กนก วงษ์ตระหง่าน สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดพฤติกรรมที่ดีของเด็กและเยาวชน และปกป้องคุ้มครองผู้ที่อ่อนแอในสังคม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... ใน ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ ในเรื่องที่เราจะมีกองทุนนี้เมื่อดูหลักการที่สำคัญก็คือการผลิตและเผยแพร่ สื่อที่ปลอดภัย แล้วก็สร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ ผมคิดว่าเป็นความคิดที่ดี แล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แนวทางตรงนี้เราบอกว่าเราอยากจะให้มีกองทุนเข้ามาสนับสนุน ผมไม่ขออนุญาตอภิปราย ในรายละเอียด แต่ขอพูดประเด็นหลักใหญ่ ๆ คำว่า กองทุนมาสนับสนุน ตรงนี้คำถามคือ เพียงพอหรือไม่ เพราะมีกองทุนนะครับ แต่ถ้ามันไม่พอก็ไม่มีประโยชน์ แล้วก็ในจุดนี้ผมคิดว่า หลักคิดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าถ้ากองทุนไม่พอมีสื่ออันนี้ สุดท้ายสื่อนี้ก็ต้องไปหาโฆษณาอีกครับ แล้วก็ต้องไปหารายได้ เป็นเหตุผลที่เราต้องเสีย ช่องโทรทัศน์ไปหลายช่องมาแล้วก็ด้วยเหตุผลว่าจะสนับสนุน แต่สุดท้ายสนับสนุนไม่จริงนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องที่เราจะต้องพิจารณากันให้ชัดในเรื่องของกองทุนนี้ก็คือว่าเราจะต้องให้ กองทุนนี้มีปริมาณของเงินที่จะสนับสนุนการทำสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์นี้ให้เพียงพอ ถ้าพูดกันจริง ๆ โดยประเมินแล้วนะครับ ผมคิดว่ากองทุนนี้อย่างน้อยต้องมีขั้นต่ำสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะได้มีเงิน รัฐบาลอาจจะตั้งงบประมาณสมทบอีกส่วนหนึ่งเป็นประจำทุกปี ให้กองทุนนี้ มีเงินที่จะให้สื่อเกิดขึ้นในความคิดของเราครั้งนี้ปีหนึ่งสัก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า ถ้าเป็นอย่างนี้จะเป็นประโยชน์ วันนี้ทุกคนพูดถึงหน่วยงานที่เรียกว่า สสส. สามารถสร้างสำนึก ในเรื่องของการดูแลสุขภาพของประชาชนได้ผลอย่างเป็นที่น่าพอใจ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ใช้เงินประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่าร่าง พ.ร.บ. นี้เมื่อเข้าไปถึงขั้นกรรมาธิการจะต้องมีข้อสังเกต หรือมีการปรับปรุง ขออนุญาตฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าทำอย่างไรให้กองทุนนี้มีเงิน ประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ผลิตแล้วก็เผยแพร่สื่อ ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้จริง เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเราก็พูดคำสวยละครับ แต่ข้อเท็จจริง มันไม่เกิดขึ้น
