกว่าใช้กําลังในการปฏิบัติการ นี่แนวคิดของผม แต่ผมก็ทําโดยลําพังไม่ได้ มันมีคณะกรรมการ มี กอ.รมน. ใหญ่ มี กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า มี ศอ.บต. มีกระทรวงมหาดไทย มีฝ่ายทหาร ตํารวจ พลเรือนร่วมกันหมดก็ต้องปรึกษาหารือ ผมก็คิดว่า ณ วันนี้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่เขาหวาดระแวงรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนที่ผ่านมาเขาหวาดระแวงปัญหา มันจึงเกิดต่อเนื่อง ต้องมีการพูดคุย ผมไม่เคยเจรจาและผมไปเจรจาก็ไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ว่า ใครคือขบวนการที่แท้จริง ไม่มีวันที่จะไปเจรจาได้ ผมก็คิดว่าต้องพึ่งประเทศมาเลเซียเขา ก็เดินทางไปวันที่ ๘-๑๐ ผมเดินทางไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานเริ่มต้นจาก ศอ.บต. ผมเอาเลขาธิการ ศอ.บต. ไป เลขาธิการ สมช. ไป เสนาธิการทหารบก รองเสนาธิการทหารบก และผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปด้วยกัน แรกเริ่ม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะก์ ไม่มีกําหนดให้ผมพบ ผมก็ไม่เป็นไร ผมตั้งใจจะพบแค่ผู้บัญชาการตํารวจสันติบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเท่านั้น สุดท้ายได้พบ ตํารวจสันติบาลไปแจ้งข้อมูลเบาะแสให้เขาทราบว่า เมืองไทยไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนไม่มีการใช้มาตรการรุนแรงกับพี่น้องมุสลิมด้วยเด็ดขาด เพราะถือว่าพี่น้องมุสลิม ไทยพุทธ มีสิทธิเท่าเทียมกันเหมือนกับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่าตํารวจสันติบาลเขารู้รายละเอียดเยอะ เขาบอกผมผมตกใจว่า เขารู้ลึกขนาดนี้ เขารู้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเราบางส่วนบางพื้นที่เขาก็เล่าให้ผมฟัง ผมบอก ผมไม่รู้มาก่อน และเมื่อเขาอธิบายให้ฟังผมก็เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เมื่อพบผู้บัญชาการ ตํารวจสันติบาลเสร็จ พบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขอร้องเขาว่ามีร้านต้มยํากุ้ง ๖,๕๐๐ แห่ง มีคนขึ้นทะเบียน ๖,๙๐๐ คน แต่ว่าพนักงานที่ทํางานทั้งหมดมี ๑๕๐,๐๐๐ คน ก็ขอร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเขาบอกว่าท่านครับ กรุณานิดเถอะ ถ้าขึ้นทะเบียน เป็นกุ๊กจะเสียปีละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท พวกพนักงานเสิร์ฟก็ไม่ขึ้นทะเบียน บอกว่า ขอให้พนักงานเสิร์ฟขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานเสิร์ฟแล้วก็คิดค่าธรรมเนียมเหมือนกับ แม่บ้านเดือนละ ๔๐๐ บาท เขารับปากครับ เขาบอกเดี๋ยวจะช่วยเต็มที่ แล้วก็ไปพบ รองนายกรัฐมนตรีเขามีคนเดียวบอกจะทําให้เรื่องขึ้นทะเบียนผู้ใช้แรงงานในร้านต้มยํากุ้ง ผมคิดผมนึกว่าถ้าเด็กเขามีรายได้เขาก็ส่งเงินทองมาให้พ่อแม่พี่น้องเขา ผมคิดผมนึก เมื่อพ่อแม่พี่น้องเขามีเงินทองใช้สอยและ/หรือตัวเขามีงานทําเขาก็ไม่กลับมาตกเป็นเหยื่อ ของผู้ก่อการ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมไม่ได้ไปเชิญต้มยํากุ้งมาพบ แต่เมื่อเขาทราบว่าผมจะไปเขาก็ติดต่อท่านเอกอัครราชทูตไทยในประเทศมาเลเซียให้ผม ไปบรรยายสถานการณ์เมืองไทยให้ฟัง ผมพูดอยู่ ๑ ชั่วโมงและผมไปพบเฉพาะผู้นํารัฐบาล ผมไปที่โรงเรียนสอนศาสนาซึ่งมีเด็กไทยไปเรียน ๘๕ คน ทางผู้อํานวยการโรงเรียน อนุญาตให้ผมบรรยายพิเศษ ๔๕ นาที ท่านนาจิบเดิมให้ผม ๑๕ นาที ผมบอกว่า ๑๐ นาที ก็ยังดีได้เจอผู้นําของประเทศมาเลเซีย สุดท้ายคุย ๑ ชั่วโมง ๕ นาที รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที ผู้บัญชาการตํารวจสันติบาลก็ ๒ ชั่วโมง รองนายกรัฐมนตรีที่คุมเรื่องแรงงานก็ ๑ ชั่วโมงครึ่ง เขาให้ความร่วมมือดี ผมคิดว่า เป็นปฐมบทและเป็นแนวทางที่ดีที่จะดําเนินการต่อไป ท่านนาจิบบอกว่าให้ผมไปคุยกับ มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด เพราะมหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน เขตเศรษฐกิจพิเศษรอยตะเข็บ ท่านกรุณาแจ้งมาแล้วครับว่าต้นเดือนกุมภาพันธ์ ท่านจะให้พบที่เกาะลังกาวี ผมเรียนตอบท่านประธานเบื้องต้นครับ ส่วนเรื่องกฎหมาย เดี๋ยวจะตอบในคําถามที่ ๓ ขอบคุณครับ