สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเสนอญัตติเพื่อเลื่อน ระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความแตกแยกของกลุ่มคนเสื้อแดง และการนำความแตกแยกนั้นเข้ามาสู่รัฐสภา นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการนิรโทษกรรมที่เสนอ โดยกล่าวว่าประชาชนที่ถูกจำคุกอยู่แล้วพ้นโทษไปหมดแล้ว และการนิรโทษกรรมที่เสนอเป็นความเท็จและแถลงความเท็จต่อรัฐสภา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่ากระผมไม่เห็นด้วยที่จะมีการเสนอญัตติเพื่อเลื่อน ระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่กระผมไม่เห็นด้วยว่าให้มีการเลื่อนระเบียบวาระนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าผมยังไม่เห็นถึงเหตุผลของความเร่งด่วนของการเลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้แล้ว เมื่อเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้แล้วนะครับ ทำไมท่านนำเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนล่ะครับ เพราะอย่างไรเสียในสมัยประชุมนี้ผมก็ทราบว่าจะไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ในสมัยประชุม ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะคาดหมายได้ว่าที่นำเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนเพราะต้องยอมรับความจริงว่า มีความแตกแยกกันในบรรดาหมู่ของผู้ที่สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ผมจำเป็นต้องกล่าวความจริงกับท่านประธานครับ ถ้าในสภาแห่งนี้เราไม่พูดความจริงกัน ทุกอย่างมันก็ไม่ยุติหรอกครับ เขาพูดกันว่ามีคนเสื้อแดงกลับใจ เขาพูดกันว่าคนเสื้อแดงนั้น เริ่มแตกแถวกันครับ มันมีสิ่งเดียวที่จะทำให้คนเสื้อแดงไม่แตกแถว มีสิ่งเดียวที่จะทำให้ คนเสื้อแดงไม่กลับใจก็พยายามล่อคนเสื้อแดงไว้ว่ามีรางวัลหรือมีสิ่งอื่นที่จะมาตอบแทนคนเสื้อแดง นี่คือความแตกแยกของกลุ่มคนของท่านแล้วครับ แล้วนำความแตกแยกนั้นเข้ามาสู่รัฐสภา นำความแตกแยกนั้นเข้ามาสู่ประเทศนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลามีการเสนอร่างกฎหมาย นิรโทษกรรม ท่านสมาชิกหลายท่านยืนขึ้นและบอกว่าสงสารประชาชนเถอะ ประชาชน ถูกจำคุกอยู่ ติดคุกอยู่ การติดคุกหรือจำคุกวันเดียวก็เป็นความทุกข์ของประชาชน แล้วบอก สมาชิกแห่งรัฐสภานี้ว่าได้โปรดนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ผมถามผู้ที่เลื่อนและผู้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ยืนขึ้นอย่างลูกผู้ชายและพูดสิครับว่าประชาชนที่ท่านต้องการ นิรโทษกรรมให้นั้นคือใครครับ ใครล่ะครับ ถ้าถามผมผมก็ฟังตามที่ท่านเคยพูดนะครับ ท่านบอกว่าต้องนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่มาชุมนุมในทางการเมือง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงต่อไปว่าประชาชนที่มาชุมนุมโดยฝ่าฝืนพระราชกำหนดบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นผมไปดูมาหมดแล้วครับ เวลาเขามีการจับกุมประชาชนที่มาชุมนุม โดยฝ่าฝืน พ.ร.ก. นั้นว่าศาลจำคุกเท่าไร ท่านประธานทราบนะครับ การมาชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก. นั้นศาลจำคุก ๖ เดือน ๘ เดือน แล้วก็ ๑ ปี ไม่เคยมีการจำคุกผู้ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. เกิน ๑ ปีเลยครับ มีการจำคุก ๑ ปีเต็มที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนั้นที่จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุดรธานี แม้ในกรุงเทพมหานครก็จำคุกประมาณ ๖ เดือน ถึง ๘ เดือนเท่านั้นละครับ และจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าประชาชนที่มาชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก. นั้นเขาฝ่าฝืน พ.ร.ก. เมื่อไรครับ ประชาชนมาชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก. เมื่อปี ๒๕๕๓ ครับ นี่ล่วงเข้า ปี ๒๕๕๖ แล้วครับ ที่ศาลจำคุกสูงสุด ๑ ปี วันนี้คนที่มาฝ่าฝืนเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้นพ้นโทษ ไปหมดแล้วครับ ท่านอย่ายืนขึ้นแล้วบอกว่ามานิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่มาชุมนุม โดยฝ่าฝืนพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนะครับ เพราะท่านกำลัง โกหกต่อรัฐสภาแห่งนี้ครับ ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ผมยืนยัน กับท่านประธานว่าวันนี้ไม่มีใครถูกจำคุกอยู่แล้วครับ พ้นโทษไปหมดแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจะมากล่าวอ้างว่าขอนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. อยู่เลยครับ เพราะมันเป็นความเท็จและเป็นการแถลงความเท็จต่อรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมก็ต้องถามต่อละครับว่าแล้วจริง ๆ ท่านเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้กับใครล่ะครับ มีคนหลายคนในสภาแห่งนี้ยืนขึ้นแล้วขอให้เลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมละอายครับ ผมผิดหวัง ท่านไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอกครับ บังเอิญคนที่ยืนขึ้นในสภาแห่งนี้แล้วขอให้สภาพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้เป็นผู้ที่ถูกฟ้องอยู่ในคดีก่อการร้ายครับ ท่านไม่ใช่ลูกผู้ชายครับ ท่านกล้าทำผิด ทำไมไม่กล้ารับสารภาพล่ะครับ ทำไมท่านไม่กล้าเดินเข้าไปพิสูจน์ความผิดความถูก ในศาลยุติธรรมล่ะครับ ศาลยุติธรรมของประเทศนี้ไม่ได้ตั้งมาโดยคณะรัฐประหาร หรือผู้ยึดอำนาจครับ ท่านมีเหตุผลอะไรล่ะครับ