สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเสนอให้รัฐบาลกำจัดสื่อเลว สนับสนุนสื่อดี และสร้างสมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและใช้สื่ออย่างเหมาะสม

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ พ.ศ. .... ในประเด็น ๔-๕ ประเด็นสั้น ๆ นะครับเพื่อให้กระชับตรงกับเวลา

ประการแรก อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก ที่ได้อภิปรายในวาระที่หนึ่งนี้อยากให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับเจ้าหน้าที่บันทึก การประชุมช่วยสรุปประเด็นส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อนำไปศึกษา แล้วก็เป็นประโยชน์ในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการอย่างแท้จริงด้วยนะครับ เราก็ทราบกันดีนะครับว่าปัญหาสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ หรือสื่อที่เป็นพิษเป็นภัย กับผู้บริโภคเกิดขึ้นมากมาย เกิดขึ้นจนล้น จนกระทั่งว่าสังคมไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร รัฐบาลคิดได้ก็คือการออกกฎหมายมาเพื่อที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาสักก้อนหนึ่งเพื่อไป สนับสนุนสื่อดีให้มีการผลิตสื่อดี สื่อที่สร้างสรรค์ สื่อที่รังสรรค์จริยธรรมคุณธรรมเพื่อหวังว่า จะให้มาเบียดแทรกสื่อเลว ๆ สื่อที่เป็นพิษเป็นภัยทั้งหลายเราทำได้แค่นี้ละครับ แต่ผมคิดว่า เราน่าจะทำได้มากกว่านั้น วันนี้เมื่อเราพูดถึงสื่อที่ไม่ปลอดภัย สื่อที่ไม่สร้างสรรค์ซึ่งปรากฏอยู่ กลาดเกลื่อนในหลาย ๆ รูปแบบนี่เราก็รู้สึกว่าเหมือนกับไม่มีทางออกว่าจะแก้สื่อเหล่านั้น ให้หมดไปอย่างไร จะขจัดให้มันหมดไปอย่างไร ผมในความเชื่อโดยส่วนตัวแล้วลำพังเพียงแต่ การสร้างสื่อดีขึ้นมาทดแทนนั้นยากลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าตราบใดที่รัฐบาลไม่มีนโยบาย ในการกำจัดสื่อเลวไปในตัวด้วย เราจะหวังพึ่งว่าให้กฎหมายฉบับนี้ไปกำจัดสื่อเลวด้วยตัวของ คณะกรรมการกองทุนหรือว่ากลไกที่สร้างขึ้นมาจากกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ยากมาก ท่านประธาน ที่เคารพครับ สื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ที่ดำรงอยู่ในสังคมเวลานี้มีทั้งกระจาย ผ่านช่องทางของตัวเองและกระจายผ่านช่องทางสื่อสารมวลชน ประเภทที่กระจายผ่าน สื่อสารมวลชนรัฐบาลก็เข้าไปควบคุม ไปแตะต้องอะไรก็ไม่ได้ กลายเป็นอิสระ กลายเป็น เสรีภาพที่เสนออะไรก็ได้ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับความต้องการของสังคม นี่เป็นประเด็น ที่รัฐบาลต้องกลับไปขบคิดว่ามีกลไกอะไรที่จะให้สื่อสารมวลชนนั้นผลิตแต่สื่อดี ๆ สื่อที่สร้างสรรค์ และสื่อที่ไม่ทำร้ายสังคม ขณะเดียวกันในช่องทางการสื่อสารที่เป็นอิสระของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็น การจัดจำหน่ายสื่อ สิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางที่เกิดขึ้นจากสื่อใหม่ ๆ ทางอินเทอร์เน็ต ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่าง ๆ นั่นกฎหมายที่เราใช้อยู่เวลานี้ก็เอื้อมไปไม่ถึง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เอาเข้าจริงก็ไม่สามารถที่จะไปขจัดสิ่งเลว ๆ แบบนั้นได้ผมคิดว่า ๒ ส่วนนี้จะต้องทำไป พร้อม ๆ กับการสร้างสื่อที่มีลักษณะสร้างสรรค์สื่อที่ปลอดภัยขึ้นมาทดแทน ในสมัยรัฐบาล ที่แล้วรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามที่จะสร้างสื่อดีขึ้นมาเบียดกับสื่อเลว โดยใช้สถานีวิทยุ ๑๐๕.๕ เมกะเฮิรตซ์ ยึดจากภาคธุรกิจเข้ามาแล้วมาทำเป็นวิทยุสีขาว วันนี้ก็มีวิทยุสีขาวอยู่ช่องเดียวเท่านั้น องค์กรสื่อที่คิดว่าจะเป็นที่พึ่งพิงในเรื่องของ การสร้างกลไกในการเป็นช่องทางในการเอาสื่อดี ๆ ออกไปสู่พี่น้องประชาชนอย่าง ไทยพีบีเอสก็สาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาภายใน สาละวนอยู่กับการเป็นทีวีสาธารณะ ที่ผมยังคิดว่าไม่สามารถที่จะสนองตอบความต้องการและแก้ปัญหาทั้งระบบนี้ได้ ไทยพีบีเอสเอง แม้ว่าเขาจะทำได้ยากลำบากก็ตามแต่วันนี้เขาก็ได้พยายามทำนั่นละครับ ช่องทางในการผลิตสื่อดี ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แบบไทยพีบีเอสก็น่าชื่นชม แต่เป็นสัดส่วนที่ยังน้อยมาก เป็นสัดส่วนที่ ผมคิดว่าเมื่อเทียบกับปัญหาสื่อเลวที่กระจายอยู่ทั่วสังคมนี่ยังไม่สามารถที่จะไปลบล้าง ไปเบียดกับสื่อเลวได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลเองมีสื่อมวลชนของรัฐอยู่อย่างน้อยที่สุดมีช่อง ๑๑ มีช่อง ๙ เป็นของตัวเองแต่รัฐบาลกลับไม่มีนโยบายที่จะเอาสื่อดี ๆ สื่อที่สร้างสรรค์ สื่อที่ปลอดภัยต่อสังคมลงไปในช่องทางสื่อสารมวลชนเหล่านั้นอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลเองก็ใช้สื่อมวลชนของรัฐไปในทิศทางอื่น อ้างว่าเป็นทิศทางพัฒนาประชาธิปไตย แต่สุดท้ายก็คือการรับใช้นโยบายรัฐ แต่ตรงนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร สิ่งที่เป็นสื่อดีออกไปยังพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ในตัวร่างนี้ผมคิดว่าแม้จะมี ข้อแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ว่าทั้ง ๔ ฉบับที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก ๒ ฉบับ รัฐบาล ๑ ฉบับ แล้วก็ภาคประชาชน ๑ ฉบับ ก็มีเป้าหมายที่ดีก็คือการสร้างสื่อดี โดยมีจุดเน้นอยู่ที่การสนองตอบต่อการพัฒนาครอบครัว ต่อเยาวชน ต่อเด็ก ต่อผู้ด้อยโอกาส ซึ่งนั่นเป็นทิศทางที่ผมคิดว่าเป็นทิศทางที่ดี แต่ยังไม่สามารถที่จะครอบคลุมได้ทั้งหมด การสร้างสื่อดีนั้นผมคิดว่าต้องมีเป้าหมายเพื่อประชาชนทั่วไป เพื่อให้สื่อดี ๆ ไปถึงเขา และขจัดสื่อเลวที่มีอยู่ให้หมดไปภายใต้กลไกของรัฐที่มีอยู่ต้องทำให้ได้ในส่วนนั้นนะครับ ผมขอสนับสนุนภาคประชาชนที่มีรายละเอียดของการสนับสนุนให้ทุนที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... นี้ลงไปถึงผู้ผลิตสื่อดีจริง ๆ แต่ว่า ขาดแคลนโอกาสนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อที่เป็นภาพ เป็นเสียง เป็นภาพยนตร์ รวมทั้งเนื้อหาสาระต่าง ๆ