ในส่วนที่ ๒ ของเรื่องสื่อ เมื่อเรามีงบประมาณพอแล้วที่จะทำสิ่งที่สำคัญมาก ที่ผมขออนุญาตฝากต่อก็คือว่าการให้สิทธิเสรีภาพกับผู้ผลิตและผู้เผยแพร่ครับ เพราะว่า สื่อที่สร้างสรรค์ตรงนี้ง่ายมากที่จะถูกบิดเบือนโดยผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจรัฐ และวิธีการบิดเบือนก็คือการตัดงบประมาณครับ แล้วสุดท้ายคนที่ทำงานในเรื่องสื่อนี้ ก็จะต้องคอยมองดูว่าอะไรที่พูดได้ อะไรที่พูดไม่ได้ อะไรแสดงได้ อะไรแสดงไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้น งบประมาณจะน้อยลง ผมคิดว่าตรงนั้นคือการทำลายเจตนารมณ์หลักการของกฎหมายนี้ ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาลต้องใจกว้างนะครับที่จะต้องทำความเข้าใจ ตั้งแต่ต้นว่าเราตั้งกองทุนนี้ไม่ใช่ให้มาสื่อตามกรอบนโยบายของรัฐบาล แต่ให้มาสื่อในเรื่อง ที่เป็นประโยชน์กับเยาวชนจริง ๆ ถึงแม้บางเรื่องอาจจะไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นหลักการที่เราจะต้องยึดให้มั่นคง วันหนึ่งรัฐบาลมาเป็น ฝ่ายค้านท่านก็จะได้ยืนยันคำพูดนี้ได้เหมือนเดิมว่าตอนที่ผมเป็นรัฐบาลผมก็ไม่ได้แทรกแซง ผมก็ให้โอกาสให้สิทธิทุกประการ วันนี้ผมเป็นฝ่ายค้านผมก็ต้องขอมาตรวจสอบรัฐบาลที่จะ ยืนยันว่าหลักการนี้ยังคงรักษาไว้อย่างมั่นคง ถ้าเราเข้าใจกันอย่างนี้ผมคิดว่ากองทุนนี้จะทำให้ หลักการที่เราพูดถึงนั้นเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่ากองทุนนี้ต้องเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ให้มาก และที่สำคัญก็คือกองทุนนี้จะต้องมุ่งไปสู่การให้ประโยชน์และการปกป้องคุ้มครอง คนที่อ่อนแอในสังคม คนที่ด้อยโอกาสในสังคมครับ เพราะคนที่แข็งแรง คนที่ได้เปรียบในสังคมนี้ เขาใช้สื่อเป็นเครื่องมือของเขามาโดยตลอด แต่คนที่อ่อนแอ คนที่ด้อยโอกาส คนที่อยู่ห่างไกล สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ หลักการนี้ได้รับการประกันในความหมายนี้
ประการที่ ๒ ครับ เด็กและเยาวชนนั้นที่บอกว่าให้มีทักษะในการที่จะเลือกสื่อได้ เข้าใจสื่อได้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับเรื่องนี้ไม่ใช่ง่ายเลย ผมอยากจะตั้งคำถามว่า ท่านจะสื่ออย่างไรเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีทักษะในการเข้าใจสื่อได้ ท่านจะสอนเด็กอย่างไร ที่จะทำให้เด็กมีทักษะในการที่จะรู้เท่าทันสื่อได้ ตรงนี้หัวใจที่สำคัญคือศีลธรรมครับ เมื่อ ๔ วันที่แล้ว ผมไปอยู่ที่จังหวัดปัตตานีนะครับท่านประธาน ขออนุญาตเรียน ผมไปทำงานกับพี่น้องมุสลิม ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จังหวัดปัตตานี พี่น้องมุสลิมบอกว่าผมเลือกที่จะไม่ให้ลูกผม มาเรียนโรงเรียนสามัญของ สพฐ. เพราะผมไม่มั่นใจว่าไปโรงเรียนสามัญของรัฐบาลแล้วลูกผมจะเป็นมุสลิมที่ดีได้ ผมก็เถียงว่า โรงเรียนสามัญของรัฐบาลมีคุณภาพดีนะท่านน่าจะส่งไป พี่น้องมุสลิมตอบผมอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ถ้าลูกผมจะเก่งวิชาสามัญ แต่เป็นมุสลิมที่เลว ผมขอเลือกให้ลูกผมเป็นมุสลิม ที่ดีและอ่อนวิชาสามัญดีกว่าครับ นั่นหมายถึงว่าการฝึกให้เด็กมีทักษะ มีภูมิคุ้มกันในแง่ ศีลธรรมอยู่ในใจเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และผมไม่อยากให้การเขียนข้อความนี้ที่เป็นหลักการ เป็นแต่เพียงคำหวาน คำสวย แต่ไม่มีนัยในการปฏิบัติครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะขออนุญาตเรียนว่าเรื่องการศึกษา เรื่องศีลธรรม เรื่องครอบครัว เป็นเรื่องที่เรา จะต้องให้ความสำคัญ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในสิ่งนี้ให้ได้
