เหวง โตจิราการ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาความแตกต่างของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาห้องสมุดกลางและกองทุนสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาไม่มาก ทั้งนี้เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติจ้านวนมาก ได้อภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์มากมายเหลือเกินแล้วนะครับ ผมเห็นด้วยเกือบ ๆ จะทุกประเด็น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานแค่สัก ๒-๓ ประเด็น ที่ผมคิดว่ายังมีเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้ พูดถึงนะครับ
ข้อแรก ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าผมเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับหลักการ หลักการเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานซ้าอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าครั้งที่แล้ว ตอนที่ผมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกนอกระบบนี้ ผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับ ทีนี้ผมต้องกราบเรียนอีกครั้งหนึ่ง คือในเรื่อง การออกนอกระบบนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัว และท้าให้การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วก็ จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษานี้ค้านึงถึงหลักความเป็นอิสระ และสามารถพัฒนาระบบบริหาร และความเป็นเลิศทางวิชาการ ตรงนี้เป็นภาษาที่สวยหรูครับท่านประธาน และหากว่า ท่านประธานโปรดพิจารณาดูนะครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างที่ผ่านเรามานะครับ ไม่ว่าจะเป็นของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตก็ดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ดี ที่เราก้าลังพิจารณา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ดี ท่านประธานครับ ผมแปลกใจมาก คล้ายคลึงกันมากเลยนะครับ อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่ไม่กี่บรรทัด ไม่กี่ตัวอักษร ถ้าอย่างนั้นมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรครับ แล้วเราลบเลือนลักษณะเฉพาะของเขาไปเสียสิ้นแล้วฉะนั้นหรือ แต่ละมหาวิทยาลัยเขาก็จะมีลักษณะเฉพาะของเขา ลักษณะเด่นของเขาแต่ละแห่ง อย่างครั้งที่แล้วผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้ ผมไม่อยากจะให้ลืมเลือนลักษณะเฉพาะ ลักษณะเด่นของตัวเอง แล้วผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าประเทศนี้ต้องพึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ ในเรื่องการวิจัย ค้นคว้าทางด้านการเกษตรของประเทศไทย เพราะไม่รู้จะไปพึ่งใครนะครับ ต้องพึ่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ เราจะไปพึ่งเมืองนอกก็ไม่ได้ครับเพราะว่าเขาไม่รู้จัก ประเทศไทย มีแต่คนไทยเท่านั้นถึงจะรู้จักประเทศไทย ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธาน ก้าวไปเท้าความถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สักนิดหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่าง ที่ชัดเจนนะครับ เพราะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขาจะรู้จักพืชของประเทศไทย รู้จักต้นไม้ บนดินในป่าเขาล้าเนาไพร รวมทั้งพืชต่าง ๆ ในทะเล และรวมทั้งสัตว์บกและสัตว์น้า สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่า เป็นต้น แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้ถูกทอดทิ้งหรือละเลยไปอย่างน่าใจหายนะครับ เพราะผมยังไม่เห็นผลงานวิจัยที่เลิศในเรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน อาจจะ เกิดขึ้นเนื่องจากว่าแต่ละแห่งละเลยสิ่งนี้ไปหรือเปล่าผมไม่ทราบได้ ดังนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับ ในตอนที่จะต้องอภิปรายเรื่องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมต้องขอสงวนสิทธิในการที่จะพูดถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สักเล็กน้อยเพื่อที่ผม ไม่ต้องการจะให้ พ.