เยาวนิตย์ เพียงเกษ หารือเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนระบบการออกอากาศโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล และเรียกร้องให้รัฐมีนโยบายชัดเจนในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เธอยังหารือเรื่องปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถกำจัดได้อย่างถูกวิธี และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดทำ ระบบรีไซเคิลและร่วมมือกับภาคเอกชนที่ผลิตสินค้าในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้มีโอกาสได้ถามกระทู้ถามในวันนี้ก็สืบเนื่องมาจากความตกใจเพราะว่าเมื่อประมาณ เดือนมกราคมของปีนี้เองก็มีการเสนอข่าวพาดหัวใหญ่โตในหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า ประเทศไทยเราจะมีทีวี (TV) ที่จะกลายเป็นขยะถึง ๒๐ ล้านเครื่องในอนาคต เพราะว่า ประเทศไทยเราได้เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการออกอากาศโทรทัศน์จากระบบอนาล็อก (Analog) มาเป็นระบบดิจิตอล (Digital) จะมีทีวีถึง ๒๐ ล้านเครื่องจะต้องถูกทิ้งหรือไม่ก็แปรเปลี่ยนเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจะเป็นอันตราย แล้วก็ในอนาคตอันใกล้นี้ประมาณว่าปี ๒๕๕๘ นี่ ทีวีเหล่านี้จะต้องเป็นขยะอย่างสมบูรณ์เลย ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการให้ใช้ทีวีเก่าชั่วคราว โดยการเยียวยาให้มีคูปองส่วนลดในเรื่องเกี่ยวกับการให้ซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือเรียกว่า เซ็ต-ท็อป-บ็อกซ์ (Set-Top-Box) อะไรอย่างนี้ แต่ว่าในส่วนนั้นเราจะแก้ปัญหาแต่เฉพาะ การแก้ไขในเรื่องทีวีว่าทำอย่างไรประชาชนจะได้ดูทีวี หรือว่าดูทีวีเก่าของตัวเองได้นะคะ แต่สำหรับทีวี ๒๐ ล้านเครื่องซึ่งจะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์นี้เราจะจัดการกับปัญหา เหล่านี้อย่างไร เรายังไม่สามารถที่จะรับทราบได้เลยว่าประเทศไทยของเรามีนโยบายอย่างไร ที่จะขจัดปัญหาเหล่านี้ไปนะคะ เราคงจะได้ยินข่าวมาก่อนเหมือนกันว่าเคยมีเรือบรรทุกสินค้า นี่บรรทุกขยะเป็นก้อน ๆ เลยนะคะ เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นก้อนเลยเอามาทิ้งในประเทศไทยเรา ไปพบอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ที่ท่าเรือคลองเตยซึ่งก็ไม่อยากจะให้มีสภาพ แบบนั้นอีก เมื่อตอนปี ๒๕๔๙ ที่มีน้ำท่วมท่านจะเห็นว่าจะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ลอยมาตามน้ำ เยอะมาก บางทีตู้เย็นบ้าง โทรทัศน์บ้าง คอมพิวเตอร์บ้าง แล้วที่เป็นโทรศัพท์มือถือหรือว่า สิ่งที่เล็ก ๆ กว่านั้นก็ยังมี สำหรับโทรทัศน์ที่จะถูกทิ้งนี้จะเป็นอันตรายถ้าไม่มีมาตรการชัดเจน ในการกำจัดเพราะว่าจะเป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก สำหรับการที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วนี่นะคะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์เราก็เปลี่ยนเร็วไปด้วย อย่างเช่นกรณีที่โทรศัพท์มือถือ มีการพัฒนาเทคโนโลยีบ่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ของเก่าก็ทิ้งไป แต่เราก็ไม่ทราบว่าเมื่อทิ้งไปแล้ว มันจะอยู่ในบ้านเรือนของประชาชนหรือว่าจะไปทิ้งที่ไหน อย่างไร แล้วก็รัฐจะเอาไปกำจัด อย่างไร สำหรับสิ่งปฏิกูลหรือขยะก็จะหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการและหมดประโยชน์ แล้วก็จะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาการของมนุษย์ทางเทคโนโลยีและสังคมนะคะ แต่ส่วนมากนี่โทรศัพท์มือถือ หรือว่าทีวี ตู้เย็นอะไรทั้งหลายนี้ก็จะมาจากภาคอุตสาหกรรม เพราะว่ามันเป็นนวัตกรรมใหม่นะคะ ขยะบางอย่างถ้าเราสามารถเอามารีไซเคิล (Recycle) ได้ หรือรียูส (Reuse) ใหม่ได้ก็จะเป็นขยะที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สำหรับรูปนี้ก็ขอเป็นรูปที่ ๔ ขอภาพด้วย
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
แต่ขยะอิเล็กทรอนิกส์นี้จะเป็น อันตรายที่จะมาพร้อมกับนวัตกรรมที่ก้าวหน้าแต่เราไม่สามารถกำจัดได้อย่างถูกวิธี จะเป็นปัญหาใหญ่เลย สำหรับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งถือว่าเป็นประเทศในยุโรปที่เจริญก้าวหน้าเขาก็จะจัดทำ ระบบรีไซเคิลมาตั้งนานแล้ว โดยรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ตู้เย็น ตู้แช่ แล้วก็เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหลาย มีการเอาไปกำจัดอย่างถูกวิธี ถ้าเราจะใช้ฝังกลบลงดินอะไรนี่จะเป็นอันตรายมากเลย ถ้ามีเป็นประเภทน้ำอะไรด้วยยิ่งมีเยอะมาก ส่วนขยะที่เกี่ยวข้องกับการที่ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง ก็เป็นเรื่องของทีวีนี่ละค่ะที่รู้สึกเป็นกังวลมากเลยว่าเราจะทำอย่างไร ในสหภาพยุโรป เขาให้ผู้ผลิตหรือภาคเอกชนที่ผลิตสินค้าน่าจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะนี้ด้วย โดยร่วมมือกับภาครัฐ ประเทศอเมริกาเองก็มีกฎหมายรีไซเคิลคอมพิวเตอร์แห่งชาติจัดการกับขยะ ดิฉันเองก็อยากทราบว่าประเทศไทยเราได้มีเรื่องเหล่านี้แล้วหรือยัง แล้วก็ทางประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถาน เมืองบังกาลอร์ เมืองเดลี ก็มีที่สำหรับกำจัดขยะพวกนี้ แม้แต่ประเทศจีน เขาก็ต้องมีเหมือนกัน แต่ว่าประเทศไทยดิฉันไม่ทราบว่ามันอยู่ที่ไหน อย่างไร ก่อนที่จะ เปลี่ยนทีวีเป็นระบบดิจิตอลรัฐบาลจัดตั้งจุดรับคืนไว้ที่ไหนบ้าง ที่บ้านก็มีหลายเครื่อง ก็อยากจะเอาไปคืนเหมือนกัน เลยอยากทราบว่าจะมีวิธีทำอย่างไร
สำหรับคำถามที่ ๑ รัฐบาลจะมีแนวนโยบายในการให้ภาคเอกชนเข้าร่วมมือ กับหน่วยงานภาครัฐในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