สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือเรื่องการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่ง ครูผู้ช่วย และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาเรียนตอบกระทู้ถามของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เรื่องการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ในวันนี้ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ซึ่งท่านเองเคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านให้ความห่วงใย ผมขอชื่นชมในความมีสปิริต (Spirit) ของความเป็นครูที่ท่านห่วงใยต่อพี่น้องครูนะครับ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นอาจจะมีผลต่อภาพลักษณ์ ของข้าราชการครูและอาจจะมีผลกระทบต่อเด็กซึ่งเป็นความหวังของชาติและแผ่นดิน กราบเรียนท่านว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ได้ประกาศนโยบายที่ชัดเจนนะครับว่ามุ่งมั่นที่จะปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ในภาครัฐบาลอย่างจริงจังนะครับ โดยเฉพาะการซื้อขายตำแหน่งต่าง ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือครูของเรา รวมทั้งนโยบายในการปลดหนี้สินครู และการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงใหญ่มีข้าราชการหลากหลาย แล้วก็มี หลายเรื่องที่พบไม่ค่อยจะชอบมาพากลเท่าที่ควรนะครับ แล้วก็มีการตรวจสอบเข้ามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อนรัฐบาลนี้ก็มีในเรื่องของเอสพี ๒ (SP2) อันนี้ก็เป็นเรื่องก็ว่ากันไป แต่มาถึงในยุคนี้เรียนท่านว่าไม่ว่าจะการรับเด็กนักเรียนซึ่งเมื่อสักครู่ท่านกรุณายกประเด็น ขึ้นมานั้น หรือการจัดหาแท็บเล็ตในปี ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้ก็ใกล้เข้ามาแล้วที่จะจัดซื้อ ถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ เครื่องนั้น ก็เรียนท่านว่าได้ดำเนินตามขั้นตอน ส่วนเรื่องแท็บเล็ตนั้น กระผมก็ดูอย่างใกล้ชิด คราวนี้ก็เป็นเรื่องของรอบที่ ๒ ที่จะเกลี่ยจ่ายให้เด็กทั้งหลาย ได้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนที่ตนพึงประสงค์มากที่สุดก่อน ส่วนแท็บเล็ตนั้นเรียนกับท่านว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลมุ่งที่จะทำบุญกับเด็ก เพราะฉะนั้นทุกขั้นตอนของการจัดหาจัดซื้อนั้น ได้ทำอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อจะได้ของที่มีคุณภาพครับ เป็นการทำบุญกับเด็กนะครับ ดังนั้นอยากจะเรียนท่านว่าในเรื่องของการสอบครูผู้ช่วยซึ่งมีการทุจริตครั้งนี้นั้น อยากจะเรียน ท่านว่ามันมีเป็นขบวนการ ท่านที่เคารพครับ ขบวนการนี้เป็นขบวนการที่มีการเชื่อมโยง มีเครือข่ายที่กว้างขวาง มีการกระทำที่ทุจริตการสอบครั้งนี้มีจริง แล้วก็คาดว่ามีอยู่ถึง ๖๙ จังหวัด ในเขตพื้นที่การศึกษาถึง ๑๒๙ เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งดีเอสไอสรุปชัดเจนว่าเป็นการกระทำการทุจริตที่มีการเชื่อมโยงจากส่วนกลาง ไปยังเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนภูมิภาคและผู้เข้าร่วมการทุจริตอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งเรียนได้ว่าส่วนใหญ่เกิดในภาคอีสานก่อนนะครับ ในพื้นที่แถว ๆ โคราช จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น แล้วก็ตระเวนทั่วไปในพื้นที่ภาคอีสานนะครับ เห็นได้จากการจัดคนลงสมัครสอบ ทางคณะกรรมการสืบสวนของกระทรวงก็ดี หรือดีเอสไอก็ตามนั้น สรุปเป็นที่น่าเชื่อถือว่า การทุจริตนี้น่าจะมีมาก่อนการสมัครสอบด้วยซ้ำไป เริ่มมาตั้งแต่รู้ว่าการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ มีว่างทั้งหมด ๒,๔๐๐ กว่าตำแหน่ง มีที่เขตไหน กี่คน เป็นวิชาเอกอย่างไร เพราะฉะนั้น ขบวนการนี้ก็เริ่มตั้งแต่เปิดรับสมัครเมื่อต้นเดือนธันวาคมก็ดี หรือในช่วงปลายเดือนธันวาคมก็ดี จัดคนลงอย่างลงตัวไม่ซ้ำซ้อนกัน ส่วนใหญ่ไปจากภาคอีสาน แล้วในภาคอีสานนั้นจัดลงแล้ว ไม่เพียงพอ จึงไปลงแม้กระทั่งภาคใต้ที่จังหวัดสตูลก็มี จังหวัดนราธิวาสก็มี ภาคเหนือ แม้กระทั่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนภาคกลางนั้นใกล้กับภาคอีสานก็จะมีขบวนการนี้นำคนเข้ามา สมัครสอบในพื้นที่อื่น ๆ สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่าขบวนการตรงนี้น่าจะมีการเชื่อมโยง แล้วผู้ที่ เข้าร่วมขบวนการมีความมั่นใจครับ ถ้าเขาไม่มั่นใจนั้นเขาคงไม่กล้าที่จะไปสมัครสอบ นอกเขตพื้นที่ที่ตนเคยเป็นครูลูกจ้างอยู่ก่อน เพราะการไปสอบนอกเขตนั้นนอกเขตแต่ในจังหวัด ยังต้องถูกปรับลดคะแนนในการประเมินส่วนบุคคล คือภาค ข ไป ๒ คะแนนแล้ว ถ้ายิ่งอยู่ นอกเขตหรือนอกจังหวัดด้วยก็จะถูกตัดลดไป ๔ คะแนน ซึ่งบางคนไปสอบอย่างที่ ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ไปใต้สุด เหนือสุด สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นการบ่งบอกว่ามีการเชื่อมโยง แล้วผู้ร่วมขบวนการก็ดี แล้วก็ครูผู้เข้าสอบนั้นเชื่อมั่นว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการที่เขาเชื่อว่า ทำได้สำเร็จ เรียนท่านว่าประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านก็คือการสอบครั้งนี้สอบเมื่อ วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ผมเองก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาก่อน เพราะว่าได้ข่าวในเชิงลึก มาโดยตลอดว่าการสอบในครั้งก่อน ๆ ก็มีวิธีนี้ในการสอบทุจริต มีการทุจริตเข้ามาหลายครั้ง จนมาถึงท่านรัฐมนตรีสุชาติท่านบอกว่าควรจะมาสอบส่วนกลาง ก็เลยปรับมาเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้มีข่าวไม่ค่อยดีตลอด ผมเองก็ได้เรียนให้ท่านเลขาธิการ สพฐ. ก็ดี ท่านรอง หรือผู้ใหญ่บอกไปดูหน่อยเพราะมีข่าวว่าน่าจะมีการทุจริตในพื้นที่ทางภาคอีสาน ก็มอบหมายให้ไป แต่ว่าท่านไปแล้วท่านไม่สามารถจะได้ข้อมูลตรงนี้กลับมา ท่านบอกว่าไม่มีการทุจริตใด ๆ เกิดขึ้นนะครับ ก็เลยอยากจะเรียนท่านว่าจากข้อมูลหรือเบาะแสทั้งหลายที่มุ่งตรงเข้ามาที่ กระทรวงนั้นส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่เขาสอบไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เข้าขบวนการ ไม่ได้เสียเงิน เพราะเขาพูดชัดเจนว่าการสอบครั้งนี้ไม่ได้ใช้ความสามารถ คนมีเงินถึงจะสอบได้ จึงเป็นเรื่อง ที่สะเทือนใจต่อรัฐบาล ต่อรัฐมนตรีว่าการและตัวกระผมที่จะต้องมุ่งมั่นมาทำเรื่องนี้ เรียนว่า ข้อมูลทั้งหลายที่จะเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติได้รับทราบก็คือกระผมได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งตั้งคนของกระทรวงศึกษาธิการออกไปสอบได้ประมาณ ๑๐ วัน ก็ได้ข้อมูลขึ้นมา ค่อนข้างจะชัดว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กระผมก็ได้นำเรื่องนี้เสนอให้ดีเอสไอเพราะว่า เป็นมือสอบสวนอาชีพ มีอำนาจที่กว้างขวาง แล้วก็มีเครื่องไม้เครื่องมือ อีกอย่างหนึ่งก็มุ่งที่จะให้บุคคลนอกหน่วยมาช่วยกันดูให้เกิดความถูกต้องชอบธรรมจึงได้ส่ง เรื่องเหล่านี้ให้กับดีเอสไอในการตรวจสอบ ในระหว่างที่ทำการสืบนั้นทั้งส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการเองก็ดี หรือทั้งดีเอสไอก็ตามนั้น ก็ปรากฏที่ชัดเจนว่าการสอบครั้งนี้ มีวิธีการใช้ในกระบวนการทุจริตอยู่ ๓ รูปแบบ สิ่งแรกนั้นก็คือเตรียมหาคน อันที่ ๒ ก็มีการเปิดติว การติวก็คือเอาผู้ที่เสียเงินคนละ ๗,๐๐๐ บาทนั้นมาติว ติวเพื่อให้รู้การรับสัญญาณ เมื่อเข้าห้องสอบแล้วจะส่งสัญญาณบอกรหัสเป็นข้อเพื่อจะได้กาได้ถูกต้องส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง ก็ได้โพยเข้าไป โพยคือเฉลยคำตอบ ไม่ใช่ตัวข้อสอบ เป็นเฉลยคำตอบ ส่วนหนึ่งก็มีการสมัครสอบ ๒ แห่ง แห่งหนึ่งก็ตัวจริงไปสอบ อีกแห่งหนึ่งก็ขบวนการเมื่อตัวจริงไปสมัครแห่งที่ ๒ ก็ส่งใบสมัครนี้ให้ตัวปลอมเข้าไปสอบแทนเพื่อไปทำอะไร ไปบอกสัญญาณให้กับคนข้างเคียง จะเป็นกระซิบหรือวิธีไหนนั้นคงจะมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ตรงนี้ก็กราบเรียนท่านว่ามีวิธีการ ที่ชัดเจนอยู่ ๓ วิธีการ ผลที่ออกมานั้นก็อยากจะเรียนท่านว่าจากการตรวจสอบในระดับหนึ่ง ขณะนี้ผมเองก็ได้อายัดผลการสอบต่าง ๆ แล้วก็เปิดเพื่อที่จะให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเอาข้อมูล มาใช้ประโยชน์ในการสอบ ปรากฏว่าคนสอบที่ได้คะแนน ๑๙๙ คะแนน จาก ๒๐๐ คะแนน จำนวนมากทีเดียว คนที่ได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมี ๕๐๔ คน ขณะนี้กำลังเอากระดาษคำตอบ ส่งไปให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ซึ่งเขามีหน้าที่ในการที่จะประกาศยกเลิกผลการสอบหรือไม่ เพราะเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. ผมก็รีบส่งไปให้ แล้วกำลังเร่งที่จะสอบว่าสาเหตุของข้อสอบรั่ว หรือตัวเฉลยรั่วมันรั่วจากตรงไหน อย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งรัดในการสอบ ก็กราบเรียนท่านว่า โดยทั่วไปของการสอบผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เขาบอกว่าคนที่ได้คะแนนจาก ๒๐๐ คะแนน จะได้สัก ๑๔๐-๑๖๐ คะแนน ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถ แต่นี่ชัดเจนว่าได้ ๑๙๙ คะแนนลงมา จนถึงได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๕๐๔ คน ก็อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบอย่างเข้มงวด แล้วก็อย่างเร่งรีบ มีสิ่งหนึ่งที่เรากำลังเร่งที่จะตรวจสอบให้ได้ข้อชัดเจนในการที่จะดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการอย่างอื่นต่อไป ก็มีหลาย ๆ อย่างที่คณะกรรมการสืบก็ดี คณะกรรมการสอบสวน คือดีเอสไอที่สรุปขึ้นมานั้นก็มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทั้งส่วนกลาง ในส่วนภูมิภาค หรือผู้เข้าสอบ