ร.บ. ออกนอกระบบเกือบจะทุกฉบับคล้ายคลึงกันหมดเลย ถ้าเช่นนั้น ท้าไมจะต้องร่างหลายฉบับครับ เราก็ร่างเสียฉบับเดียวแล้วก็เขียนหมายเลขไปไม่ดีกว่าหรือครับ ที่เราร่างหลาย ๆ ฉบับแล้วก็มีการระบุชื่อลงไปนั่นย่อมหมายความว่าแต่ละแห่งต้องมี ความแตกต่างกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีอัตลักษณ์ของตัวเองเฉพาะนะครับ ดังนั้นในกรณีของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ข้อแรกนะครับท่านประธาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีลักษณะแตกต่าง ไปจากมหาวิทยาลัยอื่นพอสมควร นั่นก็คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดขึ้นจากการก่อตั้ง ของท่านผู้ประศาสน์การก็คือท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ แล้วท่านก็ตั้งใจในการที่จะตั้งชื่อว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แต่ก็ปรากฏว่าท่านประสงค์ที่อยากจะให้ประเทศไทย มีความแข็งแกร่งในเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้น มี ๒ เรื่องนะครับท่านประธาน คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก ที่เป็นตลาดวิชาหรือเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ดังนั้นในวันนี้ผมดูแล้วถ้าจะมีก็อาจจะเป็น มหาวิทยาลัยรามค้าแหง หรือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อย่างไรก็ดีผมไม่อยากจะให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ละเลยสิ่งนี้ของตัวเองไปนะครับ มีหนทางใดหรือไม่ที่จะท้าให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์น้าเอาความเป็นตลาดวิชาของตัวเองแล้วก็เป็นมหาวิทยาลัยเปิดของตัวเอง กลับคืนมา ข้อต่อมาท่านอาจารย์ปรีดีตั้งใจเลยนะครับในการที่จะให้การศึกษาทางการเมือง กับประชาชนทั้งประเทศเพื่อให้เข้าใจระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข และท่านก็ตั้งใจในการที่จะคิดชื่อครับ ค้าว่า ธรรมศาสตร์ มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก ก็คือศาสตร์แห่งธรรมะ แต่ท่านเติมค้าว่า และการเมือง เข้าไปด้วย แปลว่า การเมืองต้อง ประกอบด้วยธรรมะครับ ดังนั้นท่านก็เลยใช้ค้าว่า ธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อเป็นอย่างนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่อภิปรายยาวนะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีครับ หรือว่าถ้าเรามีคณะกรรมาธิการได้โปรดกรุณาเติมลงไปในมาตรา ๑ ได้ไหมครับว่า เป็นพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
ข้อที่ ๒ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับว่าผมอยากเห็นมหาวิทยาลัย แต่ละแห่ง สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งมีความล้าเลิศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง อย่างเช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ถ้าหากว่าพูดถึงมหาวิทยาลัยมหิดล ของผม ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าควรจะต้องมีความล้าเลิศทางด้านวิชาแพทยศาสตร์ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิชาทางการแพทย์เป็นต้นนะครับ ไม่อย่างนั้นแต่ละแห่งจะแยกกันไม่ออกเลย ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพด้วยนะครับว่าดูทิศทางต่อไปในอนาคตแต่ละ มหาวิทยาลัยเขาก็อยากจะมีสาขาวิชาให้ครบทุกด้านนะครับ อย่างเช่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาพยายามที่จะมีคณะแพทยศาสตร์ขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นมันจะมีความแตกต่างอะไรกันครับ ระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยรามค้าแหง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มันก็ไม่มีความแตกต่างอะไรกัน เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่า แต่ละสถาบันอุดมศึกษาเขาประสงค์ที่อยากจะขยายสาขาทางการศึกษาให้ครอบคลุมครบถ้วน ทุกด้านก็ตาม แต่ละแห่งก็ต้องทรงความเป็นเลิศอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ของตัวเองเอาไว้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรกันเลย คือที่ต้องมีความเป็นเลิศเพื่อที่จะได้ เป็นที่พึ่งพิงของประเทศชาติของประชาชน เวลาเขาพูดถึงประเทศไทยหรือคนในประเทศไทย สมมุติว่าคิดถึงการวิจัยทางการเกษตร สมมุติว่าต้องการที่จะได้ค้าตอบส้าหรับวิชาเกษตร ในประเทศไทยเขาจะรู้สึกขึ้นมาทันทีว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะมีค้าตอบในเรื่องนี้ ถ้าเขาต้องการที่จะอาศัยทางด้านการแพทย์เขาจะรู้ทันทีว่ามหาวิทยาลัยมหิดลจะเป็นค้าตอบ ทางด้านนี้ แต่มิได้หมายความว่ามองข้ามมหาวิทยาลัยอื่นไป แต่ความเป็นเลิศต้องมีครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ในกรณีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นอกจากที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง กับการท้าให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยตรง ดังนั้น ท่านผู้ประศาสน์การปรีดี พนมยงค์ ท่านก็เลยตั้งใจที่จะบัญญัติชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเมือง และจริง ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ตกอยู่ภายใต้ชะตากรรมที่เผชิญหน้ากับ เผด็จการมาโดยตลอด ผมก็คงไม่ลงสู่รายละเอียดนะครับเพื่อไม่ก่อให้เกิดการประท้วงกัน หรือท้าให้การอภิปรายยืดยาว แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่เคยมีมหาวิทยาลัย แห่งไหนยกเว้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ถูกทหารเผด็จการยึดเอามาตั้งเป็นกองทัพครับ แต่โดยการต่อสู้ของผู้รักประชาธิปไตยโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าศิษย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกท่าน ต้องขอแสดงความคารวะและศรัทธาชื่นชมต่อสู้จนเอามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง คืนมาจากทหารได้ แต่ในที่สุดทหารเผด็จการก็ตัดค้าว่า และการเมือง ทิ้ง เมื่อเป็นอย่างนี้ เราสมควรที่จะคืนค้าว่า และการเมือง ให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แล้ว ท่านประธานครับ ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๗ ผมยังมีประเด็นหนึ่งซึ่งสั้น ๆ เหมือนกัน ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าในมาตรา ๗ วรรคสอง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังกรรมาธิการถ้าจะมีการแปรญัตติ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น อย่างนี้ไว้ได้ไหมครับเพื่อประกอบการพิจารณา ก็คือในมาตรา ๗ วรรคสอง มหาวิทยาลัย มีปณิธานมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ แล้วก็ต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านธรรมศาสตร์ และการเมือง และจากนั้นก็เป็นประโยคต่อไป เป็นมหาวิทยาลัยชั้นน้า ต่อไปนะครับ ก็คือผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมอยากจะเสนอให้เติมค้าว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทางด้านธรรมศาสตร์และการเมือง เช่นเดียวกับ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยฉบับอื่น ๆ ที่เขา อยากจะออกนอกระบบ ควรจะต้องรักษาความโดดเด่น