สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖

วรชัย เหมะ หารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยและขอออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชนทุกสีเสื้อเพื่อความสงบของประเทศ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ พี่น้องคนไทย ได้รบราฆ่าฟันกันเองมาระยะเวลา ๓ ปีครับ นี่คือความขัดแย้ง นี่คือปัญหาของประเทศชาติ ท่านเห็นไหมว่าหลายประเทศทั่วโลกเขาลดความขัดแย้ง หลายประเทศทั่วโลกมีความคิดเห็น ขัดแย้งทางการเมือง เขาพยายามที่จะลดความขัดแย้ง แม้แต่ประเทศพม่าครับ เป็นต้นแบบ ของประเทศที่เป็นเผด็จการครับท่านประธาน ผลที่สุดประเทศนั้นมันไปไม่ได้ ก็ต้องมีประชาธิปไตย มีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทั้งหมด วันนี้เราจะเห็นว่าพอประเทศพม่าลดความขัดแย้ง มีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทั้งหมด วันนี้เราจะเห็นว่าพอประเทศพม่าลดความขัดแย้งทางการเมือง เขาสามารถพัฒนาประเทศ ได้ทันทีครับท่านประธาน นี่คือเหตุผลหนึ่ง การยึดอำนาจของประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๔๙ ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศเริ่มมีการขัดแย้งเพิ่มขึ้น ขัดแย้งตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงระดับประเทศครับ นี่คือปัญหาของประเทศ รัฐบาล ซีกหนึ่งขึ้นมาบริหารประเทศก็ถูกประชาชนอีกซีกหนึ่งมาขับไล่ชุมนุมประท้วง พอรัฐบาล อีกซีกหนึ่งมาเป็นรัฐบาล ก็อีกซีกหนึ่งขึ้นมาขับไล่ประท้วง จะให้ประเทศมีความขัดแย้ง อย่างนี้หรือครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราต้องลดความขัดแย้งของประเทศ ความคิดเห็น ทางการเมืองนั้นมันมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ทุกประเทศ แต่ว่า ต้องเป็นไปตามวิถีในระบบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นประเทศไทยมีความขัดแย้งหลังจาก มีการยึดอำนาจ นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงของประเทศครับท่านประธาน ผลที่สุดประเทศไทยไม่สงบ ผลที่สุดการพัฒนาประเทศมันเดินไปข้างหน้าไม่ได้จริง ๆ ครับ เราเห็นอยู่ติดกับดัก ความขัดแย้ง ๒ กลุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าประเทศมีความขัดแย้งอย่างนี้ประเทศจะดำรง ไปเป็นประเทศได้อย่างไร เรามีวิธีแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาของคน ๒ กลุ่ม เป็นการต่อสู้ทางการเมืองครับ เป็นการต่อสู้ทางความคิด และพัฒนาไปถึงขั้นที่มีการปะทะกัน ๒ กลุ่ม การทำผิดกฎหมายทั้ง ๒ กลุ่ม สาเหตุมาจากความคิดทางการเมืองที่ต่างกัน นี่คือ ความเป็นจริง เพราะฉะนั้นการกระทำของ ๒ กลุ่มนั้นเกิดจากการกระทำที่มีความคิด ทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน มีการต่อสู้กันบ้าง มีการปะทะกันบ้างทั้ง ๒ ซีกรัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นจึงมีคดีความของทั้ง ๒ ซีก ทั้งเสื้อสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีอะไรก็ตามครับ มีคดีติดตัวเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นเราบอกว่าคนที่ติดคุกคดีทางการเมือง ในวันนี้เขามีความคิด ทางการเมือง เพราะฉะนั้นญาติพี่น้อง ญาติมิตรทุกคนรักลูก รักเพื่อน รักพ้อง ต้องการให้ ญาติมิตรของตัวเองนั้นหลุดพ้นจากคดีทางการเมือง ท่านประธานครับ วันนี้เราจะเห็นครับว่า การออกร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของผมนั้นผมไม่ได้คิดถึงคนกลุ่มใดครับ คิดถึงพี่น้องประชาชน จริง ๆ ที่เดือดร้อน คนไทยทุกคนทุกสีเสื้อครับ แม้แต่กลุ่มพันธมิตร วันนี้ท่านมีข้อหา หลายคดีครับ โดยเฉพาะคดีหนัก ๆ ทั้งนั้น รุนแรงทั้งนั้น แล้ววันนี้กลุ่มพันธมิตรเขาก็ไม่ได้ออกมา คัดค้านครับ เพราะเราบอกว่าเรานิรโทษกรรมพวกท่านด้วยที่ทำผิดคดีทางการเมือง แล้วก็ต่อเนื่องครับ เช่นคดียึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ยึดเอ็นบีที (NBT) เรานิรโทษกรรม ทุกสีเสื้อ เราไม่ได้แบ่งแยกชนชั้น เราไม่ได้แบ่งแยกกลุ่มสี เราต้องการนิรโทษกรรมทุกคน ทุกสีเสื้อ เพื่อความสงบของประเทศครับ ถ้าประเทศใดมีความสงบ ประเทศใดเป็นประชาธิปไตย ประเทศนั้นก็สามารถพัฒนาประเทศได้ เราเห็นหลายประเทศครับ ประเทศที่มีความสงบ ที่นิ่งทางการเมืองประเทศนั้น ท่านประธานครับ เขาก็พัฒนาประเทศเจริญรุ่งเรือง ประชาชน มีความสุข ประชาชนรักกัน รักใคร่ เราจะเห็นว่าในการชุมนุมของประเทศในช่วงหนึ่งเราจะเห็นว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหายไปเลยครับ นักลงทุนจากต่างประเทศหายไปเลย ความเชื่อมั่นของประเทศหายไปเลยครับ ชัดเจนครับ ท่านประธาน สนามบินสุวรรณภูมิบ้านผมในการชุมนุมสมัยนั้นนักท่องเที่ยวมี ๓๘ ล้านคน วันนี้ประเทศสงบนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง ๕๘ ล้านคน นี่คือความสงบของประเทศ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ขอร้องฝ่ายค้านครับ ขอเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ติดคุก คนติดคุกแม้แต่วินาทีเดียวครับ ท่านประธานเขาก็ไม่มีความสุขหรอกครับ ถ้าท่านไม่เคยติดคุกท่านลองไปติดดูสิครับว่า มันจะเดือดร้อนขนาดไหน การติดคุกลำบากขนาดไหน จำกัดสิทธิเสรีภาพมันหนักหนาสาหัส ขาดลูก ขาดเมีย ขาดครอบครัว ใครไม่ได้ติดคุกจะไม่รู้หรอกครับว่ามันยากลำบากแสนสาหัส จริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอเถอะ ขอให้ร่วมแรงร่วมใจนับหนึ่งประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าโดยการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชนทุกสีเสื้อ ขอบคุณท่านประธานครับ