สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖

อรรถกร ศิริลัทธยากร อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบ้าเหน็จบ้านาญ และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการสนับสนุนร่างนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการกู้ยืมเงินของครู โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้สินให้ดี เพื่อป้องกันปัญหาการกู้ยืมเงิน

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบ้าเหน็จบ้านาญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในปัจจุบันนี้จ้านวนของข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นทั้งหมดทั่วประเทศมีจ้านวนประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน โดยแบ่งเป็นพนักงาน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน อีก ๒๕,๐๐๐ คน เป็นลูกจ้างในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีอีก ๑๑๕,๐๐๐ คนโดยประมาณ ซึ่งทุกวันนี้เป็นพนักงานจ้าง ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยตัวเลขที่ผมกราบเรียนไปยังไม่รวมครอบครัว ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภรรยา เป็นบุตร เป็นหลาน เป็นพี่น้อง จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีบุคคลจ้านวนมากที่เลือกจะมาท้างานสังกัดข้าราชการส่วนท้องถิ่น และบุคคลเหล่านี้ที่ท้างานคลุกคลีกับพี่น้องประชาชน ที่ท้างานคลุกคลีกับชุมชน ท้างานกับ พื้นที่โดยตรง โดยตามหลักการของร่างนี้นั้นจะส่งผลกระทบในเชิงบวกให้กับสวัสดิการ ของพ่อแม่พี่น้องที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มโอกาส แล้วก็เรื่องของการเพิ่มหลักประกันในชีวิตของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเหล่านี้เป็นเรื่องที่ส้าคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความกังวงใจอยู่นิดหนึ่งครับ เพราะว่าในหลายครั้งผมมีโอกาส ได้พูดคุยกับพี่น้องที่เป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือนก็ดี หรือว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็ดี ก็มีเสียงเปรียบเทียบมากมายครับว่าบางครั้งเขาบอกว่าศักดิ์ศรีของข้าราชการพลเรือน ข้าราชการประจ้านั้นสูงกว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่น บางครั้งก็มีเสียงค่อนขอดออกมาครับว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้นไม่จ้าเป็นต้องใช้ความรู้ หรือว่าความสามารถมากในการท้างาน บางครั้งก็บอกว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้นถ้าเส้นใหญ่ก็ได้เป็น ก็ได้ท้างาน ซึ่งผมไม่อยากได้ยินครับ ดังนั้นการที่จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาใช้เพื่อให้มีสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน ระหว่างข้าราชการส่วนท้องถิ่นกับข้าราชการในรูปแบบอื่น ๆ นั้น จึงมีความส้าคัญ จึงมีความจ้าเป็น และอีกอย่างครับ มันจะเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมกันในเรื่องของพี่น้องที่เป็นข้าราชการ ด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วผมมองอย่างนี้ครับว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็ดี ข้าราชการประจ้า หรือว่าข้าราชการพลเรือนก็ดี แต่ละฝ่ายนั้นล้วนมีความส้าคัญ ล้วนมีความจ้าเป็นต่อระบบการปกครอง ต่อระบบราชการในประเทศไทยทั้งสิ้นครับ ดังนั้นกระผมจึงเห็นว่าเป็นการสมควรแล้วครับที่วันนี้พวกเราจะช่วยกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ บ้าเหน็จบ้านาญของข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังจากนี้ผมก็ไม่อยากได้ยินแล้วครับว่าจะมีใครพูดว่า ใครเก่งกว่ากัน ใครดีกว่ากัน ใครศักดิ์ศรีมากกว่า น้อยกว่ากันนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องสวัสดิการแล้วผมอยากจะพูดถึงเรื่องอายุของคนไทยนิดหนึ่งนะครับ ทุกวันนี้ เนื่องจากพัฒนาการทางการแพทย์ซึ่งท้าให้คนเรามีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น ผมได้พูดคุยกับพี่น้อง ที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายคนซึ่งก็มีอายุมากแล้วนะครับ บางคนก็บอกว่าถ้าเกษียณแล้ว ก็ไม่รู้จะไปท้าอะไร ไม่อยากจะกลับบ้านไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ยังมีไฟอยู่ครับ ยังสามารถขยับเขยื้อน ยังสามารถท้าโน่นท้านี่ได้มากมายนะครับ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นร่างที่น้ามาใช้ แล้วก็จะให้ข้าราชการนั้นสามารถน้าบ้านาญในอนาคตนั้นมาเป็นหลักประกันในการกู้เงินได้ นอกจากนี้ก็ยังท้าให้ระบบเศรษฐกิจในชุมชนนั้นหมุนเวียน เงินทองไหลเวียนอยู่ในระบบ เศรษฐกิจ ภาษีก็เก็บได้มากขึ้นเช่นกัน แน่นอนครับ ตั้งแต่ผมเริ่มอภิปรายมาผมสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ขอยกบางตัวอย่างในช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับพี่น้องที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายท่าน พี่น้องที่เป็นข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นเขาก็รู้สึกยินดี แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นที่รัฐบาลนั้นให้ความส้าคัญกับสวัสดิการของพวกเขา แต่บังเอิญผมไปนั่งคุยกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นแล้วดันมีพี่น้องที่เป็นผู้บริหารส่วนท้องถิ่นนั่งอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการของนายก อบต. บ้าง รองนายก อบต. หรือว่าแม้แต่สมาชิก อบต. บ้าง เขาก็ได้แต่นั่งมองหน้าผมท้าตาปริบ ๆ ครับว่าท้าไมถึงให้สวัสดิการ ท้าไมถึงให้สิทธิประโยชน์ แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่เขาก็ท้างานในส่วนท้องถิ่นเหมือนกันถึงแม้ว่าจะเป็นผู้บริหาร แต่ก็ไม่ค่อยได้รับสวัสดิการมากเท่าไรนัก ซึ่งกระผมก็เข้าใจครับว่าบุคคลเหล่านี้จริง ๆ แล้ว มีวาระในการท้างาน การท้างานของเขาขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งชนะก็ได้เป็น หรือว่า ถ้าได้รับการแต่งตั้งจากคนที่ชนะการเลือกตั้งก็ได้ท้างาน แต่บางครั้งการเลือกตั้งก็มีทั้งผู้ชนะ แล้วก็ผู้แพ้ บางครั้งเขาก็ไม่สามารถท้างานเป็นผู้บริหารส่วนท้องถิ่นได้ตลอดไปนะครับ แต่ว่าคืออย่างนี้ได้ไหมครับ ในเมื่อทุกวันนี้ข้าราชการไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนไหน ถ้าท้างานเกิน ๑๐ ปีก็จะได้รับบ้าเหน็จบ้านาญ ได้รับสิทธิพิเศษอยู่แล้ว ส่วนผู้บริหารเหล่านี้ ถ้าสมมุติท้างานรวมกันเกิน ๑๐ ปี นับวันก็ได้ครับ ถ้าเกิน ๑๐ ปีเขาจะสามารถได้รับสวัสดิการดี ๆ อย่างนี้บ้างหรือเปล่า เขาจะสามารถน้าบ้าเหน็จบ้านาญในอนาคตไปเป็นหลักประกันในการกู้เงิน มาท้าธุรกิจได้บ้างหรือเปล่า เพราะว่าผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ก็มีครอบครัวเหมือนกัน ต้องดิ้นรนสู้ชีวิตเหมือนกัน แล้วก็ยังมีไฟเหมือนกัน ดังนั้นผมก็เลยอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีลองพิจารณาถึงแนวทางในการให้สวัสดิการในการเป็นหลักประกันในชีวิต ของพี่น้องที่เป็นผู้บริหารส่วนท้องถิ่นได้ไหม ถ้าได้ก็คงจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมแล้วก็ สถานการณ์ แต่ว่าการจะให้อย่างไรผมก็คงไม่กล้าที่จะเสนอแนะเพราะว่าผมไม่เก่ง คณิตศาสตร์ครับ ไม่รู้ว่าจะต้องน้าตัวเลข ไม่รู้ว่าจะต้องน้าฐานเงินเดือนมาบวกลบคูณหาร อย่างไร ผมเชื่อว่าตรงนี้ก็มีคนที่เป็นผู้สันทัด มีคนที่เป็นผู้รู้อยู่แล้วก็คงสามารถท้าตรงนี้ได้ นั่นก็คือเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้

อีกเรื่องครับ อยากจะฝากข้อพึงสังเกตไว้นิดเดียวครับ ทุกวันนี้ประเทศไทยเรา ประสบกับปัญหาของหนี้สินในครูบาอาจารย์มากมายนะครับ โดยที่จริง ๆ แล้วตัวเลข ของหนี้สินครูในปัจจุบันต่อหัวค่อนข้างสูง ถ้าสมมุติว่าพวกเรานั้นผลักดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้ผ่านสภาไปแล้วก็บังคับใช้ อยากจะเห็นรัฐบาลท้าการประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้อง ที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับทราบครับว่าการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีเป็นอย่างไร หรือว่าการลงทุนอย่างไรให้ยั่งยืนและมั่นคง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สิน แบบที่เกิดกับคุณครูในประเทศไทยของเรานะครับ ส่วนเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น กระผมเห็นชอบแล้วก็จะโหวตให้ครับ ก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลาในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