สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

อลงกรณ์ พลบุตร เสนอการปรับปรุงพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อให้สินค้าเกษตรของไทยมีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับสินค้าเกษตรของประเทศอื่นในระดับโลก

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานพูดอีกครั้งเดียวครับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการร่วมกัน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิดความเข้าใจว่าภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พุทธศักราช ๒๕๕๑ ทำไมต้องมีการแก้ไขในคราวนี้ ไม่ใช่ร่างกฎหมายใหม่แต่เป็นการแก้ไข ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าแต่เดิมทีนั้นเรื่องของมาตรฐานสินค้าเกษตรเรายังไม่มีครับ ต่อมาเมื่อมี การค้าการขายระหว่างประเทศมากขึ้นพร้อมกันนั้นเศรษฐกิจในประเทศก็เติบโตในแต่ละประเทศ คุณภาพชีวิตและการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญจึงมีการพูดถึงเรื่องของคุณภาพสินค้าเกษตร และเรื่องของอาหารปลอดภัยขึ้น เราเริ่มต้นด้วยเอ็มอาร์แอล (MRL) ก็คือมาตรฐานสารพิษตกค้าง เราจึงเริ่มต้นด้วยมาตรฐานสินค้าผักและผลไม้อย่างไรครับ และแต่ละข้อแต่ละมาตรฐานนั้น ใช่ว่าจะเกิดขึ้นในทางปฏิบัติได้โดยง่าย อาจจะตราขึ้นมาได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าการผลิต การรักษาคุณภาพ และการกำหนดมาตรฐาน ที่ให้คุณภาพนั้นถึงและเป็นที่เชื่อมั่นเชื่อถือ ทั้งผู้บริโภคและลูกค้าทั้งในและต่างประเทศนั้นเราจึงต้องพัฒนากฎหมายของเราขึ้นมา รองรับด้วยการให้มีพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร ผมอยากถามว่าในมาตรา ๑๕ ของกฎหมายเดิมให้มีกรรมการวิชาการ มีระบุหรือเปล่าครับว่าให้มีตัวแทนเกษตรกร หรือเป็นการเปิดไว้ลอย ๆ ว่ามีคุณสมบัติอย่างไร มีความรู้ด้านนี้แล้วก็เข้ามา มันเป็นรูปแบบ กฎหมายเก่า ๆ วันนี้เป็นโอกาสเพราะว่าอะไร มันยากมากครับ มันยากมากการที่เราจะมา แก้ที่ปลายเหตุ แต่มันง่ายขึ้นถ้าหากว่าเราเข้าใจแนวคิดใหม่ของการผลิตสินค้าเกษตรว่า มันต้องเริ่มต้นคุณภาพ ณ ต้นน้ำ ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยว แล้วมาหลังเก็บเกี่ยว ส่วนจะไป แปรรูปหรือถนอมความสดของผลผลิตแล้วแต่ชนิดสินค้าแล้วก็มาสู่ระบบการค้าการขาย การขนส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ถ้าท่านเข้าใจว่าเราเริ่มต้นมาจากเรื่องมาตรฐานผัก และผลไม้และเราสามารถพัฒนาขึ้นมาเหมือนอย่างที่เรามี มอก. ของสินค้าอุตสาหกรรม ของเกษตรเราก็มีเครื่องหมายคิว (Q) แล้วเราก็ใช้มาตรฐานที่เรียกว่า มกษ. ๙๐๐๒ ๙๐๐๓ เรามีโคเด็กซ์ (Codex) แต่วันนี้ความเรียกร้องต้องการมาตรฐานของสินค้าเกษตรมันสูงขึ้นครับ มันสูงขึ้นไม่ใช่เฉพาะ ในประเทศหรือในอาเซียนแต่ว่าทั่วโลก และที่เราต้องเผชิญอย่างหนักขณะนี้ก็คือในเรื่องของสัตว์ ในเรื่องของประมง แล้วก็พืช นอกเหนือจากผักและผลไม้ นี่คือที่มาว่าทำไมเราจึงเห็นด้วยว่า เมื่อเพิ่มเรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญทรงคุณวุฒิที่เป็นเกษตรกรทางด้านพืช ทางด้านสัตว์ และประมงนั้น มันจะมีเหตุผลเพียงพอที่เราจะสนับสนุน และ

