สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖

ธนา ชีรวินิจ อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ และมีข้อที่ไม่สบายใจหลายอย่าง เช่น ข้อ ๓ ที่ให้บรรดาการกระทำใด ๆ ของบุคคล และข้อความอันนี้โยงไปถึงการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

นี่อย่างไรครับท่านประธาน นี่อย่างไรครับความสงบเรียบร้อย นี่ละครับความปรองดอง ผมเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อสักครู่นี้มีท่านผู้ทรงเกียรติลุกขึ้นหลายท่านว่าตัวเองจะไม่ได้รับสิทธิจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเป็นวาทกรรมทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งครับ กฎหมาย เมื่อออกมาแล้วมีผลบังคับกับบุคคลทุกคน ใครจะอ้างสิทธิว่าผมจะไม่ขอรับสิทธิจากกฎหมาย ฉบับนั้นอ้างไม่ได้ครับ แล้วก็สอดคล้องกับที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าวิธีการเขียน กฎหมายอย่างนี้ครับท่านประธาน ท้ายที่สุดมันก็จะไปหลุด การกระทำในวรรคหนึ่งไม่รวมถึง การกระทำใด ๆ ของบรรดาผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหว ทางการเมืองในระยะเวลาดังกล่าว ก็ผมเห็นท่านอภิปรายท่านพูดทุกครั้งครับว่าเป็นเรื่องที่มวลชน ตัดสินใจ ท่านเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง พอเวลาท่านจะทำอะไร ท่านก็ถามมวลชนอย่างไรครับว่าจะทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็ปฏิเสธว่าท่านไม่ได้พูดนำ มวลชน และผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าถึงแม้ท่านจะลุกขึ้นยืนกลางสภาว่าท่านไม่รับ อานิสงส์จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้บังคับ ท่านได้รับอานิสงส์นี้ โดยท่านไม่สามารถปฏิเสธว่าท่านไม่ขอเข้าสู่กระบวนการจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องให้ความเสมอภาคกับคนทุกคน ทุกอาชีพ ทุกวัย ทุกส่วนของสังคม ไม่สามารถแบ่งแยกได้ครับ คนนี้รับได้ คนนี้รับไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน และนี่คือวาทกรรมทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งอย่างไรครับ ผมจะมั่นใจได้อย่างไรครับ ว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อผ่านกรรมาธิการท่านก็จะมีการแปรญัตติ ท่านเสียงข้างมากนี่ครับ ท่านจะแปรญัตติอะไรก็ได้ ขนาดเข้าสภาวันนี้ยังมีข้อความในลักษณะที่พวกเราไม่สบายใจกัน หลายอย่างท่านก็ยังกล้าเข้ามาอภิปราย วันนี้พวกผมจะหยิบยกเหตุผลมาให้ท่านได้ฟัง ท่านก็ใช้เสียงข้างมากปิดอภิปราย แล้วผมจะหวังความถูกต้องชอบธรรมจากรัฐสภาแห่งนี้ ได้อย่างไร แล้วพี่น้องประชาชนจะหวังความถูกต้องชอบธรรมจากรัฐสภาแห่งนี้ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกท่านแล้วว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตัวเองในเรื่องความผิดทางการเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องของตัวเองเป็นนักการเมือง วันนี้กล้าหาญ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองเลยครับ นักการเมืองเลยครับ ต่อไปนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด นักการเมืองทำอะไรก็ได้ เพราะเมื่อเข้าสู่อำนาจก็ออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม บ้านเมืองจะเดินกัน อย่างไรครับท่านประธาน แล้วต่อไปนี้การต่อสู้ช่วงชิงทางการเมืองก็จะรุนแรงยิ่งขึ้น จะรบราฆ่าฟัน ก็ได้ขอให้เป็นผู้ชนะ เพราะเมื่อเป็นผู้ชนะเมื่อไรก็ออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เราต้องการ ให้บ้านเมืองเดินไปอย่างนั้นหรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่านักการเมืองเราต้องมี คุณธรรมจริยธรรมเหนือกว่าคนอื่น เมื่อไรก็ตามที่ท่านเสนอในสิ่งที่ตัวเองมีผลประโยชน์ ชัดเจนท่านต้องคิดครับ ท่านต้องมีความยับยั้งชั่งใจว่าสมควรหรือไม่ วันนี้ผมไปแถลงข่าว เรื่องที่ท่านประธานทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาก็พอดีไปเจอ ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นข้อเท็จจริงชัดเจน คุณหมอเหวงครับ ไปให้แถลงข่าวก่อนหน้าผม ร้องขอความเป็นธรรม กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในคดีที่ตกเป็นจำเลยในคดีก่อการร้าย ปฏิเสธผมสิครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกแล้วอานิสงส์มันไม่ถึง แต่ถ้าดูในฐานะนักกฎหมาย คนทุกคนได้รับอานิสงส์ฉบับนี้หมดครับ เพราะเขียนไว้กว้าง ๆ และสิ่งหนึ่งที่พวกเรา ไม่สบายใจครับท่านประธาน ข้อ ๓ ให้บรรดาการกระทำใด ๆ ของบุคคล ท่านเห็นไหมครับ เขียนไว้หมดเลยครับ ไม่ว่าจะทำอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง และในวรรคสอง พวกผมไม่สบายใจครับ หรือการแสดงออกทางการเมือง ในช่วงชุมนุมทางการเมืองมีการพูดจา หมิ่นสถาบันมากมายหลายครั้ง ข้อความอันนี้โยงไปถึงการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ด้วยหรือไม่ คนที่เสนอต้องตอบที่ประชุมให้ชัดสิครับ ท่านเป็นคนนำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา ผมมีสิทธิที่จะสอบถามท่านว่าการแสดงออกทางการเมืองที่ท่านพูดถึงนี้มันรวมถึงการหมิ่น สถาบันด้วยหรือไม่ และถ้ามันรวมด้วยท่านประธานคิดหรือครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะแก้ปัญหา ของประเทศได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ฝ่ายค้านรู้สึกว่าการถูกจำกัดในการทำหน้าที่ แล้วผมก็ไม่สบายใจจริง ๆ ครับที่ท่านประธานซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเราเชื่อมั่นมาตลอดว่า จะสามารถดำรงความเป็นกลางได้ วันนี้ท่านประธานก็เปลี่ยนไปพอสมควร ผมกราบเรียน ท่านประธานจะจบแล้วครับ ท่านประธานครับ ด้วยสภาวะอย่างนี้ผมเรียนท่านว่าข้อชี้แจง ของท่านไม่สามารถที่จะทำความจริงให้ปรากฏได้ ท่านพูดว่าท่านจะเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าเกิดความสงบสุข เกิดการปรองดอง เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ตำรวจมา ในรัฐสภาก็ดี การเตรียมตัวป้องกันที่จะมีเหตุการณ์ร้ายก็ดี หรือการยับยั้งการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านก็ดี รวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ประชาชนมีความรู้สึกว่า