สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอแนะวัตถุประสงค์ของ กยท. ในการดูแลและสนับสนุนการบริหารจัดการยางพาราของประเทศ โดยเน้นการศึกษาและความช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง และมีการหารือเกี่ยวกับการปลูกยาง โดยเน้นระบบแรงงานในสวนยางที่มีระบบที่เอื้อกันอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเพิ่มคำว่า "แรงงาน" ลงในกฎหมาย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข ในฐานะกรรมาธิการ สำหรับมาตรา ๘ อยากจะเรียนต่อที่ประชุมว่าเป็นการกำหนด วัตถุประสงค์ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของ กยท. ว่ามีหน้าที่อะไร ก็คือ

อันแรก เป็นองค์กรกลางดูแลเรื่องการบริหารจัดการยางพาราของประเทศ ทั้งระบบ ทั้งระบบถ้าภาษาในวงการที่เราเข้าใจกันก็หมายความว่า ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำไปทั้งหมดนะครับ บริหารจัดการเกี่ยวกับการยาง ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มี การศึกษา

อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเข้ามาก็จะเห็นว่า บทบาทตรงนี้คือจะให้ กยท. ไม่ใช่ทำเองนะครับ แต่ว่าเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน จัดให้มี การศึกษาอบรมวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องยาง ก็คือหน้าที่ของสถาบันวิจัยยางนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ ก็จะยุบรวมเข้ามาอยู่เป็น กยท.

อันที่ ๓ ก็คือส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง อันนี้ก็เป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้วว่าต้องการให้ทำอะไร ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ

อันที่ ๔ ก็คือส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการจัดให้มีตลาดกลาง อันนี้อยากจะย้ำว่า ไม่ใช่ กยท. จะไปทำเอง เพราะถ้าทำเองเดี๋ยวก็จะไปแข่งกับเอกชน แต่ว่าเราจะทำหน้าที่ ให้เป็นผู้ส่งเสริม เป็นผู้สนับสนุน ดำเนินการจัดให้มีตลาดกลางยางพาราให้มากขึ้น เพื่อจะให้ความสะดวกแก่ชาวสวนยางที่จะไปดำเนินการค้าขายกันต่อไป

อันที่ ๕ ก็คือส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการปลูกทดแทนยาง ปลูกยางใหม่ อันนี้ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่เป็นของ กยท. ที่ท่านผู้แปรญัตติที่สงวนไว้พยายามจะขอเพิ่มคำว่า แรงงาน ขึ้นมา ผมก็ต้องชมความพยายามของท่านที่จะพยายามเพิ่มเรื่องนี้เข้ามา แต่ว่า เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้เราเพิ่งผ่านเรื่องคำนิยามมา แล้วคณะกรรมาธิการก็ได้อธิบายแล้วว่า ทำไมจึงยังไม่เพิ่มคำว่า แรงงานเกษตรกรชาวสวนยาง เข้าไป เพราะถ้าเพิ่มเข้าไปแล้ว ก็จะต้องตามไปแก้กฎหมายอีกเยอะหลาย ๆ มาตราที่เกี่ยวเนื่องกัน และในทางปฏิบัติเอง เท่าที่ฟังจากท่านที่อยู่ในวงการ ท่านผู้มีสวนยางเอง กรรมาธิการบางท่านซึ่งก็มีประสบการณ์ เราก็เข้าใจว่าระบบระหว่างเจ้าของสวนยางกับแรงงานสวนยางมันเอื้อกันอยู่ แทบจะแยกจากกันไม่ได้ หลายระบบที่เขามีอยู่เป็นระบบที่เป็นไปด้วยดี ฉะนั้นการที่เราจะเพิ่มแรงงานเข้ามาเพิ่มไหม เพิ่มได้ แต่ต้องถามว่าเพิ่มไปแล้วเพื่ออะไรล่ะ ไม่ใช่เพิ่มมาเฉย ๆ นะครับ มันต้องมีระบบไปดูแลเขา ดูแลตรงโน้นตรงนี้ ดูแลเรื่องราคา สวัสดิการ สวัสดิภาพ หลายอย่าง เพราะฉะนั้น ในเมื่อคณะกรรมาธิการเราได้พูดคุยมากพอสมควรก็คิดว่าคำว่า แรงงานชาวสวนยาง มันหมายความรวมอยู่ในระบบของมันอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้ยกขึ้นมา เป็นเรื่องที่ เท่ากับเป็นวัตถุประสงค์หลักของ กยท. แต่วันนี้ท่านที่อยากจะให้เพิ่มนี่คือท่านเพียงแต่ อยากจะยกระดับแรงงานชาวสวนยางให้ขึ้นมาเท่ากับผู้เป็นเจ้าของสวนยาง ซึ่งหลายท่าน ก็พูดเองบอกว่ามันก็อยู่รวม ๆ กันนั่นละ เพราะฉะนั้นก็ปล่อยให้ระบบของมันเดินหน้ากัน ต่อไปนะครับ แล้วในนี้ถ้าอ่านดูทั้งหมดนะครับ ผมคิดว่าถ้าจะส่งเสริมสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางคงจะทิ้งแรงงานชาวสวนยางไม่ได้แน่นอน ที่เราเห็นกันอยู่เสมอ ไปอบรมที่ไหน ๆ ที่เห็นมีกันอยู่ตลอดก็คือว่าอบรมการกรีดยาง ถ้าชาวสวนเจ้าของสวนอยากจะได้ผลผลิตเพิ่มก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพตรงนั้นตรงนี้ ก็มีอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าวันนี้ถ้าเราเอาตัววัตถุประสงค์หลัก ๆ เขียนไว้อย่างนี้แล้วปล่อยให้กฎหมายพัฒนาของมันไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดูว่าการบริหารจัดการในระบบที่มีอยู่น่าจะทำให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่ว่า ถ้าใส่เข้าไปในมาตรา ๘ ตรงนี้ใส่แรงงานเข้าไปก็มาตราเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอก ที่ประชุม ก็เห็นว่าไม่ต้องใส่ใช่ไหมครับ ถ้ามาเพิ่มตรงนี้เดี๋ยวก็ย้อนกลับไปอีก อย่างนั้นแปลว่าอะไร มันก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นก็คิดว่าเท่าที่ได้ให้เหตุผลมาไม่มีใครตั้งใจที่จะไปทิ้งแรงงานชาวสวนยาง พี่น้องผมจำนวนมากก็เป็นผู้ไปกรีดยาง แน่นอนเราอยากจะส่งเสริมเขาแต่ว่ากฎหมาย มันเขียนขึ้นมามีวัตถุประสงค์ชัดเจนอย่างนี้ ผมก็คิดว่าเพื่อให้ระบบของมันเดินหน้ากัน ต่อไปนะครับ ก็ปล่อยไว้แล้วก็จะมีการพัฒนาในความหมายของมันเองภายในระบบ น่าจะเป็นช่องทางที่จะเหมาะสมยิ่งกว่า ทางคณะกรรมาธิการจึงไม่เห็นด้วยกับบุคคล ท่านที่ขอสงวนครับ