๒. คือน้ำหนักของเสียงในกรรมการชุดนี้ นี่คือชุดสูงสุดแล้ว กรรมการวิชาการ เป็นเพียงทำเรื่องขึ้นมา แต่คนที่จะตัดสินคือบอร์ด (Board) ของมาตรฐานสินค้าเกษตร เราต้องก้าวไปสู่มาตรฐานของโอไออี (OIE) ไอพีพีซี (IPPC) ในระดับโลก ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีคิด แล้วองค์ประกอบ ๒๓ คน มีตัวแทนเกษตรกรอยู่เพียง ๑ คนมันก็รูปแบบเดิม ผมเล่าให้ท่านฟังว่า ๒๑ ปีที่แล้วนี่เราไม่เคยคิดหรอกว่าเราจะเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่นได้ เพราะว่ามีการกีดกัน สินค้าเกษตรเพื่อปกป้องเกษตรกรของเขาสูงมาก เชื่อไหมครับว่ากล้วยหอมทอง จากจังหวัดเพชรบุรีนี่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นได้ กล้วยหอมทองนี่ท่านไปซื้อกล้วยหอมมานี่ อย่าว่าแต่ส่งออกเลย แค่ว่าซื้อจากตลาดมาบ้านเก็บไว้นี่พักเดียวครับดำเพราะเปลือกมันนุ่ม แล้วก็เป็นผลไม้ที่มีแก๊สสูง ถามบอกว่าตรงนั้นถ้าภายใต้โครงสร้างอย่างนี้ไม่มีวันสำเร็จนะครับ ส่งไปคอนเทนเนอร์ (Container) แรกเปิดที่ประเทศญี่ปุ่น โดยสหกรณ์ผู้บริโภคโตโต้ ของประเทศญี่ปุ่นดำหมดทั้งคอนเทนเนอร์เลยครับ นั่นคือลอต (Lot) แรก แต่หลังจากนั้น โดยความร่วมมือของกรมวิชาการ โดยความร่วมมือของภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย และส่วนใหญ่คือสหกรณ์การเกษตรท่ายางจำกัด และกลุ่มกล้วยหอมทอง จังหวัดเพชรบุรี จากวันนั้นเป็นต้นมาเราส่งออกได้และตีตลาดประเทศญี่ปุ่น ทุกวันนี้ กล้วยหอมทอง ๒๑ ปีมาแล้วส่งไปไม่มีปัญหาเลย นี่คือสิ่งที่เป็นตัวอย่างว่าการให้โอกาส เกษตรกรเข้าไปมีบทบาทมากที่สุดดีที่สุดแล้วครับ ๒๓ คนที่เป็นกรรมการของคณะกรรมการ มาตรฐานสินค้าเกษตรมีเกษตรกรเพียงคนเดียวครับ แล้วถ้าเอาตามข้อเท็จจริงวันนี้ ประธานสภาเกษตรแห่งชาติอาจจะมาจากพืช แล้วเวลาท่านนั่งประชุมนี่ท่านก็ไม่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องของประมง สินค้าประมง ซึ่งถือว่าประเทศไทยนี้เป็นผู้ส่งออกสินค้าแปรรูปประมง อันดับหนึ่งของโลก เมืองหลวงประมงโลกอยู่ที่ตำบลมหาชัยนี่ท่านเคยไปหรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญครับ ให้ความสำคัญของการที่ได้ผู้เชี่ยวชาญ ผมไม่ได้ถือว่าเป็นเพียงแค่ตัวแทนเกษตรกรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเท่านั้น แต่เราจะได้ความเชี่ยวชาญ จากประสบการณ์ของจริงครับ ผมถามว่าอธิบดีแต่ละท่านนี่ท่านย้ายไปย้ายมาครับ ท่านย้ายไปย้ายมาแล้วก็เกษียณ แต่ชีวิตเกษตรกร ชีวิตชาวประมง ชีวิตชาวปศุสัตว์ ไม่มีเกษียณครับ ลองผิดลองถูกแล้วจนกระทั่งสามารถและความเชื่อถือเป็นสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นี่ก็ต้องยอมรับและให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจเกษตรกรของเราครับ นี่เป็นโอกาสหนึ่งของการที่เราโดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติเราจะเปลี่ยนแนวคิด