เจริญ คันธวงศ์ ระบุปัญหาการบริหารมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ รวมถึงผลการศึกษาที่ไม่ดี และขอให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบและแก้ไขมหาวิทยาลัยที่ใช้ประโยชน์ไม่เหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฉบับนี้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา ซึ่งมีมาเป็นเวลาช้านาน เมื่อประมาณ ๕๐ ปีมาแล้วนั้นตัวผมเองเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัย สมองไหลจากมหาวิทยาลัยของรัฐ ก็หาทางคิดว่าจะท้าอย่างไรเพราะว่าเงินเดือนของ อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐนั้นผูกติดกับข้าราชการต่าง ๆ ฉะนั้นท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ท่านเป็นอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เป็นประธานคณะกรรมการ มานั่งคิดกันว่าเราจะท้าอย่างไรดีที่จะให้อาจารย์เก่ง ๆ ดี ๆ เป็นอาจารย์ของรัฐต่อไป เพื่อให้การศึกษากับเยาวชนรุ่นหลังต่อไป ด้วยเหตุนี้ก็มานั่งคิดว่าถ้าหากออกนอกระบบแล้ว เงินเดือนจะไม่ผูกกับหน่วยราชการ จึงมีระบบออกนอกระบบออกมา ออกนอกระบบนี่ แปลว่ายังเป็นของรัฐบาลอยู่แต่ว่าไม่ใช้ระบบเงินเดือนของข้าราชการ เมื่อไม่ใช้แล้วก็มีปัญหา ว่าจะใช้เงินเดือนระดับไหน ในตอนนั้นตกลงกันว่าอย่างน้อยที่สุดนั้นจะต้องมีเงินเดือน มากกว่าข้าราชการประจ้า คือมากกว่าข้าราชการธรรมดาเพื่อว่าจะได้มีอาจารย์ดี ๆ มาสอนหนังสือ แต่ปรากฏว่าพอท้า ๆ ไปนั้นก็มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งมาร้องเรียนว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ก็คือว่าบางครั้งแล้วเงินเดือนข้าราชการขึ้นแต่ว่าเงินเดือนของอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไม่ขึ้น อันนี้ก็มีปัญหามากครับ อันนี้ก็อยากฝากเตือน ท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านนั้นก็ทราบระบบการศึกษาอย่างดี แต่ว่าอันนี้ท่านมีความจ้าเป็นครับว่า จะต้องท้าอะไรสักอย่างหนึ่งว่าวัตถุประสงค์ของการออกนอกระบบนี้ต้องการรักษา ไม่ให้สมองไหลออกจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของรัฐ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของท่านรัฐมนตรี จะต้องดูแลว่าเงินเดือนนั้นจะต้องไม่ต่้ากว่าข้าราชการประจ้า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว วัตถุประสงค์ของออกนอกระบบนี้ผิดหมดครับ เมื่อออกนอกระบบแล้วก็มีปัญหาต่อไปว่า กลัวว่ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วจะไปคิดสตางค์แพงเป็นค่าเล่าเรียนจากนักศึกษา ก็มีตกลงกันครับว่าจะต้องไม่แตะเพราะว่าเงินต่าง ๆ ที่รัฐบาลให้เป็นเงินอุดหนุนนั้นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น จะสร้างตึกก็ขอเงินจากรัฐบาล จะท้าอะไรก็ขอเงินจากรัฐบาล แต่ว่า เงินที่เขาให้นั้นให้ฝ่ายการบริหารของมหาวิทยาลัยนั้นไปตกลงกันว่าจะใช้จ่ายอย่างไร ที่จะให้มีอาจารย์มีคุณภาพอยู่ได้ ฉะนั้นในขณะเดียวกันก็หาทางที่ว่าให้อาจารย์ที่ไม่มีคุณภาพ ออกเร็ว ๆ ด้วย อันนี้ก็เป็นหลักการของมัน แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ พอมาถึงวันนี้ ปรากฏว่าผลมันไม่ได้ออกอย่างนั้น หลายมหาวิทยาลัยไม่ได้ออกอย่างนั้น แม้ว่า ๑๗ แห่ง ออกไปนอกระบบแล้วก็ตาม แต่ว่ามาดูผลของการศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง ผลของการศึกษา