ประการที่ ๓ สุดท้ายครับท่านประธาน การส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดพฤติกรรม ที่ดีของเด็กและเยาวชน และความสัมพันธ์ที่ครอบครัว เรื่องใหญ่ครับท่านประธานคือสาระของสื่อ คำว่า สื่อสาร ในตัวมันเองนั้นมันมาจากคำสองคำก็คือ สื่อกับสาร สื่อคือตัวกลางที่จะนำพาไป สารคือสาระ คือเนื้อหาที่จะพาไป วันนี้สื่อเรามีเยอะมากเลยนะครับแต่สาระไม่มี หรือสาระเลวครับ เพราะฉะนั้นมันกลายเป็นว่าเป็นสื่อไร้สาร หรือสื่อสาระเลวครับ นี่คือปัญหาครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องพูดความจริงกันในเรื่องนี้ ผมขออนุญาต ๑ นาทีครับท่านประธาน เมื่อเช้านี้ผมพบกับครูคนหนึ่งเป็นจ่า ชื่อครูสมศักดิ์ เป็นครูข้างถนน ปรากฏว่าเขาทำมา ๑๕-๑๖ ปี เขาเป็นจ่านะครับ แล้วก็เพิ่งจะได้เป็นนายร้อยเมื่อไม่กี่วันนี้ เพราะตอนจะเกษียณนี่ละครับ แต่ความดีของเขา ๑๕ ปีที่ทำนี่ไม่มีสื่ออะไรที่จะไปยกย่องเขา เป็นเรื่องเป็นราว ระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ชื่นชมเขาเลยนะครับ เขาเป็นคนที่ ป้องกันไม่ให้เด็กเสพยาเสพติด เขาเป็นคนป้องกันไม่ให้เด็กไปขายยาเสพติด ตำรวจแบบนี้ ไม่ได้รับรางวัลล่ะครับ แต่ตำรวจที่จับยาบ้า ตำรวจที่จับคนขายแล้วมาโฆษณาในหน้าโทรทัศน์ทุกวัน คือคนที่ได้ประโยชน์ ผมถามว่าตรงนี้คือความถูกต้องหรือไม่ เราจะให้รางวัลกับคนที่ป้องกันปัญหา หรือเราจะให้รางวัลกับคนที่จับไปแก้ปัญหาแล้วก็ได้เงินค่ารางวัลนำจับ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ที่ผมคิดว่าเราจะต้องทำให้ชัดเจนในสื่อของเราภายใต้กองทุนนี้ ด้วยเหตุผลนี้เองครับท่านประธาน ผมอยากจะขออนุญาตย้ำว่า ผมจึงอยากให้กองทุนนี้อยู่ภายใต้ การรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีครับ เพราะเป็นเรื่องที่ใหญ่จริง ๆ เราต้องคิดว่าเรื่องนี้ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ ไม่ใช่เป็นกองทุนที่มีเพื่อจะทำให้ประเทศไทยได้คะแนน ในการประเมินสูงขึ้นว่าเราเป็นประเทศที่ดี เป็นประเทศที่มีอารยะ ไม่ใช่ครับ เรามีกองทุนอันนี้ เพื่อจะทำให้เด็กของเราเป็นเด็กที่ดี เราจะได้คืนคนดีให้กับสังคม จากเด็กที่เลวมาเป็นเด็กที่ดี แล้วก็ส่งมอบให้กับสังคม ตรงนี้ต่างหากครับเป็นสิ่งที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าผมไม่อยากให้เราสนับสนุนร่างนี้ เพียงแต่ว่าทำให้ภาพลักษณ์ของสภาดี ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดี แต่ผมอยากให้เราสนับสนุน กองทุนนี้เพื่อให้เราส่งมอบเด็กที่เป็นคนดีให้กับสังคม ขอบพระคุณครับ