ศุภชัย ใจสมุทร สอบถามเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยสันติภาพและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่นั้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมในนามของ พรรคภูมิใจไทยได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง กระบวนการพูดคุยสันติภาพและการบังคับใช้ กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ตั้งกระทู้ถามถามท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กับท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบ ซึ่งก็ขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ความตั้งใจของผมก็คาดหวังว่าให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้มาตอบ เหตุผลที่ผมอยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้มาตอบ ก็เนื่องจากกรณีที่ท่านเองได้มีข่าวออกมาว่าท่านได้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านและไป ร่วมพูดคุยหรือเจรจาในเรื่องการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท่านมี ความตั้งใจ แต่ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเองมีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของปัญหา ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เหตุผลเพราะว่าเรามี ส.ส. อยู่ในพื้นที่ เรามีท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๔ มีท่านนาที รัชกิจประการ จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพี่น้องใน ๓ จังหวัด หรือแม้กระทั่งตัวผมเอง ซึ่งเป็นคนพื้นเพในจังหวัดตรังแต่ว่าเป็นมุสลิม มีญาติพี่น้องอยู่ใน ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดคือ จังหวัดสตูลด้วยอย่างมากมาย เราเห็นว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่จําเป็นที่จะต้องแก้ไข และเมื่อทราบว่าท่านได้ไปพูดคุยเจรจาก็อยากจะสอบถามรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่าสถิติตัวเลขที่มันชัดเจนมาก็คือที่นั่นมี ความรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย ตัวเลขบอกว่า ๑๔,๐๐๐ ครั้งแล้วครับ มีการสร้างสถานการณ์ มากมาย เมื่อวานมีภาพอันน่าเศร้าที่ครูถูกยิงต่อหน้าเด็กนักเรียน นั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้มาแล้วกว่า ๕,๐๐๐ คน ถ้าบอกว่า ที่ไอร์แลนด์เหนือมีความรุนแรงกันมากมายในประเทศอังกฤษ ในไอร์แลนด์เหนือ ก็มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๓,๖๐๐ คนเอง วันนี้เราใช้งบประมาณทุ่มลงไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รวมถึงยุทโธปกรณ์ เรื่องของบุคลากร ๔๐,๐๐๐ กว่าคนที่ลงไป มีคนบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราทํารถไฟความเร็วสูงไปยังปาดังเบซาร์หรือว่าไปสุไหงโก-ลกได้สบาย แต่จนถึงวันนี้ความเชื่อมั่นในเรื่องของการที่ว่าที่นั่นจะสงบมันไม่มีความเชื่อเลยครับ นับวันก็คิดว่ามันมีความรุนแรงเกิดขึ้น ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะขออนุญาตเรียนต่อ ท่านประธานเพิ่มเติมก็คืออย่างนี้ว่าวันนี้ตัวเลขสถิติข้อมูลอย่างเป็นทางการยอมรับกันว่า มีกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนปัจจุบันมีอยู่ ๙,๘๒๒ คน แยกเป็นกองกําลังอาร์เคเค (RKK) ๒,๒๖๒ คน กลุ่มแนวร่วม ๕,๙๓๐ คน แกนนํา ๑,๑๑๓ คน แกนนําระดับสั่งการ ๒๐๗ คน และกลุ่มครูสอนศาสนาที่นิยมความรุนแรง ๓๑๐ คน เรื่องนี้ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้นํามาตรา ๒๑ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ มาใช้ใน ๕ อําเภอของจังหวัดสงขลาเพื่อให้กลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดน ผู้หลงผิด หรือผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ออกมามอบตัวแล้วก็มาร่วมพัฒนาชาติไทย แต่ปัญหาที่มันมีก็คือ การใช้มาตรา ๒๑ มีปัญหาและอุปสรรค เพราะถ้าท้องที่ใดที่ประกาศใช้พระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ไม่สามารถนํามาตรา ๒๑ ไปใช้ได้ ปัญหาก็คือ ใน ๓ จังหวัดคือจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส มาตรา ๒๑ ก็ไม่สามารถ ที่จะนําไปใช้เพื่อที่จะดําเนินการในการที่จะให้บุคคลที่เขามามอบตัวจะได้ใช้มาตรการ ตามมาตรา ๒๑ สิ่งที่อยากจะเรียนต่อไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือว่าในหลาย ๆ ประเทศ ที่มีปัญหาความขัดแย้ง ปัจจัยแห่งความสําเร็จในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ยกตัวอย่างเช่น ในแอฟริกาใต้จากหนังสือโซลวิง ทัก พร็อบเบล็มส์ ซึ่งเขียนโดยอดัม คาเฮน นี่นะครับ ซึ่งมีคนแปลมาแล้วเขาบอกว่าการพูดคุยสันติภาพหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าพีซ ทอล์ก (Peace talk) จะสามารถที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกันมาลดน้อยถอยลงได้ ที่แอฟริกาใต้เขานําผู้ที่มีความขัดแย้งกัน ๒๒ คนมาพูดคุยปรึกษาหาทางออกกัน ในไอร์แลนด์เหนือก็ทํานองเดียวกัน มี ส.ส. ของไอร์แลนด์เหนือจากพรรคดีโมเครติก ยูเนียนนิสต์ คือเจมี สเปซ เคยมาพูดที่สถาบันพระปกเกล้าบอกว่าการที่ในไอร์แลนด์เหนือยุติได้ เกิดจากการพูดคุยสันติภาพหรือที่เขาเรียกพีซ ทอล์ก โดยไม่จําเป็นที่จะต้องนํามาพูดคุย พร้อมกันทุกกลุ่มหรอกครับ เริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว ทําความเข้าใจกันก่อนที่จะขยาย ผลไปยังกลุ่มอื่น ๆ แล้วก็แสวงหาจุดร่วมกัน ที่อาเจะห์ใกล้บ้านเราที่ประเทศอินโดนีเซีย คุณยูซุฟ คัลลา ซึ่งเคยเป็นรองประธานาธิบดีประเทศอินโดนีเซียก็ได้มาพูดให้กับนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร ๔ ส เสริมสร้างสังคมสันติสุข มาพูดให้ฟังว่าท่านก็เป็นบุคคลหนึ่ง ที่เข้าไปร่วมในการที่จะไปเจรจากับฝ่ายกระบวนการเรียกร้องสันติภาพซึ่งมีความขัดแย้ง กันมา ๓๒ ปี มีการพูดคุย โดยเริ่มต้นบางทีต้องไปพูดคุยกันนอกประเทศ แถบยุโรป ในประเทศที่สาม สิ่งที่บอกทั้งหมดก็คือ อยากจะเรียนว่าทั้งหมดทั้งปวงมันต้องเริ่มจากพีซ ทอล์ก ซึ่งไม่ใช่เรื่องการเจรจาต่อรอง เริ่มต้นจากการพูดคุยสันติภาพเป็นกระบวนการที่ต่างจากที่จะให้รัฐไปคุย หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีไปคุยเสียเอง ไม่ใช่เป็นเรื่องเจรจาต่อรอง พูดง่าย ๆ ก็คืออย่างนี้ครับ ผมอยากจะบอกว่ากล่าวโดยสรุปก็คือในหลาย ๆ ประเทศนี้จะต้องมีการเริ่มต้นตรงที่มี การพูดคุยสันติภาพหรือที่เขาใช้ศัพท์กันว่าพีซ ทอล์กกันก่อน โดยอาศัยองค์ความรู้ ผู้มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจจะมาจากภาคประชาสังคมก็ได้ หรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศก็ได้ ไม่ใช่บุคคลจากภาครัฐที่ฝ่ายกระบวนการไม่ไว้วางใจ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าท่านอาจจะขาดองค์ความรู้หมายถึงว่าบุคลากรจากรัฐ หรือไม่มี ประสบการณ์เพียงพอ ดังนั้นอันนี้เริ่มต้นก็คือเรื่องพูดคุย ๒. ก็คือการพูดคุยมันก็ต้องมี กระบวนการในการที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้วก็หาข้อยุติ เมื่อเจรจากันได้แล้ว หากระบวนการอย่างอื่นเข้ามาเช่นนิรโทษกรรม ขบวนการก็จะเริ่มที่จะวางอาวุธ อันนี้คือ สิ่งที่อยากจะบอกว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในเรื่องของเหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะบอกว่านั่นคือ การสร้างสันติสุข ที่กราบเรียนต่อท่านประธานก็คืออยากจะบอกว่ากระบวนการเหล่านี้ เป็นกระบวนการที่เป็นการทําที่เป็นมาตรฐานที่นานาอารยประเทศเขาทํากันแล้ว เริ่มต้นจากตรงนี้ไม่ใช่เริ่มเจรจาเลย ก็เลยอยากจะถามผ่านท่านประธานไปในเรื่องนี้ว่า อันแรกสุดนี่นะครับ ต้องถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าจนถึงวันนี้กรณีเรื่องความขัดแย้ง ในเรื่องของความรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้รัฐบาลได้มอบหมายให้บุคคล หรือคณะบุคคล ในภาคประชาสังคม หรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศไปดําเนินการสิ่งที่ผมได้เรียนไปสักครู่ ในเรื่องของการพูดคุยสันติภาพหรือพีซ ทอล์กกับขบวนการก่อความไม่สงบในระดับแกนนํา บ้างหรือไม่อย่างไร นี่คือคําถามแรกที่อยากจะถาม ขอบพระคุณครับ