ความล้าเลิศของตัวเองเอาไว้ ทีนี้ผม อยากจะกราบเรียนประเด็นเล็ก ๆ ๒ ประเด็น ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า ถ้าหากว่า ประชาชน หรือว่านักปราชญ์ หรือว่าผู้มีความรู้ ผู้ทรงภูมิทั้งหลาย เขาจะประเมินสถาบันอุดมศึกษา หรือจะประเมินมหาวิทยาลัยนี่ วิธีการประเมินที่ง่ายและเร็วแล้วมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธาน ส้าหรับผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าไปดูห้องสมุดกลางของเขาว่า คุณภาพของห้องสมุดกลางของเขาเป็นอย่างไร ถ้าหากคุณภาพของห้องสมุดกลางเขานี่ล้าเลิศ เราสามารถบอกได้ทันทีเลยว่าความเป็นเลิศทางวิชาการ หรือคุณภาพทางการศึกษา ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้เป็นที่ไว้วางใจได้ แต่หากว่าคุณภาพของห้องสมุดนี้ใช้ไม่ได้เลย อย่ามาอธิบายในเรื่องอื่นเลยครับ เพราะห้องสมุดเป็นที่พึ่งในการค้นคว้าทางวิชาการ และห้องสมุดนี้ก็คือทางส่วนมหาวิทยาลัยต้องลงทุนในการที่จะไปเสาะแสวงหาต้าราดี ๆ ทั้งต้าราโบราณ ปัจจุบัน และต้าราที่จะมีการวิจัยเพิ่มเติมในอนาคตมาเอาไว้ในห้องสมุดและอย่างเพียงพอ แล้วควรจะต้องให้หยิบยืมกันได้นานพอสมควร ในสมัยที่ผมเป็นเด็กนักศึกษาผมเองรู้สึก อึดอัดใจ บางทีห้องสมุดนี้อนุญาตให้ผมยืมได้แค่ ๓ วัน ผมยังไม่สามารถที่จะอ่านหัวข้อที่ผม จะศึกษาได้อย่างจุใจก็จ้าเป็นต้องไปคืนห้องสมุดเสียแล้ว แล้วก็ล้าบากมากในการที่จะไปยืมต่อ เป็นต้น แล้วนอกจากนี้ในวันนี้ความที่เทคโนโลยีทันสมัยขึ้นเยอะ เพราะฉะนั้นห้องสมุด ควรจะต้องมีบริการทางด้านการค้นคว้า ทางด้านอินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออิเล็กทรอนิกส์ ให้มากพอสมควร บริการกับนักศึกษาที่จะไปใช้ หรือว่าครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ที่จะไปศึกษา ค้นคว้าได้ ดังนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการก็ได้ว่า ในโครงสร้างมหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงานดังต่อไปนี้ ไม่ทราบว่าเป็นไปได้ไหม เติมลงไป สักหัวข้อหนึ่งครับ อาจจะเป็นหัวข้อที่ ๗ ก็ได้ครับ ก็คือส้านักงานหอสมุดกลางครับ ต้องมีครับ ถ้าเราไม่มีส้านักงานหอสมุดกลางเราจะไว้วางใจได้อย่างไรครับว่าจะมีสถานที่ที่ให้นักศึกษา รวมทั้งครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ได้วิจัยค้นคว้า อย่างน้อยต้าราก็เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยค้นคว้า เพราะว่าต้าราเป็นการตกผลึกของการภูมิรู้ของมนุษย์ในโลกทั้งหมดไม่เพียงแต่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไม่ทราบว่าเราลืมเลือนไปหรือเปล่า หรือว่าซ่อนเร้นไว้ตรงไหน แต่ผมไม่อยากจะให้ซ่อนเร้นควรจะเขียนออกมาให้ชัดเลยนะครับ ส้าหรับ พ.ร.บ. ว่าด้วยสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่จะออกนอกระบบ ผมอยากจะส่งข้อคิดเห็นของผมนี้ไปยังทุก พ.ร.บ. เลยนะครับ ควรจะต้องบรรจุส้านัก หอสมุดกลางลงไปในมาตราใดมาตราหนึ่ง ในวันนี้ผมเห็นมาตรา ๙ แล้วก็ฉบับอื่นก็คงจะเป็น มาตรา ๙
อีกประเด็นหนึ่ง เป็นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ผมอยากจะเห็นเขียนตรงไหนสักแห่งก็ได้ครับ คือควรจะต้องมีกองทุนสนับสนุนการวิจัย และกองทุนสนับสนุนการศึกษาครับ ซึ่งอาจจะพิจารณานักเรียนที่เขาเรียนดี หรือว่ามีทุนทรัพย์ ไม่เพียงพอนะครับ แล้วบางทีการวิจัยบางอันนี้มีความจ้าเป็นในการที่จะใช้ทุนทรัพย์สูงมาก ดังนั้นอยากจะให้เขียนให้ชัดใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยออกนอกระบบควรจะต้องมีกองทุน เพื่อการวิจัยและกองทุนสนับสนุนการศึกษาให้ปรากฏไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมก็ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