ในปัจจุบันนี้ก็คือว่าคนที่จะมาเป็นครูโรงเรียนหรืออาจารย์โรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ขึ้นมานั้นก็จบจากมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น แสดงว่ามหาวิทยาลัยยังมีปัญหาในการบริหาร ตัวอย่างว่าการวัดผลเมื่อเร็ว ๆ นี้ปรากฏว่าสอบไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แม้แต่วิชาภาษาไทย ก็ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นักเรียนของเราไร้คุณภาพ ภาษาอังกฤษไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศกัมพูชา สปป. ลาว ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ เขาเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่คนไทยของเรานั้นไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าการศึกษา ในมหาวิทยาลัยของเรานั้นมีปัญหา นอกจากว่าภาษาไทยก็สอบตก ภาษาอังกฤษก็สอบตก คณิตศาสตร์ก็สอบตก วิทยาศาสตร์ก็สอบตก ท่านรัฐมนตรีครับ อันนี้ก็เป็นปัญหาของท่าน และเป็นปัญหาของคนไทยทั้งประเทศ ก็ขอฝากท่านไว้ด้วยครับ แต่ว่านอกจากนี้แล้วปัญหา ตามมาอีกอันหนึ่งก็คือว่าการศึกษาของไทยเรานั้นไม่นิยมใช้การค้นคว้า แม้ว่าขณะนี้ มีเทคโนโลยีสูงไม่ต้องไปห้องสมุดแต่ว่าใช้การค้นคว้าวิจัยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่ว่าระบบการศึกษาของเรานั้นเรายังไม่ได้เน้นหนักเรื่องการศึกษาค้นคว้า แม้ว่าให้เด็ก ไปท้าการบ้าน ไปท้าโครงการต่าง ๆ มามหาวิทยาลัยไม่น้อยปรากฏว่าเด็กไปตัดแปะมา ไปถ่ายรูปจากห้องสมุดมาแล้วก็แปะ ๆ เอาแล้วก็ท้าปกสวย ๆ อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า ระดับการศึกษาของไทยนั้นถ้าเปรียบเทียบกันกับประเทศทั้งโลกนั้นเราต่้ามากครับ ในกลุ่มอาเซียนด้วยกันนั้นประเทศสิงคโปร์ยังน้าอยู่ ของประเทศไทยนั้นต่้ามาก แม้ว่ามีบางมหาวิทยาลัยของประเทศไทยแต่ว่าถ้าไปเปรียบเทียบ กับของต่างประเทศของโลกนั้นเรายังอยู่ต่้า อันนี้ก็ต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีไว้ด้วยครับ และอันนี้ก็ขอฝากสังคมไทยด้วยครับว่าเรามีปัญหาจะต้องหาทางแก้ไข
ประการสุดท้าย ก็คือว่าออกนอกระบบนี้หลายมหาวิทยาลัย แทนที่ว่า จะบริหารคล่องตัว ท้างานต่าง ๆ ดีขึ้น แต่ปรากฏว่าบางมหาวิทยาลัยนั้นใช้มหาวิทยาลัย ท้ามาหากินให้กับอาจารย์ ใช้ท้ามาหากินให้กับผู้บริหาร อธิการบดี คณบดี ตัวอย่างที่ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะครับ บางมหาวิทยาลัยไปมีหลักสูตรพิเศษเยอะแยะเก็บสตางค์แพง แล้วก็ตั้งอธิการบดีเป็นที่ปรึกษาหลักสูตร หลักสูตรละ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ๑๐ หลักสูตรก็หลายแสนบาทนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีครับ ผมรู้จักท่านดี ท่านเป็นคนดี แต่ว่าเสียงสะท้อนจากผมในฐานะเป็น ส.ส. คนหนึ่ง ขอเรียนว่า ท่านรัฐมนตรีครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเป็นห่วงครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยนั้นดีอยู่แล้ว แต่ว่า ผู้บริหารนั้นบางแห่งไม่สุจริตใช้มหาวิทยาลัยนี้ท้ามาค้าขายซึ่งไม่ยุติธรรมต่อผู้เรียน อันนี้ ก็ต้องขอฝากไว้ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในที่สุดนี้ผมก็ขอฝากไว้ด้วยว่ามาตรฐาน ของเรานั้นต่้านะครับ ขอฝากรัฐมนตรีไว้ด้วยเราจะท้าอย่างไรต่อไปเราร่วมกันครับ แล้วผม ขอสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ สวัสดีครับ