เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี และเรียกร้องให้ทบทวนและปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติให้ดีขึ้น และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากเป็นร่างที่สมบูรณ์และเป็นแบบอย่าง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อ้าเภอล้าลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ถึงแม้ว่ากระผมมิใช่ ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ตาม แต่ในประสบการณ์ของผมนั้นมีส่วนได้ส่วนเสีย โดยตรงกับ ๒ มหาวิทยาลัยของไทย กล่าวคือ ๑. เป็นลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ๒. เป็นอาจารย์ผู้สอนและเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยนั้นมีหลักการ ส้าคัญก็คือ เรื่องของวัตถุประสงค์ หรือหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่ใกล้เคียงกันอยู่ ๔ ด้าน ด้วยกัน
๑. มหาวิทยาลัยนั้นมีหน้าที่ในการสอน เพราะว่าทุกมหาวิทยาลัยนั้นจะต้องมี นักศึกษา
๒. มหาวิทยาลัยจะต้องวิจัย สร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ให้กับประเทศชาติ
๓. มหาวิทยาลัยนั้นจะต้องให้บริการทางวิชาการ วิชาชีพแก่สังคม
๔. มหาวิทยาลัยจะต้องท้านุบ้ารุงสนับสนุนศาสนา ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม ของชาติ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนเห็นด้วยในการเป็น มหาวิทยาลัยในก้ากับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้
ประการที่ ๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม เป็นมหาวิทยาลัยชั้นน้าของประเทศ เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับของเอเชียและของโลกด้วย เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมทางวิชาการ เป็นหลักของประเทศชาติมาช้านาน
ประการที่ ๒ ผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็คือ เป็นมหาวิทยาลัยที่จะเป็นโมเดล (Model) หรือว่าเป็นรูปแบบอย่างแท้จริงของมหาวิทยาลัย ที่ก้าลังจะทยอยขอเป็นมหาวิทยาลัยในก้ากับกันเป็นจ้านวนมากในขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นยังไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมทางวิชาการ แต่ต้องการที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบก็เพื่อที่จะหารายได้ทุกรูปแบบ อย่างเช่น เปิดคณะต่าง ๆ เปิดวิทยาเขต ท้าเอ็มโอยู (MOU) กับโรงเรียนรับจ้านวนนักศึกษาเข้ามา เยอะ ๆ เปิดสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อหารายได้เข้ามหาวิทยาลัยให้ได้จ้านวนมาก แล้วก็ใช้เงิน ที่ได้มานั้นอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่เกิดประโยชน์ต่อวงวิชาการของชาติ เพียงแค่ให้มหาวิทยาลัย เป็นที่ท้ามาหากินของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ประการที่ ๓ ที่ผมเห็นด้วย จะได้มีโอกาสทบทวนกฎหมายอันที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ และปรัชญาให้กับประเทศชาติ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หัวใจส้าคัญที่เป็นสาระหรือเป็นหัวใจส้าคัญ ของพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยนั้นก็คือ มาตราว่าด้วยสภามหาวิทยาลัย มาตรานี้จะมีรายละเอียดของการก้าหนดองค์ประกอบของสภา ซึ่งก็ประกอบไปด้วย ๑. นายกสภามหาวิทยาลัย ๒. กรรมการสภาโดยต้าแหน่ง ๓. กรรมการสภาจากตัวแทน ของคณาจารย์ และ ๔. กรรมการสภาจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาตราที่ว่าด้วยการให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดซึ่งมีอ้านาจมาก ก้าหนดความเป็น ความตายของอาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง นักศึกษา และผู้ปกครองทั้งมวล หากอธิการบดีไม่มีจรรยาบรรณเขาเหล่านี้ก็จะมีความทุกข์ร้อน มาตราที่ว่าด้วยวาระ การด้ารงต้าแหน่งของสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ จะได้มีเวลาทบทวนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในก้ากับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วจะได้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในก้ากับที่ดี และจะได้เป็นแม่แบบที่มีคุณภาพของ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในก้ากับของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะเสนอเข้าสภาแห่งนี้ เรื่อย ๆ อีกหลายมหาวิทยาลัยตามมา
สุดท้ายครับ ผมขอให้ข้อสังเกตว่าขอให้การน้าเสนอร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยในก้ากับเพื่อให้มหาวิทยาลัยได้กฎหมายออกไปแล้วได้ท้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ๔ ประการ คือ ๑. สอนลูกศิษย์แล้วให้ลูกศิษย์เก่งขึ้น ๒. ได้ท้าวิจัย ได้สร้างองค์ความรู้ ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสังคมไทย ๓. ได้รับใช้บริการทางวิชาการแก่ประชาชนให้ได้ อย่างแท้จริง และ ๔. ได้ท้านุบ้ารุงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติอย่างแท้จริง อย่าเพียงว่า อธิการบดีที่มีวาระด้ารงต้าแหน่งครบ ๒ วาระติดต่อกันแล้วมาเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ในก้ากับแล้วนับวาระการด้ารงต้าแหน่งของตัวเองใหม่ได้อีก ๒ วาระติดต่อกันเพื่อให้ ตัวผู้เสนอกฎหมายนั้นได้เป็นอธิการบดีต่ออีก ๖-๘ ปีแล้วแต่วาระ เนื่องจากว่ามหาวิทยาลัยเดิม กับมหาวิทยาลัยในก้ากับใหม่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเดียวกันจึงสามารถเป็นอธิการบดีติดต่อกันได้อีก ๒ สมัย ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในก้ากับฉบับนี้ เพราะเป็นร่างพระราชบัญญัติที่สมบูรณ์ จะเป็นแบบอย่างของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ในก้ากับอื่น ๆ ต่อไป และที่ส้าคัญอธิการบดีคนเดิมนั้นได้อยู่ครบ ๒ วาระไปแล้ว การเสนอ กฎหมายฉบับนี้คงมิใช่เพื่อตัวอธิการบดีเอง ขอกราบขอบพระคุณครับ