ที่สนับสนุนอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการมีสมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แม้ว่าในร่างของรัฐบาลไม่มีนะครับ แต่ผมคิดว่าในชั้นของกรรมาธิการน่าจะหยิบยกประเด็น เรื่องสมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่จะรวมเอาการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา เพื่อที่จะขจัดสื่อเลวให้ออกไปได้ร่วมกัน น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุน

สุดท้ายครับท่านประธาน อยากจะสนับสนุนเรื่องของเนื้อหาสาระในกฎหมายฉบับนี้ ที่กำหนดไว้ในบทบาทหน้าที่ ในฉบับของรัฐบาลหรือฉบับของกระทรวงวัฒนธรรมที่มีบทบาท หน้าที่ที่ชัดเจนว่าให้คณะกรรมการออกประกาศกำหนดลักษณะของสื่อที่ไม่ปลอดภัย และสร้างสรรค์ อันนี้เป็นหัวใจสำคัญเลยครับท่านประธาน ท่านจะสำเร็จหรือล้มเหลว อยู่ตรงนี้ คณะกรรมการกองทุนนี้กล้าหาญพอที่จะประกาศลักษณะของสื่อที่ไม่ปลอดภัย และสร้างสรรค์ได้จริงหรือไม่ เพราะมันไปกระทบกับธุรกิจ ทั้งธุรกิจผู้ผลิตสื่อ ผู้ผลิตเนื้อหา และผู้เป็นเจ้าของสื่อสารมวลชนในประเทศนี้มากมายมหาศาล และท่านจะเจอกับแรงต้าน มากมาย ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมยืนยัน รัฐบาลยืนยันในจุดนี้ได้ ผมคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้น ที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันในฉบับภาคประชาชนที่ให้กำหนดเรื่องของการสร้างทักษะเท่าทัน การใช้สื่อ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ตราบใดที่ประชาชนไม่มีความเข้มแข็ง ไม่รู้เท่าทันสื่อ ผมคิดว่าตราบนั้นเราก็ยังตกอยู่ในวังวนของการเสพสื่ออันตราย สื่อที่ไม่ปลอดภัย สื่อที่ไม่สร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา ต่อให้เราผลิตสื่อสิ่งดีออกมามากมายแค่ไหน มันก็ละลายหายไปกับสายลม และสื่อเลวก็จะยังคงครองอาณาจักรความรับรู้ของพี่น้องประชาชน อยู่ตลอดไป ขอบคุณครับท่านประธาน