วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องโครงการรับจ้าน้าข้าวที่รัฐบาลดำเนินการ โดยชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้มีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น การเอาเปรียบเรื่องความชื้น สิ่งเจือปน ตาชั่ง และการโกงพี่น้องเกษตรกร วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องสิ่งเจือปนในข้าว โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการโกงความชื้น ตาชั่ง และสิ่งเจือปนในโครงการรับจ้าน้า
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก บังเอิญว่า ทางท่านรัฐมนตรีได้เสนอกฎหมายรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมคิดว่าท้าให้ผมนึกถึงโครงการจ้าน้าข้าวครับท่านประธาน เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีก็มามีส่วนร่วมในการช่วยดูแลโครงการจ้าน้าข้าวแล้วก็จ้าน้ามันส้าปะหลังอยู่แล้ว และถ้าท่านจริงใจจริงผมอยากให้ท่านตั้งใจฟัง แล้วก็จะเอาข้อเสนอแนะของพวกเราฝ่ายค้าน ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในการถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะปกติแล้ว เวลาโครงการรับจ้าน้าไปที่ลาน ไม่ว่าจะเป็นลานมันหรือลานข้าวที่เข้าร่วมโครงการ กับทางรัฐบาล พี่น้องจะถูกเอาเปรียบอยู่ ๓ อย่าง ก็คือถูกเอาเปรียบเรื่องความชื้น เพราะปกติแล้ว ความชื้นก็จะมีเครื่องวัดความชื้นที่เป็นมาตรฐานชั่งตวงวัดของหน่วยงานราชการ เอาเปรียบ เรื่องตาชั่งหรือน้าหนัก แล้วก็เอาเปรียบเรื่องสิ่งเจือปน ซึ่งเมื่อสักครู่ผมก็ขอบใจเพื่อนสมาชิก ที่วันนี้เราท้าหน้าที่ผู้แทนราษฎรด้วยกันครับ ถามรัฐบาลว่าเกณฑ์อะไร เอาเครื่องวัดอะไร มาวัดสิ่งเจือปน เพราะผมเจอพี่น้องเกษตรกรที่ภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา ส่งหลักฐาน มาให้เราชัดเจนว่าถูกเอาเปรียบเรื่องสิ่งเจือปนสูงถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับถ้าข้าว ๑ เกวียน ไปถึงโครงการรับจ้าน้ารัฐบาลข้าวเหลือแค่ ๗๐๐ กิโลกรัมครับ แล้วก็ผมอยากจะเล่าให้ ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีฟังเป็นฉาก ๆ แล้วถ้าท่านต้องการแก้จริง ๆ เราไปด้วยกัน ผมร่วมกับท่านเลยครับ ร่วมคณะรัฐมนตรีไปในนามของรัฐบาลก็ได้เพื่อจะไปแก้ไขปัญหา เหล่านี้ เพราะว่าปัญหาเหล่านี้มันเป็นปัญหาที่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผมย้าท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าความชื้น สิ่งเจือปน ตาชั่ง ถ้าเป็นเรื่องมันก็คือเปอร์เซ็นต์แป้งยังเป็นปัญหาอยู่ ท่านท้าโครงการรับจ้าน้ามาครบ ๑ ปีแล้ว ขณะนี้มาเป็นรอบใหม่ ปัญหาเหล่านี้ยังวนมา เหมือนเดิมครับ ที่ผมต้องบอกว่าวนมาเหมือนเดิม แม้แต่ปัจจุบันนี้ผมยังได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องเกษตรกรอยู่ ก็คือถูกโกงจากหน่วยงานก็คือโรงสี โดยที่โรงสีก็คือเอาธงของ กระทรวงพาณิชย์ไปตั้งไว้ ต้องได้รับการก้ากับดูแลจากกระทรวงพาณิชย์ ฉะนั้นถ้ามากล่าวหาว่า โรงสีโกงก็คือรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการโกงพี่น้องเกษตรกร ผมไล่ตัวแรกครับท่านประธาน เรื่องความชื้นมองผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าวิธีการวัดความชื้น ท่านประธานทราบไหมครับว่า เวลาท่านเอาหน่วยงานราชการไปตรวจ เอารัฐมนตรีไปตรวจเขาจะเอาเครื่องมาตรฐานมาวัด แต่หลังจากรัฐมนตรีไปแล้วเขาเอาเครื่องอีกแบบหนึ่งมาวัดเพราะอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเอาเฉพาะโครงการจ้าน้าข้าว เครื่องที่เป็นมาตรฐานของทางกระทรวงที่ก้าหนดไว้ มันวัดได้แค่ ๓ อย่าง ค้าว่า ๓ อย่างก็ประกอบด้วยข้าวเปลือก ข้าวสาร และข้าวกล้อง คือวัดได้แค่นี้ แต่ถ้าเวลารัฐมนตรีไปถึงเขาจะเอาชนิดนี้มาใช้ในการวัด เมื่อรัฐมนตรีกลับบ้าน เรียบร้อยแล้วมาที่กระทรวงเขาจะเอาเครื่องอีกชนิดหนึ่งมาวัด บางชนิดวัดได้ ๗ อย่าง ก็คือวัดทั้งข้าวโพด วัดทั้งถั่วเขียว วัดทั้งอะไรก็แล้วแต่พวกนี้ค่าผิดพลาดมันสูง อยากจะเรียน กับท่านประธาน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าถ้าเกษตรกรถูกโกงความชื้นไป ๑ เปอร์เซ็นต์ ของข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ที่โดยปกติแล้วภาคกลาง ภาคเหนือ แถวบ้านผมก็จะถูกตีเป็นข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์หมด รัฐบาลก้าหนดไว้ ๑๕,๐๐๐ บาทส้าหรับข้าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์เกวียนละ ๑๔,๘๐๐ บาท ถ้าถูกโกงความชื้น ๑ เปอร์เซ็นต์ของข้าวทั่วไป คือข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเกษตรกรถูกโกง ๒๒๐ บาท เราจับเงินได้แล้ว ๒๒๐ บาท ถ้าเกษตรกรความชื้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และถูกแทคติก (Tactic) ของทางโรงสีโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ รู้เห็นเป็นใจ ถูกโกงความชื้นไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับข้าว ๑ เกวียน เกษตรกรคนนั้น ถูกโกงไป ๒,๒๐๐ บาท เพราะเมื่อสักครู่ ๑ เปอร์เซ็นต์ มัน ๒๒๐ บาทต่อ ๑ เกวียน ถ้าถูกโกงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๒,๒๐๐ บาท บางคนเอาข้าวไป ๓๐ เกวียน ท่านประธานคูณไปเลยครับ คูณ ๒,๒๐๐ บาทก็ถูกโกงไปประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อ ๑ รายครับท่านประธาน ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าพวกนี้เป็นวิทยาศาสตร์ครับ ที่ผมต้องกราบเรียนว่าเป็นวิทยาศาสตร์เพราะว่ามาตรวจกี่ครั้งก็จับต้องพิสูจน์ได้ทันที แม้แต่ขณะนี้หลักฐานผมก็ยังมีครับ เพียงแต่ผมไม่คิดว่าวาระนี้จะเข้าตอนนี้ จะได้เอา หลักฐานมาให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ดู ผมจึงอยากจะบอกกับทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า โครงการจ้าน้าข้าวเป็นนโยบายของทางรัฐบาล การเอาเปรียบเรื่องความชื้นของพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคกลางยังถูกเอาเปรียบรุนแรงมาก และอยากจะเรียกร้องไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าถ้าท่านต้องการให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องเกษตรกร ผมเชื่อว่าการรื้อใบประทวนไม่ยากครับ แล้วผมจะสอนรัฐมนตรีก็ได้ว่าวิธีการดูใบประทวนว่า พี่น้องถูกโกงตัวเลขเท่าไรมันมีวิธีในการดู เพราะว่าเอกสารใบประทวนของทางราชการ มันก็จะมีใบประทวนแล้วก็ใบตาชั่ง เราเปรียบเทียบได้ครับว่าตาชั่งเวลาชั่งมาน้าหนักเท่าไร อยู่ใบประทวนมันไม่ตรงกัน เพราะว่าเวลาเขาโกงตาชั่งและโกงความชื้นมันจะมีวิธีว่าจะลด น้าหนักเท่าไร คูณตัวเลขเท่าไรเพื่อให้ได้เม็ดเงินเท่ากับบอกเกษตรกรไปวันแรก ดังนั้น ถ้าทางท่านรัฐมนตรีมีความจริงใจกับคนรากหญ้า มีความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกร ผมเชิญชวน ให้ท่านเป็นเจ้าภาพ ท่านแจ้งพวกผมครับ ผมจะมีคณะทีมงานที่ติดตามเรื่องนี้ประมาณ ๔-๕ คนช่วยกันจะไปกับท่านเลยครับ ไปตรวจใบประทวนด้วยกันแล้วก็ไม่ต้องให้ฟ้องร้อง ขึ้นศาลครับ เพราะขณะนี้ยังมีคดีที่ผมแนะน้าชาวบ้านขึ้นศาลปกครองอยู่ แล้วก็วิธีการต่อสู้ ในกระบวนการชั้นศาลปกครองนั้นชาวบ้านเขาสู้พวกท่านไม่ค่อยได้ เพราะเวลานัดทีบางครั้ง โทรศัพท์มาให้พวกผมไปด้วยเพราะผมติดประชุมสภา ถ้าเราไปดูและพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ชาวบ้านถูกเอาเปรียบผมว่าอยากให้รัฐบาลคืนเงินเหล่านี้ให้กับทางพี่น้องเกษตรกร นี่คือ ประเด็นเรื่องความชื้นแล้วก็น้าหนัก
และอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องสิ่งเจือปน ซึ่งสนับสนุนจากเพื่อนพรรคเพื่อไทย เพราะว่าพี่น้องที่อีสานเจอปัญหานี้เยอะมากครับ เหตุผลที่พี่น้องอีสานไม่เจอปัญหาเรื่องความชื้น เพราะว่าข้าวหอมมะลิของพี่น้องเกษตรกรทางอีสานเมื่อได้เกี่ยวข้าวมาแล้วมักจะตาก เวลาตากแล้ว ผมดูแล้วความชื้นก็ตกประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ ของทางรัฐบาล แต่เวลาเอาไปเข้าสู่โครงการรับจ้าน้าแล้วไม่รู้จะโกงอย่างไร เพราะโกงความชื้น ไม่ได้เนื่องจากว่าเป็นเกษตรกรท้ามาเป็นไปตามมาตรฐาน ก็โกงสิ่งเจือปน อย่างที่ผมยกตัวอย่าง บางคนเจอสิ่งเจือปน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บางคนเจอ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ บางคนเจอ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มันโกงชาวนาชัด ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเมื่อเอาร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามาย้ากับทางท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีอีกทีหนึ่งครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น ผมยินดีที่จะร่วมมือกับ ทางรัฐบาลในการไปตรวจสอบเรื่องการเอาเปรียบความชื้น การเอาเปรียบตาชั่ง แล้วก็ การเอาเปรียบสิ่งเจือปน ในขณะเดียวกันโครงการจ้าน้ามันส้าปะหลังก็คือการเอาเปรียบ เปอร์เซ็นต์แป้ง ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีเอาจริงเอาจัง ท่านประธานครับ เพราะนี่เงินมันเยอะมาก รายหนึ่ง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาทที่ถูกโกง ถ้า ๑๐๐,๐๐๐ ราย ท่านประธานเอา ๕๐,๐๐๐ คูณ ๑๐๐,๐๐๐ มันเป็นเงินที่เยอะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเอาจริงเอาจังที่จะไปตรวจ ผมพร้อมสนับสนุนที่จะร่วมมือกับทางรัฐบาลไปตรวจสิ่งเหล่านี้ และแถมอีกนิดหนึ่ง ขณะนี้ มีคดีที่ติดคาอยู่ในศาลปกครองอยู่ ๑ คดี เป็นคดีความที่ชาวนาจังหวัดพิษณุโลกร้องศาลปกครอง ในข้อหาที่องค์การคลังสินค้าเอาเปรียบตาชั่ง ผมเล่าตัวอย่างคดีให้ท่านรัฐมนตรีฟังคร่าว ๆ เผื่อเวลาจะไปสู้คดีจะได้ยอมแพ้ชนะเขาไป เงินแค่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ผมสมมุติตัวเลข แล้วกันว่าชาวนาเอาข้าวไปเข้าโครงการสมมุติชั่งตาชั่งได้ ๕,๐๐๐ กิโลกรัม ก็ประมาณ ๕ ตัน แต่เวลาออกใบประทวนเขาเหลือแค่ ๓ ตัน เท่ากับโกงเขาไป ๒ ตัน ง่าย ๆ ตรงไปตรงมาเลยครับ และขณะนี้ก้าลังอยู่ในชั้นศาลปกครอง ผมว่าคดีนี้เป็นคดีที่ขึ้นศาลปกครองที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นพี่น้องเกษตรกรอยู่ที่ต้าบลวังน้าคู้ อ้าเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ผมเป็นคนแนะน้าเขา ให้ไปร้องศาลปกครองและขณะนี้คดีนี้อยู่ในการต่อสู้คดีอยู่ ผมก็เลยคิดว่าอะไรที่มันพิสูจน์ ในทางวิทยาศาสตร์ได้ชาวบ้านเขาสู้รัฐบาลยาก เงินแค่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ผมว่ารัฐบาลก็น่าจะยอมแพ้ชาวนาไป ก็เลยขออนุญาตฝากเรียนกับท่านรัฐมนตรีนะครับ มันเป็นประโยชน์กับชาวนา ขอบคุณครับ