ศิริโชค โสภา หารือเรื่องปัญหาของปราสาทเขาพระวิหาร โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบริหารราชการแผ่นดินโดยใช้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก และยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กัมพูชายิงปืนใหญ่เข้าใส่ปราสาทพระวิหาร และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ตั้งกระทู้ถามสดถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศถึงกรณีปัญหาของปราสาทเขาพระวิหาร ึ่งเป็นปัญหาที่ติดตา แล้วก็คาใจพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราสังเกตพฤติกรรมของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปีที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่าคนจ่านวนไม่น้อย ก็มีความรู้สึกผิดหวัง เพราะท่านไม่ได้ท่าหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศไทยครับ แต่ท่านท่าตามใบสั่งของนายใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมหวังว่าปีใหม่นี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศน่าจะเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็บริหารราชการแผ่นดิน โดยอาศัยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก แล้วก็ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า ผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ผมคิดว่า หลาย ๆ ท่านในสภาแห่งนี้รวมถึงพี่น้องประชาชนอาจจะจ่าเหตุการณ์ไม่ค่อยได้ก็คือ เหตุการณ์ที่เขมรได้รุกรานประเทศไทย แล้วก็มีการยิงมีการกระทบกระทั่งจนท่าให้เกิด การสูญเสียขึ้นทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยท์
(เจ้าหน้าที่ได้ด่าเนินการเปิดพรีเึนเทชัน)
ภาพที่ ๑ ครับ เพื่อที่จะเตือนความทรงจ่า ให้พี่น้องประชาชนชาวไทยแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งสภาแห่งนี้ได้รับทราบข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ภาพที่ผมได้น่าแสดงต่อไปนี้เป็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น บริเวณชายแดนของประเทศไทย ท่านประธานจะเห็นว่าภาพข้างบนเป็นภาพที่ตึก อาคารโรงเรียนถูกไฟไหม้ อันเนื่องมาจากการยิงของทหารกัมพูชาึ่งรุกรานอธิปไตย ของประเทศไทยและภาพข้างล่างเป็นภาพของทหารึ่งถูกอาวุธของทหารกัมพูชาแล้วก็ บาดเจ็บก่าลังนอนรักษาอยู่ แต่ว่าแค่ภาพนิ่งคงจะไม่สามารถบอกเล่าถึงบรรยากาศที่เกิดขึ้น ในขณะนั้นเพราะมันก็ล่วงเลยมา ๒ ปีกว่า ๆ แล้วนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน เปิดคลิปเพื่อเตือนความทรงจ่าถึงเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจเมื่อประเทศกัมพูชารุกราน ประเทศไทยครับ ขอให้ดูคลิป (Clip) นี้ครับ ที่เห็นในภาพนะครับ ก็เป็นภาพทหารก่าลังถูกล่าเลียงมา แล้วก็ผู้คนบาดเจ็บเป็นบรรยากาศที่น่าเศร้าสลดใจอย่างมาก เมื่อทหารกัมพูชายิงอาวุธต่าง ๆ นานา เข้ามาในประเทศไทยก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรง ไม่ว่าในภาคประชาชน หรือบ้านเรือน หรือว่าชีวิตของทหารหาญ ึ่งในขณะนั้นก็ท่าหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะปกป้องรักษา อธิปไตยของประเทศไทยครับ สภาพของคนที่ต้องไปอยู่ใต้สิ่งก่าบังจะเห็นว่าเป็นสภาพ ที่ค่อนข้างล่าบากกับประชาชนคนไทยเวลาเกิดสงครามขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นภาพของทหาร ที่ถูกล่าเลียงมาจากการสู้รบเพื่อปกป้องอธิปไตยให้กับประเทศเราสมกับค่าพูดที่ว่าทหาร เป็นรั้วของชาติ ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเมื่อประเทศกัมพูชาพยายามที่จะรุกราน อธิปไตยของประเทศไทย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า คนที่อยู่แดนไกลกลับให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โกล์บ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ปี ๒๐๑๑ ึ่งเป็นภาพเพาเวอร์พอยท์ ภาพที่ ๒ ครับ พูดเสมือนว่าประเทศไทยไปรุกรานประเทศกัมพูชาครับ แล้วก็ยังกล่าวหาว่า ประเทศไทยไปยิงเพื่อนบ้านตัวเอง โดยใช้ภาษาอังกฤษว่า ยู ชูท ยัวร์ โอน เนเบอร์ (You shoot your own neighbor) นะครับ อันนี้คือค่าสัมภาษณ์ของคุณทักษิณ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๐๑๑ เป็นการให้สัมภาษณ์ึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็รู้สึกคลางแคลงใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมากครับ หลังจากนั้นครับท่านประธาน หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รับต่าแหน่งได้ไม่นานประมาณวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๖ ก็คือหลังปีใหม่มานี้เองครับ ปรากฏว่า นายติต โึะเทีย รองหัวหน้าหน่วยข่าวและตอบโต้เร็ว ส่านักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ให้สัมภาษณ์ ผ่านส่านักข่าวึีเอ็นเอ็น (CNN) ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๖ ให้สัมภาษณ์อย่างนี้ครับ อันสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลไทยชุดก่อนได้รุกรานด้วยกองทัพ ละเมิดอธิปไตยของประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะท่าลายปราสาทพระวิหารด้วยการยิงปืนใหญ่เข้าใส่ในช่วงที่ผ่านมา ผมเรียน ท่านประธานว่านี่คือค่าสัมภาษณ์ของรองหัวหน้าหน่วยข่าวและตอบโต้เร็วของประเทศกัมพูชา ึ่งกล่าวหาว่าประเทศไทยไปรุกรานอธิปไตยของประเทศกัมพูชาึ่งจริง ๆ แล้วเป็นพื้นดิน ของประเทศไทย ทีนี้ปัญหาที่ผมต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมานะครับ เป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเราเคยได้รับ บทเรียนจากอดีตตอนที่มีค่าพิพากษาของศาลโลก แม้ว่าแผนที่ ๑๑ ฉบับึ่งมีการท่าขึ้นมา โดยตอนนั้นก็มี พลตรี หม่อมชาติเดชอุดม แล้วก็ พันตรี แบร์นาร์ดึ่งเป็นตัวแทนทั้งฝ่ายประเทศไทย กับประเทศฝรั่งเศส ท่าแผนที่นี้ขึ้นมานะครับ และแผนที่ที่เป็นปัญหาก็คือ ๑ ใน ๑๑ นั้นละครับ ก็คือระวางดงรัก แม้ว่าศาลโลกจะมีค่าวินิจฉัยว่าแผนที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นผลงานของ คณะกรรมการปักปันเขตแดน เนื่องจากว่าคณะกรรมการปักปันเขตแดนได้ยุบตัวก่อนที่จะรับรอง แผนที่ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามศาลโลกก็เอาแผนที่ตรงนี้มาเป็นเหตุผลในการวินิจฉัยยกปราสาท พระวิหารให้กับประเทศกัมพูชา โดยศาลโลกวินิจฉัยว่าแม้ว่าแผนที่นี้จะไม่ได้เป็นผลงานของ คณะกรรมการปักปันเขตแดนแต่ประเทศไทยก็ยอมรับไม่โต้แย้ง นิ่งเฉย แล้วศาลก็ใช้กฎหมายปิดปาก ก็คือเอสทอพเพิล ลอว์ (Estoppel law) มาพิพากษาประเทศไทยท่าให้ประเทศไทยต้องเสีย ปราสาทพระวิหารไป ทีนี้ปัญหาที่ตามมาก็คือว่าถ้ารัฐบาลไทยนิ่งเฉย เวลาที่เจ้าหน้าที่ ของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ก็เท่ากับเราเป็นการยอมรับเรานิ่งเฉย ึ่งอาจจะท่าให้ประเทศกัมพูชา ใช้กรณีนี้เป็นหลักฐานในศาลโลกว่าประเทศไทยยอมรับว่าประเทศไทยไปรุกรานอธิปไตย ของประเทศกัมพูชา แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีการตอบโต้ทุกครั้ง