แล้วก็ยอมรับ วัตถุประสงค์ของกฎหมายที่มีการแก้ไขครั้งนี้เพื่อที่จะมุ่งเน้นไปสู่อีกระดับหนึ่งในเรื่อง ของความเชี่ยวชาญ ๓ ด้าน พืช สัตว์ ประมง มันมีแต่ประโยชน์ทั้งนั้นละครับ ๒๓ คน มี ๑ คน ๑๖ คน ส่วนราชการ ๓ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ คน ภาคเอกชนทางการค้า และอุตสาหกรรม มีหนึ่งเดียวจริง ๆ ท่านประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติท่านปัจจุบัน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจจะกล่าวได้ว่า ท่านไม่ได้เป็นเกษตรกรโดยอาชีพมาตั้งแต่ต้น ท่านเป็นนักการเมือง แล้วต่อมาท่านอาจจะทำส้มบ้าง ทำอะไรบ้าง แต่ไปถามเรื่องประมงสิครับ ไปถามเรื่องปศุสัตว์ ถามบอกว่าด้วยเวลาประชุม เป็นไปได้ไหมครับที่จะเอาผู้แทนทางด้านของชาวประมง ผู้แทนปศุสัตว์เข้าไปนั่งพร้อมกับท่าน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการชุดนี้ และให้เห็นว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยของการที่จะสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตร ถ้าเราเริ่มต้นจากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มาตรฐานเราจะทำได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นลองทบทวนเถอะครับเหตุผลที่ท่านชี้มา มันเป็นเหตุผลในทางปฏิบัติ เราจะมองแต่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ได้ครับ วันนี้ถ้าเราสามารถสร้าง โมเมนตัม (Momentum) น้ำหนักให้กับเกษตรกรซึ่งมีสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้วเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์นะครับ ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว สภาเกษตรกรแห่งชาติชุดที่แล้วเกิดขึ้น มาวันนี้ทำไมเราไม่สานต่อความยิ่งใหญ่ให้กับเกษตรกรของเราล่ะครับ ลองดูสิครับ ผมไม่เชื่อครับมาตรา ๑๕ ในเรื่องกรรมการวิชาการจะมีโอกาสเพราะเราไม่ได้เขียนระบุไว้เลย เราให้คุณสมบัติไว้แต่ว่าแล้วแต่ คราวนี้ปกติโดยธรรมเนียมก็อาจจะกล่าวได้ว่าสภาผู้แทนราษฎร ยืนอย่างไร พอไปชั้นวุฒิสภาเขาก็มักจะยืนตามสภาผู้แทนราษฎรเวลาที่กลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ผมก็ต้องชื่นชมวุฒิสมาชิกที่เขาเปลี่ยนแนวคิดและเพิ่มตรงนี้ แล้วก็เล็งเห็นว่าเนื้อหาของการแก้ไขครั้งนี้มุ่งในเรื่องมาตรฐาน ๓ ด้าน ซึ่งจะต้องไปต่อสู้ ในเวทีโลก แล้วก็ต้องการสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรของเราภายในประเทศของเราให้มันยกระดับ แต่ความร่วมมือมันอยู่ที่ว่าการมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน ก็ขอใช้เวลาครั้งนี้ครั้งเดียวที่จะให้เหตุผลท่าน ถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกันท่านจะยืนยันว่าเห็นด้วยกับผมและเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ก็กลับไปใช้ร่างที่วุฒิสมาชิกเขามีความเห็นมาอย่างนี้ มันไม่ได้เสียหาย แต่ว่ามันจะเป็นประโยชน์ครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันครับ